ดร.ศิริเฐษฐ์ พูลทิพายานนท์ ออกโรงจวกยับกกท.ใช้งบประมาณไม่ถูกทาง เน้นงานอีเวนต์ซึ่งไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ระยะยาวมากกว่าการพัฒนาเยาวชนทางด้านกีฬา

ดร. ศิริเชษฐ์ พูลทิพายานนท์ เป็นอาจารย์ประจำภาควิชาวิทยาศาสตร์การกีฬา คณะพลศึกษา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว.) องครักษ์ เชี่ยวชาญด้านชีวกลศาสตร์การกีฬา (Sports Biomechanics) และการจำลองระบบกล้ามเนื้อและกระดูก ได้ออกมาโพสต์ข้อความพร้อมข้อมูลท้วงติงการวางแผนใช้งบประมาณของการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) พร้อมชูหลักฐานว่ามุ่งเน้นแค่อีเวนต์ ไม่ส่งเสริมการสร้างนักกีฬา

โพสต์ดังกล่าวผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัว Sirichet Punthipayanon เป็นข้อความว่า

มิตรสหายที่เคารพส่งงบประมาณของหน่วยงานกีฬาแห่งหนึ่งของประเทศมาให้ดู ข้อมูลจากเอกสารงบประมาณชุดนี้ ซึ่งไม่ยอมทำเป็น Machine Readable แต่ไม่เป็นไร เราทำได้เสมอ ฟ้องชัดเจนว่าท่านกำลังจัดลำดับความสำคัญผิดเพี้ยนไปอย่างรุนแรง ดังนี้ครับ:

1. พันธกิจที่บิดเบี้ยว (Mission Drift): จาก “สร้างนักกีฬา” สู่ “จ้างจัดอีเวนต์” ตัวเลขไม่เคยโกหกครับ งบประมาณ 1,419 ล้านบาท ถูกเทไปที่กอง “อีเวนต์” (เช่น เจ้าภาพซีเกมส์, Moto GP, วิ่งเทรล, งานเฟสติวัล) ในขณะที่งบสำหรับ “สร้างรากฐาน” อย่าง Youth Development, วิทยาศาสตร์การกีฬา และศูนย์ฝึกแห่งชาติ มีเพียง 341 ล้านบาท

ตลกร้ายที่ 1: ท่านมีงบจัดวิ่งเทรลและ Road Show มวยไทยเป็นร้อยล้าน แต่ท่านมีงบซื้อวัสดุอุปกรณ์ ทางด้านวิทยาศาสตร์การกีฬาให้นักกีฬาในศูนย์ฝึกแห่งชาติ (NTC) เพียง 239,900 บาท (รายการที่ 3.17) ท่านอ่านไม่ผิดครับ สองแสนกว่าบาท สำหรับนักกีฬาทั้งประเทศ แต่ ร้อยสี่สิบล้าน สำหรับ Moto GP

ตลกร้ายที่ 2: ท่านใช้งบจัดงาน “มหกรรมมวยไทย” เพื่อ Soft Power/Tourism รวมกันหลายร้อยล้าน แต่กลับมีงบปรับปรุงค่ายมวยต้นแบบเพียง 10 ล้านบาท นี่คือการ “เก็บเกี่ยวผลผลิตโดยไม่ใส่ปุ๋ย” วันหนึ่งต้นไม้จะตาย และท่านจะไม่มีอะไรไปโชว์ครับ

2. ความคุ้มค่าทางนโยบาย (Policy ROI): ฉาบฉวย vs ยั่งยืน
การทุ่มงบ 65% ไปกับ Sport Tourism อาจจะสร้างตัวเลขนักท่องเที่ยวระยะสั้นได้ แต่มันไม่ใช่หน้าที่หลักของ “การกีฬาแห่งประเทศไทย” ครับ นั่นมันงานของ “การท่องเที่ยวฯ”

คำถามคือ: การจัด Football Festival 50 ล้านบาท สร้างนักฟุตบอลทีมชาติได้กี่คน?
เมื่อเทียบกับ Youth Development ที่ท่านให้เฉลี่ยชนิดกีฬาละ 10-20 ล้านบาท ซึ่งต้องใช้สร้างนักกีฬาตลอดทั้งปี
ท่านกำลังเอาเงินภาษีไปละลายกับ “พลุที่จุดแล้วดับ” แทนที่จะเอาไปสร้าง “ฐานตึกที่มั่นคง”

3. ข้อเสนอแนะ (Recommendation) เดี๋ยวจะหาว่าด่าอย่างเดียว ไม่ใช่นะครับ ผมกำลังแนะนำให้ท่านทำสิ่งที่ถูกต้อง : เลิกทำตัวเป็น Event Organizer ถ้าเป้าหมายของประเทศคือเหรียญทองโอลิมปิก หรือฟุตบอลโลก รวมทั้งการพัฒนานักกีฬาระดับเยาวชน ท่านต้อง Flip (กลับด้าน) งบประมาณก้อนนี้ครับ:

Stop: หยุดใช้งบ “นโยบายรัฐบาล” เป็นข้ออ้างในการจัด Event PR ที่วัดผลสัมฤทธิ์ทางการกีฬาไม่ได้

Shift: โยกงบ Event 50% มาใส่ในด้านการพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์การกีฬา และ การพัฒนานักกีฬาระดับเยาวชนะ ทีมชาติ โดยเร่งด่วน

หน้าที่ท่านที่ควรต้องทำ คือ “สร้างคน” (Human Capital) ไม่ใช่ “สร้างฉาก” (Scenery)

แถมให้อีกนิด วันก่อนเพิ่งเรียนเรื่อง SROI Social Impact Return of Investment มา เนื่องจากเอกสารงบประมาณไม่ได้ระบุตัวชี้วัดผลลัพธ์ (Outcome) ที่ชัดเจน ผมจึงใช้ค่า Multiplier มาตรฐานทางเศรษฐศาสตร์การกีฬาในการคำนวณ:
Events & Tourism: ให้ SROI 1.2x (เน้นผลระยะสั้น, เงินหมุนเวียนครั้งเดียว)
Athlete Development: ให้ SROI 4.5x (สร้างมูลค่าระยะยาว, ลดค่ารักษาพยาบาล, ลดอาชญากรรม, สร้างอาชีพ)
ผลลัพธ์ที่ได้จากการคำนวณ (Simulation):
แผนปัจจุบัน (Current Plan):

ท่านทุ่มงบ 1,419 ล้านบาทไปกับ Event (Multiplier ต่ำ) ทำให้มูลค่าทางสังคมรวมอยู่ที่ประมาณ 4,171 ล้านบาท
ข้อเสนอปรับปรุง (Rebalanced Plan):
หากท่าน “เกลี่ยงบเพียง 30%” จาก Event (ประมาณ 425 ล้านบาท) มาใส่ใน Youth Development
มูลค่าทางสังคมรวมจะกระโดดขึ้นเป็น 5,576 ล้านบาท ทันที

การจัดสรรงบแบบปัจจุบัน ทำให้ท่าน “ทำเงินหล่นหาย” ไปกว่า 1,400 ล้านบาท ในเชิงมูลค่าทางสังคม (Social Value Loss) เพียงเพราะท่านเลือกที่จะจุดพลุ แทนที่จะปลูกต้นไม้ครับ

หากงบประมาณก้อนนี้ยังถูกอนุมัติโดยไม่มีการแก้ไข ปี 2569 จะเป็นปีที่การกีฬาไทยมีแต่ภาพสวยหรูในข่าว PR แต่กลับลืมในแง่คุณภาพนักกีฬาครับ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน