การแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 รอบชิงอันดับ 3 ที่ไมอามี สเตเดียม เมื่อเช้าวันที่ 19 ก.ค.69 ทีมชาติฝรั่งเศส ลงสนามพบ ทีมชาติอังกฤษ
เกมนี้ทั้งสองทีมเล่นกันแบบไร้ความกดดัน ทำให้เกมเปิดเข้าใส่กันสนุก ก่อนจะเป็น อังกฤษ ที่ทำได้ดีกว่าในครึ่งแรกออกนำถึง 4-0 จาก เดเคลน ไรซ์ นาที 3, เอซรี คอนซา นาที 18 และบูกาโย ซากา นาที 37 และ 45+1
กลับสู่ครึ่งหลังเกมพลิกมาทางฝั่งฝรั่งเศสบ้าง เมื่อคีลิยัน เอ็มบัปเป ได้หลุดเข้าไปยิงปลดล็อกให้ ฝรั่งเศส ไล่ตาม 1-4 นาที 48 ก่อนจะได้เพิ่มอีกจาก แบรดลีย์ บาร์โกลา นาที 54 และ เอ็มบัปเป นาที 66 ทำให้ฝรั่งเศส ไล่จี้มาเป็น 3-4 อีกทั้งประตูนี้ของ เอ็มบัปเป ยังทำให้เขาแซง ลิโอเนล เมสซี จอมทัพอาร์เจนตินา (21 ประตู) ขึ้นไปรั้งสถิติดาวยิงสูงสุดตลอดกาล ฟุตบอลโลก ด้วยจำนวน 22 ประตู อีกด้วย
หลังจากตามหลังแค่ประตูเดียว ฝรั่งเศส ยังพยายามโหมบุกอย่างหนัก ขณะที่อังกฤษ อาศัยเกมรับแล้วโต้กลับ กระทั่งนาที 87 อังกฤษ มาได้จุดโทษ ก่อนจะเป็น บูกาโย ซากา ที่รับหน้าที่สังหารเข้าไปไม่พลาด ให้อังกฤษ หนี 5-3 และยังเป็นแฮตทริกของ ซากา ในเกมนี้
จากนั้นแม้จะเข้าสู่ช่วงท้ายเกม แต่ทั้งสองทีมยังเปิดหน้าแลกกันสุดมัน ฝรั่งเศส มาได้ประตูไล่มาเป็น 4-5 จาก อุสมาน เดมเบล นาที 90+6 ก่อนที่ อังกฤษ จะยิงปิดกล่อง จาก จูด เบลลิงแฮม นาที 90+8
ทำให้จบเกม อังกฤษ เอาชนะ ฝรั่งเศส 6-4 คว้าอันดับ 3 ฟุตบอลโลก 2026 ไปครอง