บุญชัย รักษาการประธานสหพันธ์เซปักตะกร้อนานาชาติ เผยไทยไม่ควรหยุดเล่นกลางคัน ชี้จังหวะดราม่ากรรมการตัดสินถูกต้อง จี้ไทยรีบให้ความร่วมมือกับสหพันธ์เข้าสู่กระบวนการเพื่อลดผลกระทบจากการถูกลงโทษ
กรณีดราม่าการแข่งขันตะกร้อ รายการ “ISTAF Sepaktakraw World Cup 2026” ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ในรอบชิงชนะเลิศ ทีมชาติไทย ลงสนามพบกับเจ้าภาพ มาเลเซีย โดยทีมไทย ไม่ขอแข่งต่อเนื่องจากไม่พอใจกับการตัดสินของ มูฮัมหมัด ราดี้ กรรมการชาวสิงคโปร์ จนเป็นดราม่าอยู่ในขณะนี้ และอาจส่งผลให้ถูกตัดสิทธิ์เข้าร่วมการแข่งขันในรายการระดับนานาชาติ รวมถึงเอเชียนเกมส์ ที่ญี่ปุ่นที่กำลังจะมาถึง

ล่าสุดเมื่อวันที่ 26 พ.ค.69 นายบุญชัย หล่อพิพัฒน์ รักษาการประธานสหพันธ์เซปักตะกร้อนานาชาติ (ISTAF) ออกมาเปิดเผยถึงเรื่องนี้ว่าเรื่องนี้ต้องดำเนินการไปตามกระบวนการ สหพันธ์ก็ต้องดำเนินการไปตามขั้นตอน การที่ทีมชาติไทยไปใช้วิธีแบบนั้น ไม่พอใจกรรมการ ซึ่งในระเบียบมีวิธีการที่ถูกต้องคือต้องยื่นประท้วงคำตัดสินหลังจบการแข่งขันภายใน 30 นาที อันนั้นเป็นวิธีที่ถูกต้องที่ยึดใช้กันมาทุกรายการ ทั้ง ซีเกมส์ เอเชียนเกมส์ และชิงแชมป์โลก เป็นระเบียบปฏิบัติที่เข้าใจกันดี แต่การที่ไปใช้วิธีการไม่เล่นต่อ หรือเรียกว่า หรือ Walk Out มันก็ในทางสากลทุกประเภทกีฬามันก่อให้มีความเสียหายกับผู้จัดการแข่งขันโดยเฉพาะ โดยเฉพาะด้านการจัดการแข่งขันและการถ่ายทอดสด ซึ่งในกรณีแบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเป้นครั้งแรก เคยเกิดขึ้นมาแล้วในประเทศไทย ในการแข่งขัน King’s Cup ครั้งที่ 31 ที่ประเทศไทย เมื่อปี 2559
“ในกีฬาสากลถือเป็นความผิดทางวินัย อย่างไรก็ดี เหตุการณ์ลักษณะนี้เคยเกิดขึ้นมาก่อน ในการแข่งขัน King’s Cup ครั้งที่ 31 ที่ประเทศไทย เมื่อปี 2559 ซึ่งทีมชาติมาเลเซียเคยไม่พอใจการตัดสินชาวเวียดนาม กล่าวหาว่าตัดสินลำเอียง และไม่แข่งขันจนจบ ต่อหน้าผู้แทนพระองค์ ทางสหพันธ์โดยคณะกรรมการวินัย ได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวน ก็ถือว่ามีความผิดทางวินัย และลงโทษกับผู้เกี่ยวข้อง ดังนั้นมีแนวปฎิบัติไว้แล้วในการตัดสินลงโทษ
“ดังนั้นในกรณีนี้เรามีแนวปฎิบัติเดิมที่เคยทำอยู่แล้ว ทางสหพันธ์ก็คงจะเดินตามเส้นที่วางเอาไว้อยู่แล้ว จะมีการเชิญผู้ที่เกี่ยวข้องไปชี้แจงรายละเอียดให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ก่อนที่คณะกรรมการจะพิจารณาสรุปผลและบทลงโทษต่อไป โดยเบื้องต้น บทลงโทษอาจมีได้หลายรูปแบบ ตั้งแต่การพักการเล่น พักการทำงานของเจ้าหน้าที่ที่เกีย่วข้อง หรือมาตรการทางวินัยอื่น ขึ้นอยู่กับระดับของการละเมิด ส่วนจะสั้นจะยาวก็ขึ้นอยู่กับการพิจารณาว่าละเมิดมากน้อยแค่ไหน”
