ดร.สุวรรณา ศิลปอาชา นายกสมาคมกีฬาเคอร์ลิ่งแห่งประเทศไทย กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมนักกีฬาไทย ในศึก ซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ระหว่างวันที่ 9-20 ธันวาคม 2568 ที่ประเทศไทย เป็นเจ้าภาพว่า ขณะนี้นักกีฬาไทยส่วนใหญ่ฝึกซ้อมกันอยู่ที่ต่างประเทศ มีทั้งที่ประเทศแคนาดา และญี่ปุ่น โดยจะบินกลับมาประเทศไทยช่วงก่อนแข่งขัน ส่วนสนามแข่งขันที่ อิมพีเรียลเวิลด์สำโรง ก็มีความพร้อมมาก ทั้งยังมีนักกีฬาจากหลายประเทศทั้งจาก อินโดนีเซีย, ฟิลิปปินส์ และสิงคโปร์ มาฝึกซ้อมด้วย
ดร.สุวรรณา เผยถึงเป้าหมายในซีเกมส์ ว่า สำหรับ ฟิกเกอร์สเก็ต มีชิงชัย 2 เหียญทอง แต่อาจต้องยอมรับว่าเราเป็นรองหลายประเทศ เนื่องจากเราเลือกส่งนักกีฬาระดับจูเนียร์ ลงแข่งขัน ขณะที่ประเทศอื่นส่งรุ่นโอเพ่นมาเลย ยกตัวอย่าง ฟิลิปปินส์ มีอดีตนักกีฬาของสหรัฐอเมริกา และมีแรงกิ้งอยู่ในระดับโลกด้วย
“ในส่วน สปีดสเก็ต หรือ Short Track Speed Skating นั้นมีชิง 7 เหรียญทอง เราคาดหวังที่ 2 เหรียญทอง และเชื่อว่าอาจจะมีเซอร์ไพรส์เพิ่มเติมด้วย ซึ่งคงต้องมาลุ้นและส่งกำลังใจเชียร์นักกีฬาในวันแข่งขัน”

ดร.สุวรรณา ในฐานะ รองประธานคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทย และกรรมาธิการสหพันธ์กีฬาสเก็ตน้ำแข็งนานาชาติ เผยด้วยว่า ในซีเกมส์ครั้งนี้ ตนได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทย ให้รับหน้าที่เป็นประธานคณะกรรมการธิการด้านความเท่าเทียม ความปลอดภัยของนักกีฬา ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องใหม่ของวงการกีฬาไทย แต่เป็นเรื่องสำคัญของระดับโลก ที่ทุกๆสถาบันกีฬาโลกให้ความสำคัญ โดยเราจะทำหน้าที่ช่วยกันป้องกัน เป็นเสียงให้กับนักกีฬาที่โดนคุกคาม ล่วงละเมิด ทางวาจา จิตใจ และทางเพศ
“ทุกวันนี้เราอาจจะสนใจกันว่านักกีฬาจะได้กี่เหรียญ แต่ภัยที่นักกีฬาต้องเจอและไม่สามารถพูดออกมาได้ ตรงนั้นจะส่งผลกับการเล่นกีฬาของเขา เมื่อไหร่ก็ตามที่เขามีเรื่องไม่สบายใจ เรื่องกังวล ก็จะไม่สามารถแสดงศักยภาพได้เต็ม 100 เปอร์เซ็นต์ แต่ถ้าเราเป็นพี่เลี้ยง คอยซัพพอร์ต คอยดูแลเขา เชื่อว่าจะทำให้เขามีกำลังใจ และผ่านอุปสรรคที่ต้องเจอไปได้ ซึ่งเรื่องนี้เราได้ทำงานร่วมกันกับ สิงคโปร์ และมาเลเซียด้วย หากเกิดเรื่องราว กับประเทศไหน ก็จะมีการแจ้งให้กับประเทศนั้นได้รับทราบ และจะมีการประเมินว่าต้องส่งนักจิตวิทยาเข้าไปช่วย หรืออาจร้ายแรงถึงขั้นส่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดูแล ซึ่งเรื่องนี้จะเป็นความลับทั้งหมด เพื่อให้นักกีฬาเกิดความสบายใจ”