เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม ที่ศูนย์กีฬาประชานิเวศน์ นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร กรรมการอิสระ (ผู้ทรงคุณวุฒิ) บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) ร่วมกับชมรมวิ่งประชานิเวศน์ จัดการแข่งขันวิ่ง “PRACHANIWET 5000 FUN RUN ท้าความเร็วบนลู่วิ่ง” RUN THE TRACK, FEEL THE SPEED ท่ามกลางการตอบรับจากนักวิ่งเข้าร่วมการแข่งขันจำนวนมาก ท่ามกลางบรรยากาศสุดอบอุ่น ซึ่งภายหลังพิธีเปิดมีกระหน่้ำลงมาอย่างหนัก แต่บรรดานักวิ่งไม่ย่อท้อ เดินหน้าร่วมแข่งขันวิ่งกันอย่างคึกคักท่ามกลางบรรยากาศสุดชุ่มฉ่ำ
พื้นที่ภายในงานจัดไว้อย่างครบครัน เอาใจสายวิ่งได้เป็นสัดส่วน ประกอบด้วย จุดลงทะเบียน (Register), จุดกิจกรรม (Lucky Wheel), จุดฝากกระเป๋า (Bag Drop), จุดพักนักกีฬา (Rest Area), จุดให้น้ำ (Water Station), จุดปฐมพยาบาล (Medical), จุดสเปรย์คลายกล้ามเนื้อ (Spray Point), จุดปล่อยตัว / เส้นชัย, พื้นที่กรรมการและอัฒจันทร์

การแข่งขันดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อมุ่งหวังชวนนักวิ่งรุ่นเก๋า และนักวิ่งรุ่นใหม่ที่สนใจในเทรนด์รักสุขภาพมาร่วมท้าทายศักยภาพของตัวเอง ระยะทาง 5 กิโลเมตร (12.5 รอบสนาม) นอกจากจะได้ออกกำลังกายแล้ว ยังเป็นโอกาสในการส่งต่อพลังบวกและสิ่งดีๆ ให้กับผู้อื่น ร่วมสร้างสังคมแห่งการแบ่งปันและการมีสุขภาพที่แข็งแรงไปด้วยกัน
แบ่งการแข่งขันออกเป็น 5 ประเภท ได้แก่ รุ่นอายุต่ำกว่า 20 ปี และ 20-29 ปี (ชาย/หญิง), รุ่นอายุ 30-39 ปี (ชาย/หญิง) / รุ่นอายุ 40-49 ปี (ชาย/หญิง) / รุ่นอายุ 50-59, 60-69, 70+ ปี (ชาย/หญิง) และรุ่นโอเพ่น (ชาย/หญิง) ซึ่งผู้เข้าร่วมการแข่งขันทุกคนนอกจากจะได้รับของที่ระลึก ณ จุดลงทะเบียนนักวิ่งแล้ว ยังมีรางวัลต่าง มอบให้กับบรรดานักวิ่งในประเภทต่างๆ โดยประเภทโอเพ่น (ชาย/หญิง) แชมป์จะได้รับเงินรางวัล 3,000 บาท, รองแชมป์ รับ 2,000 บาท, อันดับ 3 รับ 1,000 บาท, อันดับ 4 และ 5 รับ 500 บาท นอกจากนี้ยังมีของรางวัลทุกรุ่นอายุมอบให้ อันดับ 1 โช๊คอัพรถจักรยานยนต์ จาก YSS / อันดับ 2 ชุดของขวัญ จาก PTT OR / อันดับ 3 กระเป๋าลากสีแดง จากมติชน / อันดับ 4 แก้วเก็บอุณหภูมิ จาก BIG / อันดับ 5 แก้วน้ำ จากมติชน (ชายสีฟ้า / หญิงสีชมพู)
ขณะเดียวกันยังมีรางวัลพิเศษสำหรับนักวิ่งทลายกำแพงเวลา (Break the Limit) SUB 17 (ชาย) & SUB 19 (หญิง) รับโช๊คอัพ จาก YSS หรือ ชุดของขวัญ จาก PTT OR และรางวัล SUB 20 (ชาย) & SUB 22 (หญิง) กระเป๋าลากสีแดง จากมติชน
รางวัลพิเศษ Rising Star & Timeless Finisher นักวิ่งดาวรุ่ง เด็กชายและเด็กหญิงอายุน้อยที่สุดที่เข้าเส้นชัย รับกระเป๋าลากสีแดง จากมติชน ชาย 2 รางวัล หญิง 2 รางวัล / นักวิ่งอมตะ นักวิ่งอาวุโสสูงสุดที่เข้าเส้นชัย รับชุดของขวัญ จาก PTT OR 2 รางวัล

สำหรับการแข่งขัน วิ่ง “PRACHANIWET 5000 FUN RUN ท้าความเร็วบนลู่วิ่ง” RUN THE TRACK, FEEL THE SPEED ได้รับการสนับสนุนจาก บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน), กรุงเทพมหานคร, กรมพลศึกษา, บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จํากัด (มหาชน) หรือ OR, การบินไทย, YSS แบรนด์โช้คอัพสัญชาติไทย, บริษัท บางกอกอินดัสเทรียลแก๊ส จำกัด (BIG), HARMONY
นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร กรรมการอิสระ (ผู้ทรงคุณวุฒิ) บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ที่มาที่ไปของการจัดการแข่งขันวิ่ง “PRACHANIWET 5000 FUN RUN ท้าความเร็วบนลู่วิ่ง” RUN THE TRACK, FEEL THE SPEED เนื่องจากว่าตนเป็นนักวิ่งตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อปี พ.ศ.2521 ซึ่งตนเป็นนักวิ่งระยะสั้น 100 เมตร และ 200 เมตร ซึ่งโค้ชที่ฝึกคือ นักวิ่งทีมชาติ ต่อมาไปทำงานที่ ปตท. ก็เริ่มวิ่ง 10 กม.ผ่านการแข่งขันหลายรายการทั้ง “ขอนแก่นมาราธอน”, “แบงค็อก มาราธอน”, ยูเอ็น เดย์, วิ่งสวนลุมพินี ก็วิ่ง 10 กิโลเมตรมาเรื่อย พอหน้าที่การงานเติบโตมาเป็นซีอีโอ ตอนช่วงโควิด -19 ก็ไม่ได้วิ่ง พอหลังเกษียณท่านนายกรัฐมนตรี เชิญให้ไปร่วมฟื้นฟูการบินไทย ตอนนั้นเจอโควิด-19 ทำอะไรไม่ได้มาก เราก็ทำเสื้อให้คนการบินไทยมาวิ่งรอบตึก มันเป็นการเสริมกำลังใจ เรารู้จักคนในการบินไทยเยอะเลยไม่ว่าจะเป็นลูกเรือ นักบิน ช่าง พนักงานในออฟฟิศ สิ่งเหล่านี้ทำให้พวกเขาเกิดกำลังใจนำมาสู่ทีมปฏิบัติการที่ทำให้การบินไทยอยู่รอด และตอนวิ่งตอนนั้น ตนมีโอกาสเจอโค้ชวิ่งหลายคนมาก กระทั่งนำไปสู่การซ้อมวิ่งระยะไกลมากกว่า 10 กม. ซึ่งส่วนใหญ่คนการบินไทยจะมาซ้อมที่สนามประชานิเวศน์ กับสนามภายใน ม.เกษตรศาสตร์ ซึ่งตนก็มาฝึกกับพวกเขาด้วย การวิ่งระยะไกล 21 กม.หรือ 42 กม. ต้องใช้ความสามารถในการสร้างกล้ามเนื้อในการวอร์มอัพ ในการใช้รองเท้า ในการลงเท้า ในการหยุด การพัก นี่คือสิ่งที่เราได้ฝึกที่นี่ แล้วเราก็มาเจอโค้ชทีมชาติ เจอนักวิ่งทีมชาติอายุถึง 70 กว่าปีก็ยังวิ่งอยู่ รูปร่างดีมาก ยังวิ่งเร็ว เขาก็ได้สอนเทคนิคการวิ่งต่างๆ ให้ นำไปสู่การวิ่ง 30 กม.ได้ สุดท้ายมาวิ่ง 42 กม.ได้ ในช่วงที่ตนอายุ 65 ปี โดยเมื่อวันที่ 25 มกราคม 2568 วิ่งจบ 42 กม. บุรีรัมย์ มาราธอน นั่นเป็นการวิ่งครั้งเดียว ครั้งแรก และพอแล้วสำหรับระยะ 42 กม. เพราะคิดว่าระยะ 42 กม. เยอะเกินไปสำหรับอายุเท่าตน

