เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2569 ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย เดินทางมายื่นเอกสารแจ้งความดำเนินคดีในข้อหาฉ้อโกง กับสมาคมกีฬาฮอกกี้น้ำแข็งแห่งประเทศไทย ที่เบิกจ่ายงบประมาณเกินจริง โดยมี นายภูมิวิศาล เกษมศุข เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) เป็นผู้รับมอบ
ดร.ก้องศักด เผยว่า ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่เราบูรณาการทำงานร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรมระหว่าง กกท. และ ป.ป.ท. อย่างเรื่องกฎหมาย เรื่องการสอบสวนดำเนินการต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ทาง กกท. ไม่ได้มีความชำนาญ ต้องยอมรับว่าการทำเรื่องเบิกจ่ายงบประมาณกับทางสมาคมกีฬาต่าง ๆ ที่ได้รับการสนับสนุน เราก็จะมีเช็กลิสต์ว่าที่เบิกมีอะไรบ้าง มีเอกสาร มีลายเซ็น แต่ถ้าลงลึกว่ามีอะไรผิดปกติหรือไม่ ต้องอาศัย ป.ป.ท. เพราะฉะนั้นเคสนี้ ถ้าไม่มี ป.ป.ท. เราก็ไม่สามารถมาแจ้งความครั้งนี้ได้ ซึ่งหลังจากที่สืบสวนและไต่สวนแล้ว ก็พบว่ามีเหตุอันควรเชื่อได้ว่ามีการกระทำผิดเรื่องทุจริต เรื่องเบิกค่าใช้จ่ายเกินจริง ซึ่งรายละเอียดต่าง ๆ ป.ป.ท. ดำเนินการสืบสวนจนได้ข้อยุติ มีเหตุผลเชื่อได้ว่ามีการกระทำที่เป็นการทุจริต และผู้เสียหายคือ กกท. เราก็อยากจะให้เคสนี้เป็นตัวอย่างในการบูรณาการจัดระเบียบ และทำให้งบประมาณที่เบิกจ่ายมีความโปร่งใส มีผลประโยชน์สูงสุดกับวงการกีฬา และข้อกล่าวหาอาจมีหลายประเด็น ไม่ใช่แค่เรื่องของการเบิกเกินจริงอย่างเดียว อาจจะมีเรื่องอื่น ๆ ซึ่งกำลังรอความชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องจ่ายเบี้ยเลี้ยงนักกีฬา เรื่องการซื้ออุปกรณ์กีฬา เรื่องการจ้างผู้ฝึกสอน ซึ่งประเด็นเหล่านี้ยังไม่อยู่ในชั้นแจ้งความ วันนี้มีแค่เรื่องเบิกเอกสารเกินจริง
ดร.ก้องศักด เผยอีกว่า งบประมาณที่จ่ายไปให้สมาคมกีฬาฮอกกี้น้ำแข็งฯ นั้นจ่ายไปงวดเดียว แต่มูลค่าเยอะอยู่ ซึ่งสมาคมอื่น ๆ ก็มีการแจ้งเข้ามา แต่จากหลักฐานและการไต่สวน มีกรณีนี้กรณีเดียวที่หลักฐานครบถ้วน สามารถดำเนินการแจ้งความได้เป็นกรณีแรก โดยเคสนี้จะเป็นเคสนำร่องต่อไป เพราะมีหลายสมาคมกีฬาที่มีการยื่นร้องเข้ามาเหมือนกัน ซึ่งที่บอกได้ก็จะมีเกี่ยวข้องกับเบี้ยเลี้ยงนักกีฬาด้วย แต่ยังไม่สามารถแจ้งความได้
“กกท. เป็นผู้เสียหายในเรื่องฉ้อโกง ซึ่งพนักงานสอบสวนก็จะไปดูให้ว่าเข้าข่ายเรื่องอื่นหรือไม่ ไม่ว่าจะเป็นการปลอมแปลงเอกสาร ปลอมและใช้เอกสารสิทธิ์ ซึ่งคงต้องหารือกับพนักงานสอบสวน แต่ยังไงก็เข้าข่ายฉ้อโกงแน่นอน ทั้งนี้เราจะดำเนินการด้วยความเป็นธรรม ซึ่งแน่นอนว่า กกท. ในฐานะผู้เสียหายก็ต้องฟ้องทั้งทางแพ่งและอาญา เพราะเป็นเงินหลวง เงินแผ่นดิน ตัวเลขความเสียหายยังไม่ยืนยัน แต่เยอะพอสมควร”
ด้าน นายภูมิวิศาล เผยว่า จากที่เข้าไปตรวจสอบพบว่าสมาคมฯเบิกเงินเกินจริง เขียนใบเสร็จเกินกว่าจำนวนที่จะได้รับไปเยอะ ซึ่งอยู่ในชั้นสอบสวนว่าบุคคลใดเป็นคนออกใบเสร็จ แต่สมาคมก็ไม่น่าจะเลี่ยงความรับผิดชอบได้
“ถือเป็นนิมิตหมายที่ดีที่ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทยลงมาเล่นด้วยตัวเอง จากนี้ไปก็คงจะมีการตรวจสอบไม่ใช่สมาคมนี้สมาคมเดียว ถ้าใครมีข้อมูลอยากให้เข้าไปตรวจสอบก็เข้ามาแจ้งได้ ซึ่งเราก็จะลงไปดำเนินการตรวจสอบ โดยขณะนี้เริ่มมีข้อมูลแจ้งเข้ามาแล้ว”