สสส.รวมพลังหลายภาคี เปิดตัวแคมเปญ “นักรับฟัง พลังพิเศษ” ปั้นคนพิการ สู่บทบาทใหม่ ฮีลใจสังคม

จากผลสำรวจข้อมูลกรมสุขภาพจิต ปี 2566 พบคนไทยป่วยจิตเวช กว่า 13 ล้านคน จากปัญหาเศรษฐกิจ เครียดจากงาน

สสส.สานพลัง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย , กระทรวงสาธารณสุข , กระทรวงแรงงาน ,กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ , บริษัท ยัง กู๊ด กัฟเวอร์แนนซ์ และบริษัทเพื่อนสัตว์เลี้ยงศรีราชา จำกัด

เปิดตัวแคมเปญ “นักรับฟัง พลังพิเศษ” Gifted Listener ปั้น ‘คนพิการ’ สู่ ‘นักรับฟัง’ ปฐมพยาบาลใจ พร้อมสร้างทางเลือก ในการประกอบอาชีพ ผ่านการเรียนรู้แบบ e-Learning

 

โดยโครงการ เป็นแนวทางสำคัญช่วยให้คนไทยมีสุขภาพจิตที่เข้มแข็ง และที่สำคัญสนับสนุนให้คนพิการมีงานทำ ส่งเสริมให้พึ่งพาตนเองและมีคุณภาพชีวิตที่ดี พร้อมช่วยเหลือผู้คนในสังคมอย่างมีประสิทธิภาพ

และสร้างความเป็นธรรมทางสุขภาพ โดยโครงการนี้ตั้งเป้าผลิตนักรับฟังผู้พิการ 500 คน ช่วยดูแลสุขภาพจิตของพนักงานคนในองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน 50,000 คน และให้บริการรับฟังประชาชนอย่างน้อย 100,000 คน

“ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม” รองผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เปิดเผยว่า

“ตอนนี้สถานการณ์ เรื่องสุขภาพจิตกำลังเป็นปัญหาทั้งระดับโลกและระดับประเทศ อย่างเทศไทยเห็นตัวเลขเลยว่ามีคนกว่า 13 ล้านคน มีปัญหาสุขภาพจิต

จึงเป็นตัวบ่งชี้ว่า เราต้องรีบแก้ปัญหาทันที ประเทศไทยถ้าเรื่องการรักษามีความพร้อมในระดับสูง แต่ในด้านการป้องกันยังต้องการพัฒนา จึงทำให้มีไอเดียที่ทำโครงการนักรับฟังพิเศษ ซึ่งใช้ผู้พิการเทรนด์ให้มีศักยภาพเป็นผู้รับฟัง

การรักษาในหลายๆ เรื่องเราไม่ต้องแก้ด้วยยา แต่ต้องแก้ด้วยการได้ปลดปล่อยเล่าเรื่อง มีคนรับฟัง ให้คำแนะนำ จะช่วยรักษาอาการหรือสภาพทางจิตเบื้องต้นได้ และลดการเจ็บป่วยได้ในระยะยาว”

ขณะที่ด้าน “เมธาวี ทัศนาเสถียรกิจ” ผู้รับผิดชอบหลักสูตร อาสาปฐมพยาบาลใจ (Mind First Aid) และ COO บริษัท Wetech Consulting เปิดเผยถึงหลักสูตร อ้างอิงแนวทางของ WHO ที่ใช้โมเดล Look – Listen – Link

สำหรับสถานการณ์วิกฤต แต่พัฒนาให้สอดคล้องกับบริบทไทยเป็นโมเดล 4S คือ

Self-care : การดูแลและทัศนคติที่เหมาะสมในการฟัง

Sense : ทำความเข้าใจความรู้สึก และบริบทของคู่สนทนา

Support : ซัพพอร์ตสิ่งที่เขาต้องการ

Summarize : การสะท้อนสิ่งที่ได้ยิน เพื่อช่วยให้เขาตกผลึกความคิดอีกครั้ง

ซึ่งปัจจุบันการอบรมหลักสูตรนี้มีผู้ผ่านการอบรมแล้วกว่า 200 คน และมีนักรับฟังพลังพิเศษอย่างน้อย 10 คนเริ่มทำงานจริงในองค์กร เป้าหมายต่อไปคือการขยายผลให้ครอบคลุมทั้งในระดับชุมชนและสถานประกอบการมากขึ้น

 

 

สอดคล้องกับทางด้าน “อังกูร ทองสุนทร” ผู้พิการด้านสายตา ถ่ายทอดมุมมองจากการได้ร่วมแคมเปญนี้ว่า

“โครงการนี้เป็นประโยชน์ทั้งต่อตัวเราเอง ที่จะได้เปิดโอกาสให้ตัวเราเองในเรื่องของอาชีพ หากมีหน่วยงานหรือตำแหน่งที่รับในส่วนของคนที่ให้คำปรึกษาได้ ก็จะเป็นหนึ่งอาชีพที่ให้กับคนพิการได้ 1 อาชีพ

 

รู้สึกว่าเราเป็นคนพิการทางการมองเห็น มองเห็นเรือนรางเราสามารถช่วยเหลือ หรือฮิลใจกับคนที่เคยมีปัญหาได้ด้วยเช่นกัน ซึ่งถือเป็นการให้ประโยชน์ในการแลกเปลี่ยนกันด้วย

และจะเป็นประโยชน์กับคนที่มีปัญหา เรื่องหน้าที่การงาน เรื่องปัญหาชีวิต หรือภายในครอบครัว เพราะหากทุกคนเข้าใจในเรื่องของการพยาบาลจิตใจ การฟังโดยไม่ตัดสิน จะทำให้การสื่อสารของทั้ง 2 คนเข้าใจได้มากขึ้น หากมีผู้ฟังที่เข้าใจสักคนนึงก็จะตอบโจทย์ในเรื่องนี้”

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน