รายงานข่าวจากสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 17 เม.ย.2561 ที่ผ่านมา สำนักงานบริหารการบินแห่งชาติของสหรัฐ(เอฟเอเอ) ได้ออกคำเตือนให้สายการบินทั่วโลกที่ใช้เครื่องบินโบอิ้ง 787 Dreamliner เครื่องยนต์โรลส์รอยซ์ Trent 1000 Package C เพิ่มมาตรการดูแลความปลอดภัยด้านการบินเพิ่มเติม เนื่องจากตรวจพบว่าใบพัดอัดอากาศของเครื่องยนต์รุ่นดังกล่าวอาจมีปัญหาเสี่ยงต่อต่อการแตกร้าวได้
เบื้องต้นได้ออกข้อกำหนดให้ทุกสายการบินทำการปรับลดระยะเวลาในการบินห่างสนามบินสำรองลง จากเดิมต้องมีระยะการบินห่างจากสนามบินสำรอง ภายใน 330 นาที เป็นภายใน 140 นาที เพื่อป้องกันความเสี่ยงกรณีใบพัดอัดอากาศมีปัญหาจนส่งผลกระทบต่อเครื่องยนต์ นักบินจะได้มีเวลาในการแก้ไขปัญหาและสามารถตัดสินใจนำเครื่องลงจอดฉุกเฉินที่สนามบินสำรองได้ทันเวลา
นอกจากนี้เมื่อวันที่ 19 เม.ย.2561 สำนักงานบริหารการบินแห่งชาติของสหภาพยุโรป (เอียซ่า) ยังได้ออกคำเตือนให้สายการบินทั่วโลกที่ใช้เครื่องบิน 787 Dreamliner เพิ่มการตรวจความปลอดภัยของใบพัดอัดอากาศชุดที่ 2 ด้วย เพิ่มเติมจากคำเตือนก่อนหน้า ที่กำหนดให้ตรวจสอบเฉพาะใบพัดอัดอากาศชุดที่ 1 พร้อมกำหนดให้ทุกสายการบินต้องเพิ่มความถี่ในการตรวจสอบความแข็งแรงของใบพัดอัดอากาศของเครื่องยนต์ให้ถี่มากขึ้น จากเดิมให้ตรวจสอบทุกๆ 1 พันเที่ยวบิน เป็นต้องตรวจสอบทุกๆ 80 เที่ยวบิน เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการแตกร้าว
“กทพ.อยู่ระหว่างรวบรวมคำเตือนและข้อแนะนำของเอฟเอเอ และเอียซ่า จัดทำเป็นข้อสรุปและแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการใช้ เครื่องบินโบอิ้ง787 Dreamliner เพื่อให้เกิดความปลอดภัย โดยจะจัดส่งไปให้สายการบินที่จดทะเบียนในไทยได้รับทราบและนำไปปฏิบัติให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน”
รายงานข่าวจากบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ปัจจุบันการบินไทยมีเครื่องบินโบอิ้ง 787 Dreamliner ประจำฝูงบินรวมจำนวนรวมทั้งสิ้น 6 ลำ แบ่งออกเป็นโบอิ้ง 787-8 จำนวน 4 ลำ และ 787-9 จำนวน 2 ลำ โดยยอมรับว่าในจำนวนนี้มีเครื่องบินที่ใช้เครื่องยนต์โรลส์รอยซ์ Trent 1000 Package C ซึ่งเป็นรุ่นที่มีปัญหา จำนวน 2 ลำ คือ เครื่องบินโบอิ้ง 787-9 Dreamliner ซึ่งปัจจุบันใช้บินในเส้นทางกรุงเทพ-โอ๊คแลนด์ ประเทศนิวซีแลนด์
“การบินไทยจะเฝ้าระวังและดำเนินการตามคำเตือนของเอฟเอเอ และเอียซ่า เพื่อให้เกิดความปลอดภัยสูงสุดในการทำการบิน โดยหลังจากนี้จะตรวจสอบใบพัดอัดอากาศให้ถี่ขึ้นเป็นทุกๆ 10 เที่ยวบิน จากเดิมที่มีการตรวจสอบทุกๆ 1 พันเที่ยวบิน เพื่อเฝ้าระวังไม่ให้เกิดรอยร้าวและส่งผลกระทบต่อเครื่องยนต์ และคงต้องลดระยะเวลาในการบินห่างจากสนามบินสำรองลง เป็นภายใน 140 นาที เพื่อป้องกันความเสี่ยงหากเครื่องเกิดปัญหาจะได้ขอลงฉุกเฉินทัน เบื้องต้นอาจจะไม่จำเป็นต้องปรับเส้นทางการบินใหม่ เพราะเส้นทางบินกรุงเทพ-โอ๊คแลนด์ ของการบินไทย มีการบินผ่านสนามบินหลายแห่งตลอดแนวเส้นทางบินอยู่แล้ว ส่วนเรื่องใบพัดเครื่องยนต์ หากตรวจพบว่ามีรอยร้าวจะต้องหยุดทำการบินทันที เพื่อทำการเปลี่ยนเครื่องยนต์ ซึ่งยอมรับว่าต้องใช้ระยะเวลาในการรออะไหล่จากผู้ผลิตนานพอสมควร”รายงานข่าว ระบุ
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้การบินไทยได้จัดทำแผนสำรองกรณีตรวจพบว่าเครื่องมีปัญหาโดยอาจจะมีการบริหารจัดการนำเครื่องชนิดอื่นมาทำการบินแทน อาทิ โบอิ้ง 777 โบอิ้ง 787-8 และโบอิ้ง 747 เป็นต้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เส้นทางบินกรุงเทพ-โอ๊คแลนด์ ของการบินไทย ซึ่งพบว่ามีปัญหาความเสี่ยงเรื่องใบพัดเครื่องยนต์ในครั้งนี้ พบว่าเป็นเส้นทางบินเดียวกันกับที่มีการนำเสนอข่าวไปก่อนหน้านี้ว่าไม่จำหน่ายบัตรโดยสารบนที่นั่งชั้นธุรกิจ Business Class ให้ผู้โดยสารที่มีรอบเอวเกินกว่า 56 นิ้ว เพราะไม่สามารถคาดเข็มขัดนิรภัยรุ่นใหม่แบบมีแอร์แบ็คได้