นายชาญศิลป์ กล่าวต่อไปว่า ตนตั้งปณิธานว่า อยากจะวิ่ง 10 กม.ให้ต่ำกว่า 1 ชั่วโมง ก็สามารถทำได้แล้วโดยได้ 59 นาทีกว่าๆ สิ่งเหล่านี้เป็นเพราะโค้ช เพราะทีมงานโค้ชฝน, โค้ชบิ๊ก, โค้ชป๊อด, โค้ชแอ๊ค ซึ่งอยู่แถวประชานิเวศน์ทั้งนั้น เรารู้สึกว่า พอมาอยู่มติชน มาทำงานเป็นกรรมการมติชน เราจึงใช้ตรงนี้มาช่วยให้คนรักการออกกำลังกาย เพราะการออกกำลังกายได้หลายเรื่อง ได้เรื่องความอดทน ได้เรื่องน้ำใจนักกีฬา รู้แพ้ รู้ชนะ และรู้จักให้อภัย การมาจัดวิ่งแบบนี้จะทำให้เราสามารถรู้จักผู้คน เจอคนเก่งหลายๆ สาขาวิชาชีพ ทำให้เราเข้าใจผู้คน เข้าใจความเป็นมาผู้คน ที่กล่าวมาเป็นสิ่งที่สำคัญมาก สนามประชานิเวศน์เป็นสนามของกรุงเทพมหานคร ได้ความกรุณาจาก กทม. ได้ความกรุณาจากบรรดาสปอนเซอร์ต่างๆ รายการวิ่งรายการนี้เป็นรายการสำหรับทุกคน สมัครฟรี

“ในแง่ของกระแสตอบรับในการจัดครั้งนี้ถือว่าดีมากๆ ผมให้ผู้ตัดสินของกรมพลศึกษามาร่วม ขอบคุณ กทม. แบบฟรีเพื่อสังคม เพื่อชุมชน ในอนาคตไม่แน่ว่า สนามประชานิเวศน์จะผลิตนักวิ่งสู่ทีมชาติก็ได้ มีหลายคนที่มาในวันนี้กำลังจะเป็นเยาวชนทีมชาติ สำหรับในปีหน้ารายการแบบนี้จะเกิดขึ้นอีกหรือไม่ ไม่ได้อยู่ที่ผมคนเดียว อยู่ที่ทีมงานทุกคน พวกเขาเหล่านี้มาด้วยใจจิตอาสา ช่วยกันคนละไม้คนละมือ เพราะฉะนั้นปีหน้าถ้าทุกคนเห็นตรงกันก็อาจจะเกิดขึ้นได้อีก” นายชาญศิลป์กล่าว
“โค้ชฝน” สุภัทรี ฤกษ์หร่าย หัวหน้าโครงการ “PRACHANIWET 5000 FUN RUN ท้าความเร็วบนลู่วิ่ง” กล่าวว่า ในปีนี้เตรียมงานกันมาหลายเดือนอยู่ สำหรับรายการ PRACHANIWET 5000 FUN RUN ท้าความเร็วบนลู่วิ่ง” แม้จะเพิ่งจัดเป็นปีแรก แต่ในส่วนของสนามกีฬาประชานิเวศน์ และชมรมวิ่งประชานิเวศน์ จัดการแข่งขันวิ่งมาแล้วทั้งหมด 4 ครั้ง ส่วนใหญ่จะเป็นรูปแบบของวิ่งผลัด 4 x 400 x 2 หรือแบ่ง 2 ทีม ที่ผ่านมาก็เป็นกิจกรรมที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี คราวนี้ก็เช่นกัน คนสมัครมาแข่งขันจำนวนมาก ปีหน้าอยู่ที่เสียงเรียกร้องของบรรดานักวิ่งว่าอยากจะจัดอีกหรือไม่
“เฮียชัย” นายสมชัย ธนทรัพย์ไพศาล ประธานชมรมวิ่งประชานิเวศน์ กล่าวว่า สำหรับชมรมวิ่งประชานิเวศน์ ในตอนนี้เรามีสมาชิกอยู่ประมาณ 50-60 ที่จะรวมตัวกันมาวิ่งที่สนามกีฬาประชานิเวศน์กันในทุกๆเย็น ฝึกซ้อมและมีออกไปแข่งขันที่งานวิ่งต่างๆบ้าง ซึ่งจุดเริ่มต้นของชมรมเริ่มจากการที่ผู้คนที่มีบ้านอยู่บริเวณนี้มารวมตัวกันและก็ก่อตั้งเป็นชมรมขึ้นมาจนถึงทุกวันนี้ ส่วนวัตถุประสงของการจัดการแข่งขัน PRACHANIWET 5000 FUN RUN ในครั้งนี้ จริงๆ เรามีกิจกรรมมาแล้วประมาณ 4 ครั้ง แต่ในครั้งนี้เพิ่มระยะ 5 กม. ราวๆ 12.5 รอบสนาม เนื่องจากปีนี้เรามีผู้สนับสนุนเข้ามา ต้องขอบคุณผู้สนับสนุนมากๆที่ทำให้เกิดกิจกรรมนี้ขึ้น ส่วนจุดประสงค์ของกิจกรรมคือ เราอยากจะสนับสนุนทุกๆ คนที่ออกกำลังกาย และกิจกรรมแบบนี้ต้องยอมรับว่าหาได้ยาก เนื่องจาก RACHANIWET 5000 FUN RUN เราจัดกิจกรรมฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย มีคนเข้ามาสนับสนุนเกี่ยวกับการออกกำลังกาย ถือว่าเป็นโอกาสที่ดีของนักวิ่ง ที่ในวันนี้มากันมากมาย หวังว่าปีหน้าเราจะได้มีกิจกรรมแบบนี้กันอีก

“หมี” ส.ต.ท.สมโชค คงดี เจ้าหน้าที่ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง และเป็นนักวิ่งแถวหน้าของเมืองไทยและเพิ่งจะคว้าแชมป์ 10 กม.รายการใหญ่อย่าง “บุรีรัมย์ มาราธอน” ปีล่าสุด เปิดเผยว่า มาร่วมแข่งขันรายการนี้เพราะทราบจากเพื่อนว่ามีจัดแข่งขัน แฃละเป็นสนามที่เคยมาออกกำลังกายอยู่ 2-3 ครั้งแล้ว จึงมาร่วมแข่งขัน ดีใจที่มีแข่งขันรายการ 5000 เมตรบนลู่วิ่งแบบนี้ อยากให้มีจัดอย่างต่อเนื่องเพราะกีฬาวิ่งได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ มีกลุ่มนักกีฬาที่วิ่งอยู่จำนวนมากทั่วประเทศ การได้มาวิ่งทำให้สุขภาพร่างกายดี ได้มาเจอสังคมใหม่ๆ เพื่อนใหม่ๆ เป็นการเก็บประสบการณ์ชีวิตที่ดี อนาคตอยากจะไปถึงการติดทีมชาติไทย
“น้องโยตะ” โยตะ ฮายาชิ นักวิ่งวัย 13 ปี กล่าวว่า ปกติแล้วมาซ้อมที่สนามกีฬาประชานิเวศน์อยู่แล้ว ซึ่งถือเป็นสนามที่ดีครับ ส่วนกิจกรรมวันนี้ก็ถือว่าเป็นกิจกรรมที่ดี ที่ได้เปิดโอกาสให้นักวิ่งในหลากหลายวัยได้มีกิจกรรมวิ่ง และได้มาเจอกัน
“น้องเอวา” ด.ญ.อติกานต์ พิมพ์บัณฑิต วัย 7 ขวบชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 จากโรงเรียนอมาตยกุล เปิดเผยว่า มาเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ในฐานะที่มาถือป้ายร่วมเปิดงาน ส่วนตัวมาออกกำลังกายที่สนามกีฬาประชานิเวศน์เป็นประจำ แต่จะมาว่ายน้ำ กับเล่นเทควันโด รวมถึงมาเตะฟุตบอลด้วย ดีใจที่ได้มาร่วมงานวิ่งในครั้งนี้ เป็นการแข่งขันที่ยอดเยี่ยม และอยากให้มีการจัดเรื่อยๆ

“ดีใจค่ะที่ได้มาร่วมงาน หนูมาสนามนี้บ่อยมาก หนูอยากให้มีการจัดวิ่ง หรือออกกำลังกาย หรือแข่งขันกีฬาอื่นๆ บ่อยๆ จะได้มาออกกำลังกายได้มาเจอเพื่อน เจอคนรู้จัก สนุกดีค่ะ” น้องเอวา กล่าว