นายบุญชัย กล่าวต่อไปอีกว่า เรื่องกฎิกา นักกีฬาทุกคนมีหน้าที่ที่จะต้องทำความเข้าใจกฎกติกาที่ถูกต้อง ในส่วนจังหวะปัญหาเหตุการณ์วันนั้นเกิดขึ้นพร้อมกัน 2 กรณี คือเรื่องการเหยียบเส้น แต่ทีมไทยเข้าใจว่าเป็นการฟาวล์เหนือตาข่ายในจังหวะขึ้นบล็อก ซึ่งก็มีการขอชาเลนจ์ไป ที่นี้ผลของการชาเลนจ์แสดงออกมาว่าไม่ฟาวล์ก็เพราะไม่ได้มีการฟาวล์เหนือตาข่าย แต่ประเด็นของการเหยียบเส้นและเท้าล้ำเข้าไปในแดนคู่แข่ง ก็เข้าข่ายของการฟาวล์อีกข้อหนึ่ง ซึ่งก้มีภาพถ่ายชัดเจนอยู่ ดังนั้นจะมองผู้ตัดสินถูกต้องหรือไม้ก็แล้วแต่ แต่สุดท้ายปรากฎว่าคำตัดสินของเขาถูกต้อง ดังนั้นนักกีฬาก็ควรจะเล่นต่อ แล้วจะยื่นประท้วงแต้มอื่นอะไรก็แล้วแต่ เช่นว่าทำไมจับผิดแต่ทีมไทย อันนั้นก็เป็นอีกเรื่อง คนละประเด็นกับการ Walk Out
“การตัดสินตะกร้อในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา มันเคยเกิดกรณีที่ผู้ตัดสินลำเอียงชัดเจนมากกว่านี้เกิดขึ้นมาแล้ว แต่สหพันธ์ก็แก้ไขมาตลอดด้วยการสร้างระบบชาเลนจ์ ขึ้นมามาใช้เพื่อลดข้อผิดพลาด ซึ่งในช่วงแรกก็มีการกลับคำตัดสินมาก แต่ในปัจจุบันสถิติการกลับคำตัดสินลดลงจากเดิมมาก”
“อย่างไรก็ตาม เรื่องความไม่พอใจคำตัดสินกับการ Walk Out เป็นคนละประเด็นกัน เพราะการแข่งขันควรดำเนินต่อจนจบ แล้วจึงเข้าสู่กระบวนการร้องเรียนภายหลัง หากการสอบสวนใช้เวลานาน อาจส่งผลต่อการแข่งขันเอเชียนเกมส์ที่กำลังจะมาถึง เพราะหากมีคำสั่งพักการแข่งขัน นักกีฬาและเจ้าหน้าที่บางรายอาจหมดสิทธิ์เข้าร่วมแข่งขันได้ ยกตัวอย่าง เช่น กรณีทีมชาติมาเลเซียในศึก King’s Cup ที่นักกีฬาและเจ้าหน้าที่บางส่วนเคยถูกพักการแข่งขัน จนพลาดการแข่งขันรายการต่อมา”
“จึงอยากเสนอให้สมาคมกีฬาตะกร้อแห่งประเทศไทยให้ความร่วมมือกับสหพันธ์ตะกร้อนานาชาติ และเข้าสู่กระบวนการสอบสวนโดยเร็ว เพื่อให้เรื่องได้ข้อสรุปเร็วที่สุด และลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งในเวลานี้ทางสหพันธ์ได้มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนเรื่องนี้แล้ว” บุญชัย กล่าวทิ้งท้าย
สำหรับ นายบุญชัย หล่อพิพัฒน์ เป็นหนึ่งในผู้สมัครชิงตำแหน่งนายกสมาคมกีฬาตะกร้อแห่งประเทศไทยครั้งสุด ก่อนจะแพ้ให้กับ นายธนา ไชยประสิทธิ์ นายกสมาคมคนปัจจุบัน