บีบีซี รายงานว่า การพักเบรกดื่มน้ำในฟุตบอลโลก 2026 ซึ่งแฟนฟุตบอลวิพากษ์วิจารณ์นั้น สามารถทำเงินรายได้ให้เจ้าของลิขสิทธิ์มากถึง 250 ล้านเหรียญสหรัฐ

ฟุตบอลโลกครั้งนี้มีกฎให้แต่ละแมตช์จะต้องพักดื่มน้ำ 3 นาทีในแต่ละครึ่ง ซึ่งฟีฟ่าระบุว่า ยืนยันว่าเพื่อสวัสดิภาพของนักเตะท่ามกลางสภาพอากาศที่ร้อนจัดในทวีปอเมริกาเหนือ และเพื่อความยุติธรรมในการแข่งขัน ทุกแมตช์ต้องทำเหมือนกันหมด

ช่วงเบรกดังกล่าวในบางประเทศไม่ตัดเข้าโฆษณา แต่ในการถ่ายทอดสดในสหรัฐจะตัดเข้าโฆษณา ซึ่งตรงนี้กฎระเบียบอนุญาตให้เริ่มเปิดโฆษณาได้หลังจากผู้ตัดสินเป่านกหวีดหยุดเกม 20 วินาที และต้องจบโฆษณาก่อนที่เกมจะเริ่มเล่นต่อ 30 วินาที

นั่นหมายความว่า 1 แมตช์จะมีช่วงเวลาให้โฆษณา 4 นาที 20 วินาที หรือคิดเป็นเวลา 7 ชั่วโมง 30 นาที 40 วินาทีตลอดทั้งฟุตบอลโลก สถานีโทรทัศน์ในแต่ละประเทศมีโอกาสแทรกโฆษณาความยาว 30 วินาทีได้เพิ่มถึง 8 ตัวต่อ 1 นัด รวมแล้วพุ่งสูงถึง 832 ตัว ตั้งแต่เริ่มจนจบการแข่งขัน

บีบีซี สปอร์ต ระบุว่า ฟ็อกซ์ สปอร์ต ของสหรัฐจะมีรายได้เข้ามาเฉลี่ยอยู่ที่ 200,000 ถึง 300,000 เหรียญสหรัฐ (6.5-9.8 ล้านบาท) และจะพุ่งสูงถึง 750,000 เหรียญสหรัฐ (24.6ล้านบาท) ในนัดที่ทีมชาติสหรัฐฯ ลงแข่ง

ซึ่งหมายความว่า เฉพาะในสหรัฐฯ ประเทศเดียว การขายโฆษณาช่วงพักดื่มน้ำนี้ น่าจะทำเงินได้มากกว่า 250 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (3,948 ล้านบาท) และคาดว่าในหลายประเทศที่เลือกใช้ช่วงนี้เข้าโฆษณาจะทำเงินได้รวมกว่า 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ

“คนอเมริกันชินกับการดูโฆษณาระหว่างเกมการแข่งขันมา 40-50 ปีแล้ว ดังนั้นในแง่ของวัฒนธรรม เรื่องนี้จึงเข้าล็อกพอดี” ร็อบ ดิ จิซี อาจารย์ด้านการจัดการกีฬาจากวาร์ตัน สคูล มหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย กล่าว “ที่นี่แทบไม่มีกระแสต่อต้าน อะไรก็ตามที่ทำให้เกมมีความเป็นอเมริกันมากขึ้น คนที่นี่จะยอมรับมันได้เองโดยไม่ทันสังเกตด้วยซ้ำ”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน