“เสธ.หมึก” พลเอกเดชา เหมกระศรี นายกสมาคมกีฬาจักรยาน ผนึกกำลังศูนย์วิทยาศาสตร์การกีฬา นำเทคโนโลยีและการวิเคราะห์แลคเตทพัฒนาศักยภาพนักปั่นทีมชาติไทย
“เสธ.หมึก” พลเอกเดชา เหมกระศรี นายกสมาคมกีฬาจักรยานฯ เผยว่า ตามที่สมาคมได้นำกระบวนการวิทยาศาสตร์การกีฬามาใช้ในการฝึกซ้อมนักปั่นทีมชาติไทยชุดเตรียมเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ที่ญี่ปุ่น ในทุกประเภทอย่างเต็มรูปแบบ ทั้งกายวิภาคศาสตร์, สรีรวิทยา, โภชนาการ, จิตวิทยา, ชีวกลศาสตร์, เวชศาสตร์ และเทคโนโลยีกีฬา เป็นการต่อยอดจากแนวนโยบายการพัฒนาและนำเอาวิทยาศาสตร์การกีฬามาประยุกต์ใช้ในทุกมิติของกีฬาจักรยานอย่างต่อเนื่อง
พลเอกเดชา กล่าวว่า ล่าสุด สมาคมได้รับความร่วมมือจากศูนย์วิทยาศาสตร์การกีฬา การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ในโครงการศูนย์ฝึกกีฬาแห่งชาติ ซึ่งกีฬาจักรยานเป็น 1 ใน 10 สมาคมกีฬานำร่องของโครงการ โดย นายศักดิ์สยาม แสวงไวศยสุข ผอ.กองศูนย์ฝึกกีฬาแห่งชาติ ได้นำคณะผู้เชี่ยวชาญวิทยาศาสตร์การกีฬาไปเจาะเลือดวิเคราะห์ค่าแลคเตทของนักปั่นทีมชาติไทยชุดเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ประเภทถนนและประเภทเสือภูเขา ที่โรงแรมชาโต เดอ เขาใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเป็นค่ายเก็บตัวของนักปั่นทีมชาติไทย
“จากการเจาะเลือดวิเคราะห์ดังกล่าว ได้รับข้อมูลว่า นายศักดิ์สยาม แสวงไวศยสุข แสดงความพอใจในความร่วมมือและตั้งใจในการเจาะเลือดวิเคราะห์แลคเตทในเลือดอย่างเต็มที่ทั้งตัวนักกีฬาและผู้ฝึกสอน ซึ่งตามแผนงานจะมีการเจาะเลือดวิเคราะห์แลคเตทอีก 2 ครั้งในระยะเวลาห่างกันแต่ละครั้งประมาณ 8 สัปดาห์เพื่อนำผลที่ได้มาเปรียบเทียบพัฒนาการทางร่างกายของนักกีฬาจากการฝึกซ้อม”
พลเอกเดชา กล่าวอีกว่า สำหรับผลการวิเคราะห์ดังกล่าว พ.อ.อ.ภุชงค์ ซ้ายอุดมศิลป์ ผู้ฝึกสอนประเภทถนน และ โรเบิร์ต เฮอร์เบอร์ จูเนียร์ ผู้ฝึกสอนประเภทเสือภูเขาชาวอเมริกัน จะนำไปใช้ในการออกแบบแผนการฝึกซ้อมแบบเฉพาะเจาะจงตามข้อมูลที่ได้รับจากการเจาะวิเคราะห์แลคเตท เพื่อพัฒนาศักยภาพด้านความอดทนของนักกีฬา อันเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในการแข่งขันที่ต้องใช้ความทนทานสูงเป็นระยะเวลานานในกีฬาจักรยานประเภทถนนและเสือภูเขา
ขณะที่การเจาะเลือดวิเคราะห์แลคเตทครั้งที่ 2 และครั้งที่ 3 จะเป็นเครื่องมือวัดว่าแผนการฝึกซ้อมของนักกีฬาแต่ละคนได้ผลอย่างไร และมีพัฒนาการอย่างไร
ส่วนในประเภทลู่และบีเอ็มเอ็กซ์เรซซิง กระบวนการด้านวิทยาศาสตร์การกีฬาจะแตกต่างออกไป เนื่องจากเป็นการแข่งขันที่เน้นพละกำลังและความเร็วมากกว่าความทนทาน ก็จะเน้นไปที่การสร้างกล้ามเนื้อที่มีผลในเรื่องความเร็วเป็นหลัก
พล.อ.เดชา กล่าวเพิ่มเติมว่า สมาคมมีนโยบายนำวิทยาศาสตร์การกีฬา และกระบวนการประยุกต์วิทยาศาสตร์การกีฬาทุกแขนงทั้งทางตรงและทางอ้อมมาปรับใช้เพื่อพัฒนาศักยภาพและสุขภาพโดยรวมของนักกีฬาทีมชาติไทยอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการฝึกซ้อม การแข่งขัน อุปกรณ์การฝึกซ้อมและอุปกรณ์การแข่งขัน โภชนาการ จิตวิทยาไปจนถึงการฟื้นฟูสภาพร่างกาย ซึ่งกระบวนการทั้งหมดนั้น พลตรีนายแพทย์ภูษิต เฟื่องฟู อุปนายกฝ่ายแพทย์สมาคมเป็นผู้กำกับดูแลและให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิดกับคณะผู้ฝึกสอนในแต่ละประเภท ซึ่งก็จะมีความแตกต่างกันไปในรายละเอียดของแต่ละประเภทกีฬา
“นอกจากการใช้วิทยาศาสตร์กีฬาทุกแขนงมาพัฒนาศักยภาพของนักกีฬาแล้ว สมาคมยังมีนโยบายส่งนักกีฬารุ่นใหม่ๆ ไปแข่งระดับนานาชาติ ล่าสุดได้ส่ง จ.ต.วรุฒม์ แปะกระโทก และ น.ส.อภิสรา ศรีมงคล ไปแข่งจักรยานประเภทลู่ อินโดนีเซีย แทร็ค คัพ 1 เมื่อ 30 เม.ย. – 2 พ.ค. และอินโดนีเซีย แทร็ค คัพ 2 ระหว่าง 4-6 พ.ค. ซึ่งนักกีฬาทั้ง 2 คนทำผลงานได้น่าพอใจ แม้จะไม่ได้รับเหรียญรางวัล แต่ติดอันดับ 1-5 ของหลายรายการ เป็นการส่งเสริมให้นักกีฬาหน้าใหม่ไปหาประสบการณ์ และจะเป็นกำลังหลักของทีมชาติต่อไปในอนาคต” พลเอกเดชา กล่าวทิ้งท้าย