เมื่อวันที่ 16 เม.ย. ที่ศาลจังหวัดนนทบุรี “บิ๊กปลาย” จิติณัฐ อัษฎามงคล ประธาน ONE Championship ประจำประเทศไทย เดินทางไปพร้อมกับทนายความ เพื่อยื่นฟ้อง รถถัง จิตรเมืองนนท์ ยอดมวยไทย ในข้อหาหมิ่นประมาท ที่ส่งผลเสียหายต่อองค์กร เป็นจำนวนเงิน 542 ล้านบาท ซึ่งในส่วนนี้เป็นตัวเลขฟ้องร้องในประเทศไทย

บิ๊กปลาย จิติณัฐ เผยว่า วันนี้เรามาที่ศาลนนทบุรี เพื่อแจ้งเรื่องของการหมิ่นประมาทที่ส่งผลเสียหายต่อ ONE Championship ส่วนตัวเลขฟ้องร้อง 640 ล้านบาท ปัจจุบันเราดำเนินการ 3 ประเทศ ประเทศไทย ประเทศญี่ปุ่น ประเทศสิงคโปร์ ในส่วนของคดีหมิ่นประมาท ถ้าเกิดการฟ้องร้องเกิดขึ้นความเสียหายอยู่ที่ 542 ล้านบาท ของประเทศอื่นๆ ทางทีม กฎหมายกำลังดำเนินการอยู่ในแต่ประเทศซึ่งตัวเลขอาจจะแตกต่างกันบ้าง

นพมาศ ธรรมธีรเดโช ทนายความระบุอีกว่า คดีแพ้งในข้อหาหมิ่นประมาท ซึ่งข้อเท็จจริงที่มีการโพสต์มีการพาดพิง ที่ทุกคนอ่านแล้วเข้าใจได้ว่า พาดพิงถึง ONE Championship , ถึงองค์กร ถึงพนักงานของ ONE Championship เราไม่อยากให้มีประเด็นเหล่านี้ เราเสียใจที่จะสูญเสียนักชก ซูเปอร์สตาร์ นักชกที่มีความสามารถ เราเสียดายมาก แต่ก็ต้องเรียนว่า เราไม่สามารถที่จะอดทนอดกลั้นที่จะให้องค์กรของเราเสียชื่อเสียง เสียหายในระดับโลก ONE Championship เป็นองค์กรที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจอันดับ 4ของโลก ในกลุ่มของบริษัทกีฬาประเภทต่อสู้ 40,000 กว่าล้านบาท เราสามารถทำประโยชน์ให้กับวงการมวยไทย นักมวยไทยได้อีกเยอะ เราจำเป็นที่จะต้องปกป้องสิทธิ์ของ ONE Championship ด้วยการใช้สิทธิ์ทางศาล

ส่วนประเด็นที่ รถถัง อ้างเรื่องอ่านภาษาอังกฤษไม่ออกจึงเซ็นไปนั้น นพมาศ ธรรมธีรเดโช ทนายความชี้แจงว่า เรื่องการอ่านภาษาอังกฤษไม่ออก ไม่ถือว่าเป็นโมฆะทันที ต้องดูพฤติการณ์อื่นๆด้วย รถถัง ไม่ได้เซ็นสัญญาปี 2022 ครั้งแรก เขาเซ็นสัญญาครั้งแรกในปี 2018 ที่ผ่านมา เนื้อหาทั้งสองฉบับ 99.99 %แทบจะไม่ต่างกัน ถามว่า แล้วทำไมถึงมายกระประเด็นเรื่องของลายมือชื่อตอนนี้ การที่คุณรถถังยืนยันว่าเซ็นหน้าสุดท้ายใบเดียว แต่ว่า ที่ผ่านมา ONE Championship และ รถถัง ปฏิบัติตามสัญญามาตลอด ดิฉันได้คุยกับ รถถังเมื่อวันที่ 15 เม.ย. ก็ถามว่าได้รับผลประโชน์ตามสัญญาครบถ้วนไหม เขาบอกว่าครบถ้วน เมื่อครบถ้วนก็ไม่มีประเด็น ในฐานะทนายของวัน เราไม่มีนโยบายทำผิดกฎหมาย ลายมือชื่อที่ ONE Championship จะไปเซ็นปลอม หรือพนักงานของ ONE Championship จะไปปลอมลายมือชื่อของนักชก ไม่มี เพราะอะไร ONE Championship มาด้วยเจตนาที่สร้างสรรค์นักมวยไทยสู่มวยโลก นักชกมากมายอยากเขาสัญญา ONE Championship เราไม่ต้องการบังคับใครเข้าสู่สัญญา ONE Championship ไม่มี นักชกเซ็นด้วยตัวเอง ไม่มีเรื่องปลอม

