ยูโร 2024 ที่เยอรมนี ประเทศนี้มีสนามฟุตบอลคุณภาพดีหลายแห่ง 10 สังเวียนแข้งที่ถูกเลือกสำหรับทัวร์นาเมนต์นี้จึงเรียกได้ว่ามีคุณสมบัติที่ครบครันจริงๆ

รายชื่อ 10 สนามในการแข่งขัน ยูโร 2024

(REUTERS/Annegret Hilse)

– โอลิมเปียสตาดิโอน กรุงเบอร์ลิน

เริ่มเปิดใช้งานมาตั้งแต่ปี 1936 ปัจจุบันเป็นรังเหย้าของแฮร์ธา เบอร์ลิน นอกจากนี้ ยังผ่านการรองรับการแข่งขันกีฬาสำคัญมามากมาย อาทิ โอลิมปิกเกมส์ 1936, ฟุตบอลโลก 1974 และ 2006

สำหรับทัวร์นาเมนต์นี้ สนามแห่งนี้ได้รับการกำหนดให้มี 71,000 ที่นั่ง โดยจะถูกใช้สำหรับเกมรอบแบ่งกลุ่ม 3 นัด (สเปน-โครเอเชีย, โปแลนด์-ออสเตรีย, เนเธอร์แลนด์-ออสเตรีย), เกมรอบ 16 ทีมสุดท้าย 1 นัด, เกมรอบก่อนรองชนะเลิศ 1 นัด และเกมนัดชิงชนะเลิศ

(REUTERS/Angelika Warmuth)

– มิวนิก ฟุตบอล อารีนา (อัลลิอันซ์ อารีนา) เมืองมิวนิก

เริ่มเปิดใช้งานมาตั้งแต่ปี 2005 ปัจจุบันเป็นรังเหย้าของบาเยิร์น มิวนิก รวมถึงยังเป็นสนามที่เคยถูกใช้ในทัวร์นาเมนต์ฟุตบอลที่สำคัญอย่างฟุตบอลโลก 2006, ฟุตบอลยูโร 2020

สำหรับทัวร์นาเมนต์นี้ สนามแห่งนี้ได้รับการกำหนดให้มี 66,000 ที่นั่ง โดยจะถูกใช้สำหรับเกมรอบแบ่งกลุ่ม 4 นัด (เยอรมนี-สกอตแลนด์, โรมาเนีย-ยูเครน, สโลวีเนีย-เซอร์เบีย, เดนมาร์ก-เซอร์เบีย), เกมรอบ 16 ทีมสุดท้าย 1 นัด และเกมรอบรองชนะเลิศ 1 นัด

(REUTERS/Leon Kuegeler)

– เบเฟาเบ สตาดิโอน ดอร์ตมุนด์ (ซิกนัล อิดูนา ปาร์ก) เมืองดอร์ตมุนด์

เริ่มเปิดใช้งานมาตั้งแต่ปี 1974 มีอีกชื่อที่ไม่ได้เป็นทางการว่าเวสต์ฟาเลนสตาดิโอน ปัจจุบันเป็นรังเหย้าของโบรุสเซีย ดอร์ตมุนด์ รวมถึงยังเป็นสนามที่เคยถูกใช้ในทัวร์นาเมนต์สำคัญอย่างฟุตบอลโลก 1974 และ 2006

สำหรับทัวร์นาเมนต์นี้ สนามแห่งนี้ได้รับการกำหนดให้มี 62,000 ที่นั่ง โดยจะถูกใช้สำหรับเกมรอบแบ่งกลุ่ม 4 นัด (อิตาลี-แอลเบเนีย, ตุรกี-จอร์เจีย, ตุรกี-โปรตุเกส, ฝรั่งเศส-โปแลนด์), เกมรอบ 16 ทีมสุดท้าย 1 นัด และเกมรอบรองชนะเลิศ 1 นัด

(AFP/THOMAS KIENZLE)

– สตุตการ์ต อารีนา (เอ็มฮาเพอารีนา) เมืองสตุตการ์ต

เริ่มเปิดใช้งานมาตั้งแต่ปี 1933 ปัจจุบันเป็นรังเหย้าของเฟาเอฟแอล สตุตการ์ต รวมถึงยังเป็นสนามที่เคยถูกใช้ในทัวร์นาเมนต์สำคัญอย่างฟุตบอลโลก 1974 และ 2006, ฟุตบอลยูโร 1988

สำหรับทัวร์นาเมนต์นี้ สนามแห่งนี้ได้รับการกำหนดให้มี 51,000 ที่นั่ง โดยจะถูกใช้สำหรับเกมรอบแบ่งกลุ่ม 4 นัด (สโลวีเนีย-เดนมาร์ก, เยอรมนี-ฮังการี, สกอตแลนด์-ฮังการี, ยูเครน-เบลเยียม) และเกมรอบก่อนรองชนะเลิศ 1 นัด

(REUTERS/Fabian Bimmer)

– โฟล์กสปาร์กสตาดิโอน เมืองฮัมบูร์ก

เริ่มเปิดใช้งานมาตั้งแต่ปี 1953 ปัจจุบันเป็นรังเหย้าของฮัมบูร์ก เอสเฟา นอกจากนี้ยังมีชักตาร์ โดเน็ตส์ก ทีมยูเครน มาใช้เป็นสนามเหย้าในช่วงที่ประเทศกำลังเผชิญสงครามด้วย สนามนี้ยังเคยถูกใช้ในทัวร์นาเมนต์สำคัญอย่างฟุตบอลโลก 1974 และ 2006, ฟุตบอลยูโร 1988

สำหรับทัวร์นาเมนต์นี้ สนามแห่งนี้ได้รับการกำหนดให้มี 49,000 ที่นั่ง โดยจะถูกใช้สำหรับเกมรอบแบ่งกลุ่ม 4 นัด (โปแลนด์-เนเธอร์แลนด์, โครเอเชีย-แอลเบเนีย, จอร์เจีย-สาธารณรัฐเช็ก, สาธารณรัฐเช็ก-ตุรกี) และเกมรอบก่อนรองชนะเลิศ 1 นัด

(AFP/Ina FASSBENDER)

– ดุสเซลดอร์ฟ อารีนา (แมร์คูร์ สปีล-อารีนา) เมืองดุสเซลดอร์ฟ

เริ่มเปิดใช้งานมาตั้งแต่ปี 2004 ปัจจุบันเป็นรังเหย้าของฟอร์ทูนา ดุสเซลดอร์ฟ เป็นสนามแห่งเดียวที่ได้รับเลือกสำหรับจัดยูโร 2024 โดยที่ไม่เคยถูกใช้งานในฟุตบอลโลกหรือฟุตบอลยูโรหนอื่นมาก่อนเลย

สำหรับทัวร์นาเมนต์นี้ สนามแห่งนี้ได้รับการกำหนดให้มี 47,000 ที่นั่ง โดยจะถูกใช้สำหรับเกมรอบแบ่งกลุ่ม 3 นัด (ออสเตรีย-ฝรั่งเศส, สโลวะเกีย-ยูเครน, แอลเบเนีย-สเปน), เกมรอบ 16 ทีมสุดท้าย 1 นัด และเกมรอบก่อนรองชนะเลิศ 1 นัด

(REUTERS/Leon Kuegeler)

– อารีนา เอาฟ์ชาลเก (เฟลทินส์-อารีนา) เมืองเกลเซนเคียร์เชน

เริ่มเปิดใช้งานมาตั้งแต่ปี 2001 ปัจจุบันเป็นรังเหย้าของชาลเก 04 รวมถึงยังเป็นสนามที่เคยถูกใช้ในทัวร์นาเมนต์สำคัญอย่างฟุตบอลโลก 2006

สำหรับทัวร์นาเมนต์นี้ สนามแห่งนี้ได้รับการกำหนดให้มี 50,000 ที่นั่ง โดยจะถูกใช้สำหรับเกมรอบแบ่งกลุ่ม 3 นัด (เซอร์เบีย-อังกฤษ, สเปน-อิตาลี, จอร์เจีย-โปรตุเกส) และเกมรอบ 16 ทีมสุดท้าย 1 นัด

(AFP/Kirill KUDRYAVTSEV)

– แฟรงก์เฟิร์ต อารีนา (ดอยต์ช บังก์ ปาร์ก) เมืองแฟรงก์เฟิร์ต

เริ่มเปิดใช้งานมาตั้งแต่ปี 1925 มีอีกชื่อที่ไม่ได้เป็นทางการว่าวัลด์สตาดิโอน ปัจจุบันเป็นรังเหย้าของไอน์ทรักต์ แฟรงก์เฟิร์ต รวมถึงยังเป็นสนามที่เคยถูกใช้ในทัวร์นาเมนต์สำคัญอย่างฟุตบอลโลก 1974 และ 2006, ฟุตบอลยูโร 1988, ฟุตบอลฟีฟ่า คอนเฟเดอเรชันส์ คัพ 2005

สำหรับทัวร์นาเมนต์นี้ สนามแห่งนี้ได้รับการกำหนดให้มี 47,000 ที่นั่ง โดยจะถูกใช้สำหรับเกมรอบแบ่งกลุ่ม 4 นัด (เบลเยียม-สโลวะเกีย, เดนมาร์ก-อังกฤษ, สวิตเซอร์แลนด์-เยอรมนี, สโลวะเกีย-โรมาเนีย) และเกมรอบ 16 ทีมสุดท้าย 1 นัด

(AP Photo/Martin Meissner)

– โคโลญจน์ สเตเดียม (ไรน์เอเนอร์กีสตาดิโอน) เมืองโคโลญจน์

เริ่มเปิดใช้งานมาตั้งแต่ปี 1923 ปัจจุบันเป็นรังเหย้าของ 1. เอฟเซ โคโลญจน์ รวมถึงยังเป็นสนามที่เคยถูกใช้ในทัวร์นาเมนต์สำคัญอย่างฟุตบอลโลก 2006

สำหรับทัวร์นาเมนต์นี้ สนามแห่งนี้ได้รับการกำหนดให้มี 43,000 ที่นั่ง โดยจะถูกใช้สำหรับเกมรอบแบ่งกลุ่ม 4 นัด (ฮังการี-สวิตเซอร์แลนด์, สกอตแลนด์-สวิตเซอร์แลนด์, เบลเยียม-โรมาเนีย, อังกฤษ-สโลวีเนีย) และเกมรอบ 16 ทีมสุดท้าย 1 นัด

(REUTERS/Annegret Hilse)

– ไลป์ซิก สเตเดียม (เรดบูลล์ อารีนา) เมืองไลป์ซิก

เริ่มเปิดใช้งานมาตั้งแต่ปี 2004 ปัจจุบันเป็นรังเหย้าของแอร์เบ ไลป์ซิก รวมถึงยังเป็นสนามที่เคยถูกใช้ในทัวร์นาเมนต์สำคัญอย่างฟุตบอลโลก 2006

สำหรับทัวร์นาเมนต์นี้ สนามแห่งนี้ได้รับการกำหนดให้มี 40,000 ที่นั่ง โดยจะถูกใช้สำหรับเกมรอบแบ่งกลุ่ม 3 นัด (โปรตุเกส-สาธารณรัฐเช็ก, เนเธอร์แลนด์-ฝรั่งเศส, โครเอเชีย-อิตาลี) และเกมรอบ 16 ทีมสุดท้าย 1 นัด

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน