กองทุนพัฒนากีฬา อนุมัติงบประมาณที่จะใช้สนับสนุนสมาคมกีฬา ปีหน้า รวม 4,000 ล้านบาท และประกาศจะเร่งดำเนินการให้เบิกจ่ายตั้งเดือนต.ค.นี้
เมื่อ 29 พ.ค. ที่ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการบริหาร กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ เป็นประธานในการจัดประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 7/2569 เพื่อจัดสรรงบประมาณจัดกลุ่มกีฬาตามศักยภาพ ทั้งของสมาคมกีฬาที่ใช้คำว่า “แห่งประเทศไทย” และ “สมาคมกีฬาแห่งจังหวัด” โดยมี ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย, นายทนุเกียรติ จันทร์ชุม ผู้จัดการกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ พร้อมผู้บริหารจากภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม
นายทนุเกียรติ เปิดว่า คณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ซึ่งมีนายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี และประธานคณะกรรมการบริหารกองทุนฯ เป็นประธาน ได้ให้ความเห็นชอบในประเด็นสำคัญ ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงแนวทางยุทธศาสตร์การจัดสรรงบประมาณของกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ จะมีการพิจารณาจัดสรรงบประมาณให้แก่ผู้ขอรับการสนับสนุนโดยตรง ไม่ว่าจะเป็นการกีฬาแห่งประเทศไทย ในฐานะผู้มีสิทธิ์ขอรับการสนับสนุน รวมถึงสมาคมกีฬาแห่งประเทศไทย และสมาคมกีฬาจังหวัด แยกการพิจารณาออกจากกันอย่างชัดเจน เพื่อให้การจัดสรรงบประมาณเป็นไปตามแผนยุทธศาสตร์ของกองทุน ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมในวันนี้
อีกหนึ่งประเด็นสำคัญ คือคณะกรรมการบริหารกองทุน ได้เห็นชอบกรอบวงเงินในการจัดสรรงบประมาณเพื่อพัฒนากีฬาของชาติ ให้แก่ผู้มีสิทธิ์ขอรับการสนับสนุน ได้แก่การกีฬาแห่งประเทศไทย สมาคมกีฬาแห่งประเทศไทย สมาคมกีฬาจังหวัด คณะกรรมการกีฬาอาชีพ และคณะกรรมการกีฬามวย ภายใต้กรอบวงเงินรวมทั้งสิ้น 4,000 ล้านบาท หลังจากนี้ ผู้มีสิทธิ์ขอรับการสนับสนุนแต่ละส่วน จะต้องจัดทำรายละเอียดแผนงานต่างๆ ภายใต้กรอบวงเงินดังกล่าว เพื่อนำเสนอให้คณะกรรมการบริหารกองทุนพิจารณาให้ความเห็นชอบต่อไป
นายทนุเกียรติ กล่าวอีกว่า ประธานคณะกรรมการฯ ได้เน้นย้ำว่างบประมาณประจำปี 2570 จะต้องสามารถเริ่มใช้ได้ภายในวันที่ 1 ต.ค. เนื่องจากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา การเบิกจ่ายงบประมาณค่อนข้างล่าช้า บางปีเริ่มใช้จ่ายได้ในช่วงเดือนพ.ย. หรือบางครั้งยาวไปถึงเดือนม.ค. ดังนั้นปีนี้จึงเป็นนโยบายสำคัญของประธานคณะกรรมการฯ ที่ต้องการให้การจัดสรรงบประมาณของกองทุนสามารถนำไปใช้ได้อย่างทันท่วงที ตั้งแต่เริ่มต้นปีงบประมาณ เพื่อให้การพัฒนากีฬาเดินหน้าได้อย่างต่อเนื่อง
“สำหรับสาเหตุของความล่าช้าในอดีต ส่วนหนึ่งมาจากการที่สมาคมกีฬาต่างๆ ส่งรายละเอียดเอกสารล่าช้า รวมถึงขั้นตอนการพิจารณาของคณะกรรมการ อีกทั้งหลังจากคณะกรรมการพิจารณาแล้ว ยังต้องส่งเรื่องไปยังกระทรวงการคลัง โดยกรมบัญชีกลาง เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบก่อนจึงจะสามารถเบิกจ่ายงบประมาณได้ ทั้งนี้หากมีการส่งเรื่องเข้ามาในช่วงเดือนต.ค. ซึ่งเป็นวงเงินงบประมาณจำนวนมาก จำเป็นต้องใช้เวลาในการพิจารณาพอสมควร จึงเป็นเหตุให้เกิดความล่าช้าในบางปี อย่างไรก็ตามในแผนงานปีนี้ คาดว่าภายในเดือนส.ค. จะสามารถส่งรายละเอียดข้อมูลทั้งหมดให้กรมบัญชีกลางพิจารณาได้”
“ส่วนกรอบวงเงิน 4,000 ล้านบาทนั้น เป็นวงเงินประมาณการที่กองทุนจัดเก็บได้ในระดับใกล้เคียงกันมาอย่างต่อเนื่องประมาณ 4-5 ปี อีกทั้งยังมีอีกหนึ่งแหล่งงบประมาณที่การกีฬาแห่งประเทศไทยจะได้รับจากงบประมาณประจำปี ซึ่งยังต้องรอความชัดเจนเรื่องจำนวนวงเงินที่จะได้รับ เมื่อรวมทั้งสองส่วนเข้าด้วยกัน จะนำมาใช้ในการส่งเสริมและพัฒนากีฬาของชาติ ซึ่งคาดว่าน่าจะเพียงพอ แม้อาจมีบางส่วนที่ยังขาดอยู่บ้าง โดยสมาคมกีฬาต่างๆ ยังสามารถขอรับการสนับสนุนเพิ่มเติมผ่านระบบสิทธิประโยชน์ทางการตลาด หรือโครงการ 1 กีฬา 1 รัฐวิสาหกิจ เพื่อช่วยเสริมงบประมาณได้เพิ่มเติม” นายทนุเกียรติ กล่าว