ทนายความระบุอีกว่า ในฐานะ เรายื่นฟ้อง คดีแพ่ง ในข้อหาหมิ่นประมาท เราได้รับคำสั่งจาก ONE สำนักงานใหญ่ในการดำเนินการเรื่องนี้ ทางเราพยายามรักษาน้ำใจกันมากที่สุด กับ คุณรถถัง เราดีด้วยกันตลอด ตั้งแต่สัญญาปี 2018 จนถึงปัจจุบัน ณ วันนี้ไม่มีปิดประตู ไม่คุย แต่สถานการณ์ทำให้เราเราต้องหยุดชั่วคราวในการคุย เพราะ สถานะการณ์ไม่เป็นมิตรกันเท่าไร แต่ว่า จากนี้หาก สถานการณ์เบาบางลง กระบวนการของศาล ศาลท่านจะมีแนวทางจะไกล่เกี่ยลอยู่แล้ว ถ้าสองฝ่ายต้องการยุติด้วยดี และวิน วิน กันทั้งคู่

ส่วนประเด็นการขึ้นชกกับ ทาเครุ เซกาวะ ยอดมวยญี่ปุ่น ในศึก ONE Samurai 1 ในวันที่ 29 เม..นี้ ที่ญี่ปุ่น จิติณัฐ เผยว่า เราไม่อยากให้มีอะไรแบบนี้เกิดขึ้น รถถังคือหนึ่งในซูเปอร์สตาร์ของเรา ที่เราได้ค้นพบ ปลุกปั้น และลงทุนเพื่อให้เขาเป็นนักกีฬาที่มีรายได้สูงที่สุดในอุตสาหกรรม ด้วยการจะมีไฟต์ในอีก 2 สัปดาห์นี้ ด้วยสิ่งที่เกิดขึ้นก็จำเป็นที่จะปกป้องแบรนดิ้ง ที่ถูกพาดพิง ตัวอีเวนต์ในวันที่ 29 เม.ย. ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง จนกว่าจะถึงวันอีเวนต์ ว่าจะเป็นอย่างไร ส่วน กำหนดเดินทางของรถถัง เป็นเรากำหนด

ประเด็นนี้ ทนายความ เสริมอีกว่า ถ้าอีเวนต์ที่จะเกิดขึ้น 29 เม.ย.นี้ คู่สัญญาแต่ละฝ่าย ไม่สามารถปฎิบัติตามสัญญาได้ ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายเราก็ตาม ฝ่ายคุณรถถังเองก็ตาม มันจะเป็นเหตุของการผิดสัญญา ซึ่งการผิดสัญญาตรงนี้ ก็ทำให้มีข้อพิพาททางอนุญาโตตุลากร ซึ่งจะต้องไปดำเนินคดีต่อที่สิงคโปร์ ถ้าฝ่ายใด ฝ่ายหนึ่งแพ้คดี จะต้องเสียค่าทนายความ ค่าธรรมเนียมให้อนุญาโตตุลาการ หลายล้านเหรียญสหรัฐ ทางที่ดีที่สุดของทั้งสองฝ่าย

เราอยากที่จะคุยกัน ในสถานการณ์ที่สร้างมิตรภาพกันอีกครั้งหนึ่ง เราได้คุยกับทนายคุณรถถัง เราเสียดายไม่อยากให้รถถังไปจากแบรนด์เรา แต่เราไม่สามารถบังคับใครได้ คุณรถถังบอกอยากจะออกจาก ONE Championship คุณทราบหรือไม่ว่าเราได้ส่งหนังสือปลดปล่อยนักกีฬา ทาง ONE Championship เซ็นหนังสือให้แล้ว และส่งไปเมื่อวันที่ 15 เม.ย. แต่ทางคุณรถถังไม่เซ็นกลับ เราก็ทำอะไรไม่ได้

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน