นักวิชาการสิ่งแวดล้อม เปิดผลกระทบ ทำเหมืองแร่หายากในประเทศไทย เผยเคสเมียนมา หลังจีนเข้ามาทำเหมือง เสียหายหนัก น้ำสะอาดหายาก สัตว์ป่า-ปลาสูญพันธุ์
กลายเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง หลัง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ลงนาม MOU ความร่วมมือในการพัฒนาความหลากหลายของห่วงโซ่อุปทานของ แร่ธาตุหายากหรือแรร์เอิร์ธ (Rare Earth) เมื่อวันที่ 26 ต.ค.ที่ผ่านมา
- นายกฯ ยันเซ็น MOU แรร์เอิร์ธ กับสหรัฐฯ อยู่ภายใต้กฎหมายไทย
- สส.ประชาชน ชี้รัฐบาลพลาดมาก ‘อนุทิน’ เซ็น MOU แรร์เอิร์ธ เสียเปรียบสหรัฐฯ อย่างหนัก
ซึ่ง “แร่แรร์เอิร์ธ” (Rare Earth Elements หรือ REE) หรือแร่ธาตุหายาก คือ กลุ่มแร่ธาตุ 17 ชนิด อาทิ สแกนเดียม (scandium) อิตเทรียม (yttrium) และแลนทาไนด์ (lanthanides) ที่เป็นส่วนประกอบสำคัญของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยีสมัยใหม่
ขุดแร่หายากในประเทศไทย..อะไรจะเกิดขึ้น?
ด้าน ดร.สนธิ คชวัฒน์ นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย กล่าวถึงการขุดแร่ในประเทศไทย ความว่า ขุดแร่หายากในประเทศไทย..อะไรจะเกิดขึ้น? ประเทศ สหรัฐอเมริกาลงนามข้อตกลงการค้าและแร่หายากกับ 4 ประเทศคู่ค้าในอาเซียนรวมทั้งประเทศไทย
1.แร่หายาก(Rare earths) คือกลุ่มธาตุโลหะ 17 ชนิด ซึ่งประกอบด้วยแลนทาไนด์ 15 ชนิด ร่วมกับสแกนเดียมและอิตเทรียม ธาตุเหล่านี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อเทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ รถยนต์ไฟฟ้า และระบบป้องกัน
แม้ชื่อจะบ่งบอกว่า “หายาก” แต่ธาตุเหล่านี้กลับไม่หายากในเปลือกโลกเท่าใดนัก แต่มีความเข้มข้นต่ำ แต่การทำเหมืองและสกัดให้บริสุทธิ์ทำได้ยากและมีค่าใช้จ่ายสูง คุณสมบัติทางแม่เหล็ก เคมี และไฟฟ้าที่เป็นเอกลักษณ์ทำให้ธาตุเหล่านี้ขาดไม่ได้สำหรับหลายการใช้งาน

2.การทำเหมืองแร่ธาตุหายากใช้วิธีการแบบดั้งเดิม เช่น การทำเหมืองแบบเปิด (open-pit)หรือการทำเหมืองใต้ดิน เพื่อสกัดเอาแร่จากนั้นจะนำมาบด สกัดและทำให้เข้มข้นเพื่อแยกธาตุหายาก (rare earth elements) ออกจากแร่ชนิดอื่น กระบวนการนี้ใช้พลังงานและน้ำเป็นจำนวนมาก และอาจก่อให้เกิดของเสียอันตรายที่มีธาตุกัมมันตรังสี เช่น แร่ทอเรียมและยูเรเนียม แม้ว่าธาตุหายากจะมีความสำคัญต่อเทคโนโลยีสมัยใหม่แต่การทำเหมืองและการแปรรูปก็ก่อให้เกิดความเสียหายต่อสิ่งแวด ล้อมอย่างมาก ทั้งการปนเปื้อนของน้ำ มลพิษทางอากาศ และการกัดเซาะหน้าดิน
3.การขุดแร่หายากส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมหลายด้าน ทั้งการปนเปื้อนของน้ำและดินจากสารเคมีและกากแร่ที่มีกัมมันตรังสี, การปล่อยฝุ่นและก๊าซอันตราย, การทำลายป่าและถิ่นที่อยู่ของสัตว์, และการใช้น้ำปริมาณมาก ปัญหานี้รุนแรงขึ้นจากกระบวนการขุดและแปรรูปที่ต้องใช้สารเคมีจำนวนมาก ซึ่งก่อให้เกิดของเสียและมลพิษในระยะยาว
เปิดผลกระทบขุดแร่หายากแบบไร้มาตรฐาน
อาจารย์สนธิ ระบุอีกว่า ผลกระทบสิ่งแวดล้อมมหาศาล จากการขุดแร่หายากแบบไร้มาตรฐาน
1.ข้อมูลจากสำนักงานสำรวจทางธรณี วิทยาแห่งสหรัฐอเมริกา (USGS) ในปี 2567 ระบุว่าประเทศไทยผลิตแร่หายากอันดับ 4 ของโลก ส่วนใหญ่พบในหินแกรนิตและสะสมอยู่ในชั้นดินผุพังรวมถึงในสายแร่ที่เกี่ยวข้องกับดีบุกและทังสเตน จังหวัดที่มีศักยภาพมีแหายากได้แก่
- ภาคเหนือ:เชียงราย,แม่ฮ่องสอน, เชียงใหม่
- ภาคตะวันตก: อุทัยธานี,กาญจนบุรี,
- ภาคใต้:ประจวบคีรีขันธ์, ชุมพร, ระนอง, พังงา, สุราษฎร์ธานี
