กลายเป็นประเด็นถกเถียงหลังสื่อต่างประเทศนำเสนอข่าวดราม่างานวิ่งสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด ฮ่องกง มาราธอน 2026 ที่มีนักวิ่งชายคนหนึ่งอุ้มเด็กทารกไว้ที่หน้าอกขณะวิ่งในระยะมาราธอน 42.195 กม. ซึ่งหลายฝ่ายเกรงว่าจะทำให้เด็กน้อยได้รับอันตรายในวัยแบเบาะแบบนี้

งานวิ่งซึ่งมักมีอะไรแปลกๆให้เห็นบ่อยครั้ง แต่ครั้งนี้หลายฝ่ายวิพากษ์วิจารณ์ว่าไม่เหมาะสมนักเมื่อ นักวิ่งชายวัยกลางคนดันนำทารกไว้ในเป้อุ้มเด็กด้านหน้าและลงวิ่งในทางไกล และนำป้าย BIB ติดไว้กับผ้าห่มกันลมของเด็ก ซึ่งในภาพจะเห็นว่า เด็กน้อยถูกเขย่าไปตามการวิ่งของนักวิ่งคนดังกล่าว ท่ามกลางสายตานักวิ่งรายอื่นที่สงสัย และเป็นห่วงว่า เด็กอาจจะได้รับการกระทบกระเทือนทางสมอง บางรายคอมเมนต์ว่า นี่คือสาเหตุที่ควรมีการสอบใบอนุญาตก่อนมีบุตร บ้างกังวลว่าหากชายคนดังกล่าวล้มเด็กจะได้รับบาดเจ็บขนาดไหน

นักวิ่งซึ่งเห็นเหตุการณ์ ระบุว่า “ตอนเริ่มวิ่งเขาอยู่ข้างๆ ผม ผมตกใจมาก ดูจากสายตาเด็กน่าจะอายุไม่เกิน 6 เดือน การทำแบบนี้มันไม่รับผิดชอบอย่างรุนแรง” ขณะที่อีกคนยืนยันว่าเห็นเขาที่ย่านเหย่าหม่าเต๋อและยืนยันว่าเป็นเด็กทารกจริงๆ ไม่ใช่ตุ๊กตา

จากการตรวจสอบบันทึกการแข่งขัน นักวิ่งรายนี้มีนามสกุลว่า หวัง ออกตัวเวลา 06.25 น. และวิ่งไปได้ 15 กิโลเมตร โดยใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง 20 นาที (เฉลี่ยกิโลเมตรละ 9 นาที 22 วินาที) แต่สุดท้ายเขาไม่จบการแข่งขัน

ทั้งนี้ระเบียบของงานสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด มาราธอน ระบุชัดเจนว่า ห้ามผู้สมัครนำทารก ผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 16 ปี หรือบุคคลที่ไม่มีป้ายหมายเลขวิ่งที่ถูกต้องเข้าสู่เส้นทางวิ่ง หากฝ่าฝืนจะถูกเชิญออกจากสนามทันที

สมาคมกรีฑาฮ่องกง ยืนยันว่าได้รับรายงานเรื่องผู้เข้าแข่งขันละเมิดกฎ และได้ดำเนินการยุติการวิ่งของชายคนดังกล่าวพร้อมให้ออกจากสนามเพื่อความปลอดภัย ทั้งนี้ฝ่ายจัดงานระบุว่าหากพบพฤติกรรมที่เสี่ยงต่ออันตราย จะทำการตัดสิทธิ์การแข่งขันและอาจพิจารณาสั่งห้ามไม่ให้ลงแข่งขันในอนาคตด้วย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน