ทำไมคนญี่ปุ่นไม่ค่อยเป็นเบาหวาน ทั้งที่ “กินข้าวขาวทุกมื้อ” เจาะเคล็ดลับสุขภาพดี ที่ทำให้ความเสี่ยงน้อยกว่าคนชาติอื่น คนไทยควรนำมาปรับใช้
เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2568 รายงานจากสื่อต่างประเทศ โรคเบาหวาน เป็นหนึ่งในโรคเรื้อรังที่พบบ่อย โดยเฉพาะในไต้หวันซึ่งมีผู้ป่วยมากกว่า 2.5 ล้านคนภายในปี 2024 และยังติดอันดับ 1 ใน 10 สาเหตุการเสียชีวิตของประชาชน
ขณะที่ประเทศไทย โรคเบาหวานก็ยังคงเป็นหนึ่งในโรคที่มีแนวโน้มผู้ป่วยสูงขึ้นเช่นกัน
ทำให้มีผู้ตั้งข้อสงสัยว่า เหตุใดชาวญี่ปุ่นที่บริโภคข้าวขาวเป็นอาหารหลักถึง 3 มื้อจึงไม่เสี่ยงต่อโรคเบาหวานเท่าไต้หวันหรือประเทศอื่น ๆ
แพทย์ผู้มีชื่อเสียงในโลกออนไลน์ “หมอคังหลันเกอ” (ชื่อจริง อู๋ฉีอิ๋ง) ออกมาอธิบายผ่านแพลตฟอร์ม Threads ถึงกรณีข้อมูลที่ว่า “คนญี่ปุ่นไม่เป็นเบาหวาน” นั้นเกินจริง เพราะอัตราการเป็นโรคเบาหวานในญี่ปุ่นยังมีอยู่ แต่ถือว่าอยู่ในระดับปานกลางค่อนไปทางต่ำเมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ ทั่วโลก
โดยในช่วงหลังนี้ อัตราการเป็นเบาหวานในญี่ปุ่นมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากการได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมการกินแบบตะวันตก

ภาพประกอบ
หมอคังหลันเกอ ยังได้ชี้ให้เห็นความแตกต่างระหว่างพฤติกรรมการกินของชาวญี่ปุ่นกับชาวไต้หวัน โดยกล่าวว่า แม้คนญี่ปุ่นจะกินข้าวขาวทุกมื้อ แต่พวกเขาไม่ได้บริโภคอาหารที่มีไขมันสูง เช่น ข้าวหน้าหมูสามชั้น ข้าวผัด หรือข้าวคลุกมันหมูเหมือนที่นิยมในไต้หวัน
นอกจากนี้ ชาวญี่ปุ่นยังมีพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่กระฉับกระเฉง โดยเฉพาะการเดินทางด้วยการเดินหรือขนส่งสาธารณะ ซึ่งช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดและรักษาการทำงานของกล้ามเนื้อให้อยู่ในสภาพดี
แพทย์ยังเสริมอีกว่า สาเหตุหลักของโรคเบาหวานประเภทที่ 2 ไม่ได้เกิดจากการบริโภคคาร์โบไฮเดรตอย่างเดียว แต่เกิดจากการบริโภคพลังงานเกินความจำเป็น ซึ่งนำไปสู่การสะสมไขมันบริเวณหน้าท้องและเส้นรอบเอวที่เพิ่มขึ้น
โดยพลังงานส่วนเกินมักมาจากน้ำตาลและไขมัน โดยเฉพาะอาหารประเภททอดหรือผัดที่มีการผสมผสานระหว่างไขมันและคาร์โบไฮเดรต เช่น ข้าวผัดหรือข้าวหน้าหมู ทำให้คาร์โบไฮเดรตถูกเข้าใจผิดว่าเป็นต้นเหตุหลักของโรค

ภาพประกอบ
หลังจากโพสต์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ชาวเน็ตจำนวนมากแสดงความคิดเห็นในทำนองเห็นด้วย เช่น
- ไปที่ไหนที่มีคนญี่ปุ่นก็จะเห็นผู้สูงอายุเยอะ แต่แทบไม่มีใครอ้วนเท่าคนไต้หวัน
- ในไต้หวันจะไปแค่ร้านสะดวกซื้อหน้าปากซอยก็ยังต้องขี่มอเตอร์ไซค์ ทางเท้าก็ไม่มี จะเดินยังไง
- ต้นตอปัญหาคือเครื่องดื่มชานมไข่มุก ไต้หวันมีร้านเยอะเกินไป ไม่มีประเทศไหนเทียบได้
- ญาติของฉันกินข้าวสามมื้อเหมือนกัน แต่ไม่กินอาหารนอกบ้าน ไม่กินขนมหรือผลไม้ กลับผอมลงด้วยซ้ำ
จากข้อสรุปนี้ แสดงให้เห็นว่าการควบคุมน้ำหนักและระดับน้ำตาลในเลือดไม่ได้ขึ้นอยู่กับการกินข้าวเพียงอย่างเดียว แต่พฤติกรรมการใช้ชีวิตและการเลือกประเภทอาหารก็มีบทบาทสำคัญไม่น้อย
ขอบคุณข้อมูลจาก ETTODAY