แต่ทั้งหมดยังไม่มีการดำเนินการขุดแร่ในเชิงพาณิชย์ เพียงแต่ทำกันเองแบบชาวบ้าน
2.แร่หายาก (Rare earth elements) ส่วนใหญ่จะได้มาจาการทำเหมืองด้วยวิธีการที่ต้องขุดหน้าดินและใช้สารเคมีเพื่อชะล้างโลหะออกจากแร่ หรือโดยการเจาะและปั๊มสารเคมีเข้าไปในชั้นหิน เช่น ใช้สารแอมโมเนียมซัลเฟตเพื่อละลายธาตุหายากออกมาแล้วนำมาสกัดด้วยสารเคมีอีกครั้ง ดังนั้นน้ำเสียที่เกิดจากการผลิตจะปนเปื้อนด้วยโลหะหนักปริมาณมาก ถ้าปล่อยทิ้งออกมาจะปนเปื้อนต่อสิ่งแวดล้อม
3.กระบวนการเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างมาก รวมถึงเกิดการปนเปื้อนของดิน อากาศ และน้ำ ด้วยสารเคมีที่เป็นพิษและวัสดุกัมมันตรังสี เช่น ทอเรียมและยูเรเนียม ซึ่งนำไปสู่ปัญหาระยะยาว เช่น มลพิษที่ปนเปื้อนลงสู่น้ำใต้ดินและของเสียที่สามารถสร้างความเสียหายต่อระบบนิเวศและชุมชนในท้องถิ่นได้

4.การทำเหมืองแร่หายาก หน่วยราชการ เช่น กรมทรัพยากรธรณี และ กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและเหมืองแร่ ต้องเตรียมความพร้อมต้องกำหนดหลักการและแนวทางปฎิบัติในการทำเมืองให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ต้องมีมาตรการในการป้องกันและลดผลกระทบจากการปล่อยน้ำเสีย ,มาตรการจัดเก็บตะกอนหางแร่ ,การป้องกันกากตะกอนแร่ทั้งที่เป็นกัมมันตภาพรังสีและไม่เป็นปนเปื้อนน้ำใต้ดินและน้ำผิวดินและระบบนิเวศ,มาตการป้องกันมลพิษทางอากาศ
รวมทั้งต้องให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมและให้ความเห็นว่าสมควรให้มีการดำเนินการในพื้นที่ชุมชนหรือไม่และควกำหนดให้โครการดังกล่าวทุกขนาด จะต้องทำรายงานการประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพด้วย
การขุดแร่ธาตุหายากเป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมหรือไม่?
อ.สนธิ ทิ้งท้ายถึงการอันตรายจากการขุดแร่หายาก ด้วยว่า
1.การทำเหมืองแรร์เอิร์ธอาจสร้างความเสียหายอย่างมากต่อสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเป็นการทำเหมืองที่ผิดกฎหมายและไร้การควบคุม ปัญหาสำคัญประการหนึ่งของการขุดแร่แรร์เอิร์ธ คือ แร่ที่นำมาสกัดมักมีทอเรียมและยูเรเนียมผสมอยู่ด้วย ซึ่งทั้งสองอย่างนี้มีกัมมันตภาพรังสี ซึ่งหมายความว่าการแยกแร่แรร์เอิร์ธออกจากแร่เหล่านี้ต้องได้รับการจัดการอย่างระมัดระวัง เนื่องจากของเสียที่เกิดขึ้นจะมีกัมมันตภาพรังสีเช่นกัน
2.หากกากกัมมันตรังสีเหล่านี้ มักไหลลงสู่แหล่งน้ำใต้ดินและลำธาร ซึ่งสร้างความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนใกล้เคียงที่ต้องพึ่งพาแหล่งน้ำซึ่งสามารถพบเห็นได้ในพื้นที่ภูเขาทางตอนใต้ของจีนและตอนเหนือของเมียนมาร์ ซึ่งทั้งสองพื้นที่ถูกนำไปใช้ประโยชน์อย่างหนักเพื่อขุดหาแร่ธาตุหายาก
3.รายงานจาก Global Witness ซึ่งศึกษาผลกระทบของการทำเหมืองแร่ธาตุหายากในภูมิภาคเหล่านี้ แสดงให้เห็นว่าการทำเหมืองในเมียนมาทวีความรุนแรงขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา หลังจากที่จีนเริ่มปิดเหมืองของตนเองและเข้ามาดำเนินการในเมียนมา เมื่อกลางปี พ.ศ. 2565 พบแหล่งทำเหมือแร่ที่ผิดกฎหมายจากการชะล้างในแหล่งแร่บนภูเขาถึง 2,700 แห่ง ครอบคลุมพื้นที่ขนาดเท่ากับประเทศสิงคโปร์ รายงานว่าเข้าถึงน้ำดื่มที่สะอาดได้ยาก และสัตว์ป่าและปลาในท้องถิ่นกำลังสูญพันธุ์
นอกจากนี้ กระบวนการชะล้างในแหล่งแร่ยังอาจสร้างความเสียหายให้กับหินที่กำลังถูกสกัดอีกด้วย Global Witness พบว่ามีดินถล่มเกิดขึ้นแล้วกว่า 100 ครั้งในเขตก้านโจวของจีน อันเป็นผลมาจากการสกัดนี้ และภูเขาในเมียนมาก็สร้างความเสียหายอย่างมากเช่นกัน
