รมว.กีฬา เดินเครื่อง เสนอตัวเป็นเจ้าภาพยูธโอลิมปิก 2030 เร่งหารือ นายกรัฐมนตรี ดันเรื่องเข้าครม. อังคารนี้ เผยงบลงทุนเกือบ 6,000 ล้านบาทจะต้องคุ้มค่าที่สุด
เมื่อวันที่ 16 เมษายน 2569 ที่ชั้น 11 กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา อาคาร C ผศ.พิมล ศรีวิกรม์ ประธานคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เข้าพบ นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เพื่อแสดงความยินดีในโอกาสเข้ารับตำแหน่ง และร่วมพูดคุยหารือถึงแนวทางในการทำงานร่วมกัน โดยมี นายชัยภักดิ์ ศิริวัฒน์ รองประธานคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ, นายธนา ไชยประสิทธิ์ รองประธานคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ เข้าร่วม

ภายหลังการหารือราว 2 ชั่วโมง นายสุรศักดิ์ ออกมาเปิดเผยว่า เป็นโอกาสที่ดีที่จะได้เริ่มต้นพูดคุยกันผลักดันวงการกีฬากับคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทย ประเด็นสำคัญคงอยู่ที่การเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันยูธโอลิมปิกเกมส์ 2030 ซึ่งจะเกิดขึ้นในอีก 4 ปีข้างหน้า และจะต้องใช้งบประมาณที่จะตัองใช้ โดยข้อมูลเหล่านี้ทราบคล้าวๆมาตั้งแต่เข้ามารับตำแหน่งแล้ว แต่รายละเอียดปีกย่อย คงต้องรอการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) นำข้อมูลทั้งหมดเข้ามาพูดคุย เนื่องจากต้องใช้งบประมาณค่อนข้างมาก คาดว่าน่าจะต้องใช้ถึง 5,700 ล้านบาท ในการเตรียมการเป็นเจ้าภาพ อีกทั้งยังต้องมีงบในการเตรียมนักกีฬาอีกจำนวนหนึ่งด้วย หลังจากนี้คงจะต้องมาดูความคุ้มค่ากัน

“ด้วยกำหนดเวลาที่จำกัด หลังจากดูรายละเอียดความคุ้มค่าแล้ว พิจารณาอย่างรอบคอบที่สุด ยึดประโยชน์ของประเทศชาติเป็นหลัก และจะต้องรีบหารือกับท่านนายกรัฐมนตรี (นายอนุทิน ชาญวีรกูล) และคณะรัฐมนตรี ในการตัดสินใจต่อไป ตอนนี้รัฐบาลก็เพิ่งจะมีอำนาจเต็ม ด้วยกำหนดเวลาที่จำกัด ทำให้เราต้องรีบนำเรื่องเข้าประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ครั้งต่อไปในวันที่ 21 เมษายนนี้ทันที โดยการตัดสินใจในวันนี้ ก็จะทำให้เราต้องเตรียมงบตั้งแต่ปีหน้าเลย และจะต้องลงทุนต่อเนื่องเพื่อเตรียมการเป็นเจ้าภาพ ทั้งนี้ทั้งนั้นอยากจะให้มั่นใจว่าจะเป็นการใช้งบประมาณที่คุ้มค่าที่สุดในภาวะที่ไม่ปกติอย่างแน่นอน เชื่อว่าทุกคนคงเข้าใจ เพราะเราตัดสินใจครั้งนี้จะเกิดขึ้นในอีก 4 ปีข้างหน้า” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าว
ด้าน ผศ.พิมล กล่าวว่า ถือเป็นเรื่อวที่ดีที่ได้พูดคุยกับรัฐมนตรีฯ ซึ่งท่านก็ได้เปิดรับฟังเป็นอย่างดี หลายอย่างที่คิดก็ตรงกัน เรื่องยูธโอลิมปิกก็คงต้องไปจบที่นายกรัฐมนตรี นอกจากนั้นยังมีเรื่องอื่นๆที่ควรจะปรับปรุงแก้ไขหลายอย่าง ซึ่งท่านก็รับฟังและพร้อมจะเดินหน้าแก้ปัญหา