ถือว่าเป็นฟอร์ม “ม้ามืด” สุดๆสำหรับ ออสเตรีย ทีมนอกสายตา ที่เริ่มต้นด้วยการแพ้ ฝรั่งเศส เต็งจ๋า 0-1

พอตั้งลำได้เท่านั้นแหละ ทัพนักเตะออสเตรเลีย ภายใต้การคุมทัพของ ราล์ฟ รังนิก เล่นงานโปแลนด์ 3-1 และพลิกล็อกอัดเนเธอร์แลนด์ 3-2 คว้าแชมป์กลุ่ม ดี ผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้าย ยูโร 2024

มาร์เซล ซาบิตเซอร์ มิดฟิลด์หมายเลข 9 วัย 30 ปีจากโบรุสเซีย ดอร์ตมุนด์ ยกระดับเกมบุกของ ออสเตรีย ให้ดุดัน เกรี้ยวกราด เล่นงานแนวรับ เนเธอร์แลนด์ ที่มี เฟอร์จิล ฟาน ไดก์ เป็นศูนย์กลางจนฉีกเป็นชิ้นๆ
ในเกมซึ่ง ออสเตรีย เอาชนะ เนเธอร์แลนด์ ได้เป็นครั้งแรกในรอบ 30 ปี ซาบิตเซอร์ เกมนี้ซัดประตูชัย พร้อมสถิติจ่ายแม่นยำ 71% วิ่งทำเกมไปทั่วรวม 10.6 กม. รับรางวัล เพลเยอร์ ออฟ เดอะ แมตช์ ไปครอง


เป็นอีกหนึ่งนักเตะที่แฟนบอลหลายคนบอกเสมอว่าออกจากแมนยูไปได้ดีทุกคน


ซาบิตเซอร์ ย้ายไปอยู่กับแมนยูด้วยสัญญายืมตัวจากบาเยิร์น มิวนิก แต่ด้วยปัจจัยมากมายทำให้ ซาบิตเซอร์ ไม่ได้รับโอกาสมากนัก ก่อนถูก โบรุสเซีย ดอร์ตมุนด์ คว้าตัวไปในที่สุด

และ ซาบิตเซอร์ มีฤดูกาลที่ยอดเยี่ยมกับ ดอร์ตมุนด์ ด้วยการพาต้นสังกัดใหม่เข้าถึงรอบชิงฯ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก แต่น่าเสียดายที่ต้องผิดหวัง


ซาบิตเซอร์ ยังมีฟอร์มที่ดีต่อเนื่องมาจนถึง ฟุตบอล ยูโร 2024 ซึ่งหลังเกมเจ้าตัวยกเครดิตให้ รังนิก อดีตกุนซือรักษาการณ์แมนฯยู ว่ามีส่วนสำคัญกับ ผลงานของ ออสเตรีย อย่างมาก

“ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ออสเตรีย มีฟอร์มขึ้นๆ แต่เราพัฒนาขึ้นมาอย่างชัดเจนตั้งแต่เฮดโค้ช (ราล์ฟ รังนิก) เข้ามา แต่ก่อนเราอาจจะไม่มีความกระตือรือร้นที่จะไล่บอลมากนัก แน่นอนเลยว่าตอนนี้เราเปลี่ยนไปแล้ว เราไล่บอลอย่างแข็งแกร่ง ทุกคนในทีมรู้ว่าเมื่อทีมเสียบอล ทุกคนจะไล่ล่าเพื่อเอาบอลคืน นั่นคือความเปลี่ยนแปลงสำคัญที่สุด”


“เมื่อเป็นฝ่ายครองบอล ทุกคนรู้ตำแหน่งและสิ่งที่ตัวเองต้องทำ เราชนะเนเธอร์แลนด์ และเข้ารอบเป็นแชมป์กลุ่ม มันคงไม่มีอะไรดีไปกว่านี้แล้ว แต่จากนี้ไปเราคงต้องโฟกัสในเกมรอบ 16 ทีมสุดท้ายต่อไป”



สำหรับประตูสุดสวยที่หลุดกับดักล้ำหน้าของ ฟาน ไดก์ และเข้าไปยิงยัดด้วยซ้ายเสาแรกเข้าไปนั้น ซาบิตเซอร์ เผยว่า “ผมได้บอลลึก ผมพยายามเงยหน้ามองว่ามีใครว่างบ้าง แต่พวกเขายืนอยู่เพียบ มันเป็นทางเดียวที่จะจบจังหวะเข้าทำครั้งนี้ ผมแค่ลองยิงดู”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน