“บิ๊กปลาย” ประธาน วัน แชมเปียนชิพ ประเทศไทย แจงกรณีดราม่าเกี่ยวกับ “เพชรหนึ่ง” พร้อมย้ำว่าไม่มีการกลั่นแกล้งหรือกีดกันนักกีฬาไม่ให้ขึ้นชกรายการอื่น
หลังจากที่ “เสี่ยโบ๊ท” ณัฐเดช วชิรรัตนวงศ์ โปรโมเตอร์ศึกเพชรยินดี โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า ONE ยื่นข้อเสนอให้ “เพชรหนึ่ง” ขึ้นชกด้วยค่าตัว 6,000 ดอลลาร์สหรัฐ พร้อมโอกาสเซ็นสัญญา แต่มีข้อแม้ห้ามขึ้นชกในศึกเพชรยินดี รวมถึงกล่าวอ้างว่ามีผู้บริหาร ONE กำชับโปรโมเตอร์ไม่ให้ส่งนักมวยไปชกในรายการดังกล่าว
ล่าสุด “บิ๊กปลาย” จิติณัฐ อัษฎามงคล ประธาน วัน แชมเปียนชิพ ประเทศไทย เปิดเผยกับทีมข่าวสดกีฬา ว่า “เพชรหนึ่ง” เป็นนักกีฬาในสังกัดเกียรติเพชร ซึ่งมีข้อตกลงการทำงานกับ ONE อยู่แล้ว โดยหนึ่งในเงื่อนไขสำคัญคือ Matching Period หรือสิทธิ์ในการเทียบข้อเสนอจากรายการอื่น เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายสามารถวางแผนการทำงานได้อย่างสอดคล้องกัน
“เงื่อนไขดังกล่าวใช้กับนักกีฬาที่ขึ้นชกในศึก ONE ลุมพินี แต่ยังไม่ได้เซ็นสัญญากับ ONE โดยนักกีฬายังคงมีสิทธิ์รับข้อเสนอจากรายการอื่น เพียงแต่ภายในระยะเวลาที่กำหนด หากได้รับข้อเสนอใหม่ นักกีฬาจะต้องนำข้อเสนอนั้นมาให้ ONE พิจารณาเทียบข้อเสนอในเงื่อนไขเดียวกัน”
“หาก ONE ยอมรับข้อเสนอดังกล่าว นักกีฬาจะต้องขึ้นชกกับ ONE แต่หาก ONE ไม่เทียบข้อเสนอ นักกีฬาก็สามารถไปขึ้นชกกับรายการอื่นได้ตามปกติ จึงไม่ใช่การห้ามนักกีฬาชกรายการอื่นอย่างเด็ดขาด แต่เป็นการปฏิบัติตามข้อตกลงที่ทุกฝ่ายรับทราบร่วมกันตั้งแต่ต้น”
“ประเด็นที่คุณโบ๊ทอาจไม่พอใจ น่าจะเกิดจากการต้องการจัดไฟต์ที่วางแผนไว้ แต่เมื่อติดต่อไปยังต้นสังกัดของนักกีฬาอย่างเกียรติเพชร อาจพบว่ายังติดเงื่อนไขเรื่อง Matching Period อยู่”
“บิ๊กปลาย” ยังยืนยันกับทีมข่าวสดกีฬาอีกว่า หลักการนี้ไม่ได้มีขึ้นเพื่อกลั่นแกล้งหรือแย่งชิงนักกีฬา แต่เป็นมาตรฐานการทำงานที่ใช้กับนักกีฬา ONE ลุมพินี ทุกคน อีกทั้งยังช่วยรับประกันว่านักกีฬาจะได้รับไฟต์อย่างสม่ำเสมอ พร้อมค่าตัวที่สามารถแข่งขันกับข้อเสนอจากรายการอื่นได้
“เรามีแผนที่จะป้อนไฟต์ให้ เพชรหนึ่ง อยู่แล้ว ซึ่งแผนของเราอาจมีช่วงเวลาใกล้เคียงกับที่เพชรยินดีต้องการจัด หากมีข้อเสนอเข้ามาก็ต้องดำเนินการตามขั้นตอน และยื่นข้อเสนอที่เหมาะสมให้แก่นักกีฬา ซึ่งท้ายที่สุดแล้วจะเป็นประโยชน์ต่อตัวนักกีฬาเอง”
นอกจากนี้ นักมวยในสังกัดเกียรติเพชรที่ขึ้นชกกับ ONE ทุกคนล้วนอยู่ภายใต้เงื่อนไขเดียวกัน
สำหรับข้อกล่าวหาว่า ONE ห้ามโปรโมเตอร์ส่งนักมวยไปชกในศึกเพชรยินดีนั้น “บิ๊กปลาย” ชี้ว่าเป็นสิ่งที่ไม่สามารถบังคับกันได้ เพราะการตัดสินใจขึ้นอยู่กับต้นสังกัด ซึ่งต้องพิจารณาผลประโยชน์ การเติบโต และอนาคตของนักกีฬาเป็นสำคัญ
ONE มีหน้าที่นำเสนอไฟต์และค่าตัวที่เหมาะสม หากต้นสังกัดตัดสินใจไม่ร่วมงานกับ ONE และต้องการส่งนักกีฬาไปชกกับโปรโมชันอื่นก็สามารถทำได้ เมื่อสิ้นสุดเงื่อนไข Matching Period ที่มีต่อกัน
“เพชรยินดีกับ ONE ไม่ได้ทำงานร่วมกันมาหลายปีแล้ว และในวันที่แยกย้ายจากกัน ONE ก็ปล่อยนักกีฬาที่มีสัญญาออกไปให้ โดยไม่ได้เรียกร้องอะไรทั้งสิ้น”
จากคำชี้แจงดังกล่าว ONE ยืนยันว่าการดำเนินงานในกรณีของ “เพชรหนึ่ง” เป็นไปตามข้อตกลงที่ทำไว้กับต้นสังกัดอย่างถูกต้อง ไม่ใช่การกลั่นแกล้งหรือปิดกั้นโอกาสของนักกีฬา โดยทุกฝ่ายยังคงมีสิทธิ์ตัดสินใจภายใต้เงื่อนไขที่ยอมรับร่วมกันตั้งแต่เริ่มต้นทำงาน