ผศ.พิมล ศรีวิกรม์ ประธานคณะกรรมการโอลิมปิค เป็นประธานประชุมใหญ่สามัญ คณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทย ประจำปี 2568 ที่ห้องประชุมสำนักงานโอลิมปิคไทย เมื่อ 31 มี.ค.ที่ผ่านมา

หลังการประชุม ผศ. พิมล ระบุว่า ตนยังคงติดตามเรื่องการขอเพิ่มเบี้ยเลี้ยง และ เงินรางวัลนักกีฬา ต่อไป ซึ่งที่ผ่านมาได้คุยกับรัฐมนตรีกีฬาคนก่อน แต่ยังไม่คืบหน้าก็มีการปรับเปลี่ยนรัฐบาลเสียก่อน เรื่องนี้จำเป็นต้องได้รับการแก้ไขเนื่องจากเงินเบี้ยเลี้ยงนักกีฬา 900 บาท ต่อคน ต่อวัน ไม่ได้ขยับมาเกือบ 20 ปีแล้ว

ขณะที่เรื่องงบประมาณในวงการกีฬาที่มีปัญหาต่อเนื่องนั้น โอลิมปิคไทยในยุคของตนจะพยายามทำงานเชิงรุก เพื่อหางบประมาณเข้ามาช่วยเหลือสมาคมกีฬาให้ได้ ที่ผ่านมาได้คุยกับ โอลิมปิคญี่ปุ่น ทางเขาได้รับงบประมาณจากเอกชนปีละ 40 ล้านเหรียญสหรัฐ ขณะที่เกาหลีใต้ได้ประมาณ 10 ล้านเหรียญสหรัฐ ขณะที่เราเองได้เงินจาก คณะกรรมการโอลิมปิกสากล ปีละราวๆ 1 ล้านเหรีญ แต่ส่วนใหญ่ยังเป็นค่าดำเนินการ และยังเป็นการนำดอกเบี้ยมาใช้ เราจะต้องพยายามหาเอกชนเข้ามาให้มากยิ่งขึ้น เนื่องจากต้องยอมรับว่า ปัจจุบัน ภาษีบาป ก็น้อยลงด้วย

ขณะที่การเสนอตัวเป็นเจ้าภาพ ยูธ โอลิมปิก เกมส์ 2030 ปัจจุบัน ไอโอซี ประกาศออกมาแล้วว่า มี 3 ชาติผ่านเข้ารอบสุดท้ายคือ ไทย , ชิลี และ ปารากวัย ซึ่งใน 3 ชาติเราเป็นประเทศที่เสนอตัวด้วยงบประมาณที่ต่ำที่สุดคือ 160 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 6,900 ล้านบาท ในสิ้นเดือน เม.ย. ตัวแทนไอโอซี จะเข้ามาสำรวจความพร้อม ที่กทม. และ ชลบุรี อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมา ไทย ในช่วงเปลี่ยนผ่านรัฐบาล ทำให้เราไม่สามารถส่ง หนังสืบรับรองการเงิน จากรัฐบาลให้ไอโอซีได้ และรัฐบาลรักษาการไม่สามารถทำได้ แต่หลังจากที่รัฐบาลใหม่ตั้งขึ้น และมีรัฐมนตรีกีฬาแล้ว โอลิมปิคไทยจะเข้าไปพบและหารือเรื่องนี้ทันที

ผศ.พิมล เผยว่า การเตรียมตัวเป็นเจ้าภาพ ยูธ​ โอลิมปิกเกมส์ ในปี 2030 เรายังขาดเอกสารจากภาครัฐ หนังสือรับรองการเงิน จากรัฐบาล หนังสือรับรองเมืองเจ้าภาพ กทม. และ ชลบุรี , หนังสือรับรองโรงแรม และ หนังสือรับรองสนามแข่งขัน ยังดีที่เราอธิบายกับไอโอซี เป็นที่เข้าใจ ทำให้สามารถผ่านเดดไลน์เมื่อ 20 มี.ค. ไปได้ อย่างไรก็ตาม จะเข้าพบ รัฐมนตรีกีฬา (สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล) เพื่อขอให้รัฐบาลช่วยการันตีกับไอโอซี และไม่อยากให้ซ้ำรอย การยกเลิกการเป็นเจ้าภาพการจัดการแข่งขัน เอเชียน อินดอร์ มาร์เชียล อาร์ต เกมส์

งบประมาณจัดการแข่งขัน จะถูกกระจาย 4 ปีเพื่อให้ตรงตามเกณฑ์ของไอโอซี อย่างไรก็ตามการเป็นเจ้าภาพ ยังต้องมีงบในการเก็บตัวนักกีฬาเยาวชนตั้งแต่อายุ 13-14 ปี ต่อเนื่อง 4 ปี ในวัย 17 ปี อีกราว 1500 ล้านบาท เพื่อให้มีความพร้อมลงแข่งขันทัน ในปี 2030”

เดิมที่ไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน เอเชียน อินดอร์ มาเชียล อาร์ต ในปี 2021 แต่ รัฐบาลในช่วงเวลานั้นไม่สามารถ การันตี งบประมาณจัดการแข่งขันได้ และถูก สภาโอลิมปิกแห่งเอเชีย ยกเลิกสิทธิ์ในที่สุด

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน