ยูฟ่ายืนยันว่ากฎการแจกใบแดงนักเตะที่ป้องปากเมื่อเผชิญหน้ากับผู้เล่นคู่แข่งซึ่งมีผลบังคับใช้ใน ฟุตบอลโลก 2026 จะไม่ถูกนำมาใช้ในถ้วยยุโรปทุกฤดูกาลหน้า
สหพันธ์ฟุตบอลยุโรป (ยูฟ่า) ยืนยันว่ากฎการแจกใบแดงให้นักเตะที่ป้องปากเมื่อเผชิญหน้ากับผู้เล่นคู่แข่งซึ่งมีผลบังคับใช้ใน ฟุตบอลโลก 2026 จะไม่ถูกนำมาใช้ในการแข่งขันถ้วยยุโรปทุกรายการในฤดูกาลหน้า
กฎนี้มีจุดกำเนิดมาจากเกมยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ หลังเกิดกรณีที่ จานลูกา เปรสเตียนนี ผู้เล่นตัวรุกเบนฟิกา ยกเสื้อป้องปากพูดกับ วินิซิอุส จูเนียร์ กองหน้าเรอัล มาดริด
ต่อมาเปรสเตียนนีถูกตั้งข้อกล่าวหาว่าเหยียดเชื้อชาติและถูกลงโทษแบนเบื้องต้น 1 นัด หลังจากนั้นยูฟ่าสอบสวนเพิ่มเติม แล้วตัดสินว่าแข้งทีมชาติอาร์เจนตินามีความผิดฐานพูดจาด้วยคำเชิงเหยียดเพศ พร้อมลงโทษแบน 6 นัด แต่เป็นการภาคทัณฑ์ 3 นัด
สืบเนื่องจากกรณีนี้ สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) จึงมีความคิดต่อยอดเพื่อยับยั้งการเหยียดในวงการลูกหนัง และได้เสนอกฎแจกใบแดงเมื่อป้องปาก จากนั้นคณะกรรมการสมาคมฟุตบอลนานาชาติ (ไอเอฟเอบี) ก็อนุมัติกฎให้ผ่านและใช้งานในฟุตบอลโลก
อย่างไรก็ตาม ยูฟ่ามองว่าเรื่องแบบนี้ควรประเมินสถานการณ์เป็นรายกรณีว่ามีเจตนาพยายามปกปิดการสื่อสารที่ผิดหลักการแห่งกีฬาหรือไม่ และการที่ยูฟ่าเลือกไม่บังคับใช้กฎนี้ก็จะไม่กระทบต่อการสอบสวนหรือการดำเนินการทางวินัยภายหลังแต่อย่างใด
นอกจากนี้ ยูฟ่าจะไม่บังคับใช้กฎแจกใบแดงทันทีให้ผู้เล่นที่เดินออกจากสนามเพื่อประท้วง โดยจะให้ขึ้นกับดุลยพินิจของผู้ตัดสิน แต่ยูฟ่าจะนำกฎให้วีเออาร์ช่วยตรวจสอบลูกเตะมุมที่ไม่ถูกต้องมาใช้