เมื่อวันที่ 24 มีนาคม ที่การกีฬาแห่งประเทศไทย “เอฟวัน” เทพไชยา อุ่นหนู นักสอยคิวขวัญใจชาวไทย เดินทางมาพบ ดร.ก้องศักดิ ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย หลังจากสร้างความมหัศจรรย์ผงาดแชมป์ เวิลด์ โอเพ่น 2026 ที่ประเทศจีน ด้วยการเอาชนะ รอนนี โอซุลลิแวน นักสนุกเกอร์ระดับตำนาน มือ 12 ของโลก และเจ้าของแชมป์โลก 7 สมัย ในรอบชิงชนะเลิศ พร้อมขยับขึ้นมารั้งอันดับ 22 ของโลก และรับเงินรางวัล 175,000 ปอนด์ หรือราว 7.6 ล้านบาท
“เอฟวัน” เทพไชยา เผยว่า วันนี้มาขอคำแนะนำ และเอาถ้วยแชมป์มาฝากท่านผู้ว่าฯ รวมถึงมาพูดคุยกับ 2 เรื่องคือ เรื่องงบประมาณการสนับสนุน และเรื่องพาสปอร์ต ซึ่งที่ผ่านมามักติดปัญหาในเรื่องของวีซ่าเดินทางไปแข่งขันประเทศต่างๆ นอกจากนี้ยังมี เรื่องพระราชบัญญัติการพนัน ซึ่งหวังมานานแล้ว และตอนนี้สนุกเกอร์ก็กลับมาบูมอีกครั้ง อยากจะให้กีฬาสนุกเกอร์ ออกจากพรบ.การพนัน จึงมาฝากท่านผู้ว่าฯช่วยดู
ส่วน ดร.ก้องศักดิ กล่าวว่า ต้องแสดงความยินดีกับเอฟ ที่ได้สร้างความสุขให้คนไทย ที่ผ่านมาเราให้การสนับสนุนสนุกเกอร์ ทำงานร่วมกับสมาคมกีฬาบิลเลียดแห่งประเทศไทย มาโดยตลอด ซึ่งมี 2 ส่วนคือกีฬาเป็นเลิศ และกีฬาอาชีพ แต่ยอมรับว่าปีนี้ด้านของกีฬาอาชีพถูกตัดงบประมาณไปเยอะ เราก็พยายามที่จะเพิ่มเติมเข้าไป ซึ่งได้หารือสมาคมกีฬาบิลเลียดแห่งประเทศไทยก็จะมีประมาน 2-3 รายการ ที่เราจะสนับสนุนนักกีฬาผ่านทางสมาคมฯเพิ่มเติม
“สำหรับการสนับสนุน เอฟ ในอนาคตแน่นอนว่า เราจะสนับสนุนการเดินทาง และค่าใช้จ่ายต่างๆ อย่างเต็มที่ตามกรอบของรัฐบาลจะทำได้ ส่วนเรื่องเอกสารการเดินทางที่มักจะเป็นปัญหากับนักกีฬา ก็จะช่วยทำเรื่องขอไปที่กระทรวงต่างประเทศออกหนังสือเดินทาง เพื่ออำนวยความสะดวก
ดร.ก้องศักดิ เผยต่อว่า ส่วนเรื่อง พรบ.การพนัน เราเห็นตรงกันว่า สนุกเกอร์นั้นเป็นกีฬา และไม่ใช่การพนัน เช่นเดียวกับ มวย ก็ยังอยู่ใน พรบ.การพนัน ซึ่งต้องแยกให้ชัดเจน อย่างถ้ามีการเล่นกีฬา และมีเล่นการพนันกันต้องดำเนินคดี แต่ถ้าเป็นการฝึกซ้อม การเล่นฝึกฝน ต้องทำได้โดยอิสระ ไม่จำกัดอายุ ซึ่งภายในสัปดาห์หน้าจะทำหนังสือถึงกระทรวงมหาดไทย เพื่อขอปลดล็อก สนุกเกอร์ ออกจากบัญชีการพนัน แต่ระหว่างที่รอดำเนินการ ก็จะขอความชัดเจน กับกระทรวงมหาดไทย ในการขออนุญาตให้เยาวชนสามารถเข้าไปเล่น ไปฝึกซ้อมได้ ซึ่งเราจะทำงานร่วมกับ สมาคมกีฬาบิลเลียดฯ ยื่นข้อมูลและเงื่อนไขว่าเราจะจำกัด แบ่งโซน ติดป้ายห้ามเล่นพนัน เราจะดูแลนักกีฬาจะจัดระบบยังไง ให้เป็นกีฬาอย่างแท้จริง ก็เชื่อมั่นว่า สิ่งนี้คนส่วนใหญ่จะเห็นด้วย
“ต้องบอกตามตรงว่า การกีฬาแห่งประเทศไทย ไม่ได้มีอำนาจในการตัดสินใจ ทำได้เพียงเสนอ ทำหนังสือชี้แจง แต่การปลดล็อกอยู่ในอำนาจของกระทรวงมหาดไทย ที่ผ่านมา รัฐมนตรีกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาหลายคนก็พยายมผลักดัน แต่ยังไปไม่ถึง ก็หวังว่ากรณีของ “เอฟวัน” ที่ไปสร้างชื่อเสียงแบบนี้จะเปนแรงผลักดันให้นโยบายสำเร็จ”
ด้าน นายสุนทร จารุมนต์ นายกสมาคมกีฬาบิลเลียดแห่งประเทศไทย เผยว่า ตอนนี้ สิทธิ์ขาดโดยตรงน่าจะอยู่ที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งดูแลโดยตรงเกี่ยวกับการแก้ไขพระราชบัญญัติ ที่ผ่านมา กกท. กับ สมาคมฯ พยายามผลักดันมาโดยตลอด แต่ก็ติดตรงที่ที่ผ่านมามีการเปลี่ยนรัฐบาลบ่อย แต่คราวนี้คาดว่า นายกอนุทิน น่าจะอยู่ยาว 4 ปี หรืออาจจะ 8 ปี ก็หวังว่าจะช่วยดำเนินการเรื่องนี้โดยเร็ว