เฟอร์จิล ฟาน ไดก์ กองหลังกัปตันทีม ลิเวอร์พูล ชี้ว่า ไม่มีประโยชน์ที่จะมาพูดถึงประตูที่เขาโหม่งเข้าไปในเกมพ่าย แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 0-3 ทว่าถูกจับเป็นลูกล้ำหน้า พร้อมโฟกัสแค่ผลการแข่งขันที่พ่ายแพ้เท่านั้น
โดย ลิเวอร์พูล แชมป์เก่าบุกพ่าย แมนฯ ซิตี้ ขาดลอย 0-3 ในเกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ 2025-26 คู่บิ๊กแมตช์ เมื่อวันที่ 9 พ.ย.
อย่างไรก็ตามในเกมดังกล่าวมีประเด็นให้พูดถึงเมื่อ เฟอร์จิล ฟาน ไดก์ โหม่งพา ลิเวอร์พูล ตีเสมอ 1-1 ในนาที 38 ทว่าถูกยึดคืนเนื่องจากวีเออาร์มองว่า แอนดี โรเบิร์ตสัน ซึ่งยืนอยู่ในตำแหน่งล้ำหน้ามีการเกี่ยวข้องกับการเล่น

Soccer Football – Premier League – Manchester City v Liverpool – Etihad Stadium, Manchester, Britain – November 9, 2025 Liverpool’s Virgil van Dijk scores a goal that was later disallowed Action Images via Reuters/Jason Cairnduff EDITORIAL USE ONLY.
หลังเกม ฟาน ไดก์ พูดถึงจังหวะนี้ว่า “ในวงการฟุตบอล กรรมการเป็นผู้ตัดสินจังหวะสำคัญ และเราต้องรับมือกับมันในสนาม ผมไม่มีประโยชน์ที่จะพูดถึงเรื่องนี้จากมุมมองของผม ความจริงคือเราแพ้ 3-0 และนั่นเป็นการสูญเสียครั้งใหญ่”
“ไม่สำคัญว่าผมจะพูดอะไร (เกี่ยวกับประตู) เพราะทุกอย่างที่ผมพูดจะอยู่บนหน้าสื่อ และช่วงพักเบรกทีมชาติทั้งหมดจะเกี่ยวกับความเห็นของผมเกี่ยวกับการตัดสินใจครั้งนี้ ผมแค่สนใจว่าเราแพ้ พวกคุณถกเถียงกันได้ว่าควรจะยืนหยัดหรือไม่”
“ครึ่งแรกเป็นเกมที่ยาก พวกเขาเล่นบอลได้คล่องขึ้นมาก และเป็นเรื่องยากสำหรับนักเตะของเราที่จะกดดันพวกเขา ผมไม่คิดว่าจะอันตรายมากนัก แต่ เฌเรมี โดกู เล่นได้ดี และบางครั้งก็เป็นเรื่องยากสำหรับ คอเนอร์ (แบรดลีย์) ในการดวลหนึ่งต่อหนึ่ง ผมไม่คิดว่าเรามีปัญหาอะไรมาก แต่เราน่าจะทำได้ดีกว่านี้”
“มันเกี่ยวกับการหาความสม่ำเสมอ และเดินหน้าต่อไป ตอนนี้เราจะไปเล่นทีมชาติ รักษาความฟิต และเตรียมพร้อมสำหรับการวิ่งครั้งใหญ่หลังจากนั้น เราจะไม่ยอมแพ้เด็ดขาด ตอนนี้เราอยู่ในเดือนพฤศจิกายนแล้ว และเราพร้อมสำหรับฤดูกาลที่ยาวนาน และการต่อสู้ครั้งใหญ่”