เพชรจีจ้า ลูกเจ้าพ่อโรงต้ม แชมป์โลก ONE คิกบ็อกซิ่ง หนุน นาบิล อานาน ฝีมือดีพอเป็นตัวแทนทีมชาติไทย ไปโอลิมปิกเกมส์ 2028 เผยไม่มีเส้นสาย วัดกันที่ฝีมือ

เพชรจีจ้า โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า “หนูเคยอยู่และเคยฝึกซ้อม รวมถึงชกในระดับทีมชาติไทยมาก่อน เพราะฉะนั้นหนูเข้าใจดีว่า การจะก้าวขึ้นมาเป็นนักกีฬาทีมชาติ หรือการจะชกให้ไปถึงระดับประเทศนั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ทุกอย่างต้องผ่านทั้งการฝึกซ้อมอย่างหนัก ประสบการณ์ การแข่งขัน และที่สำคัญคือต้องมีโอกาสได้พิสูจน์ตัวเองและผ่านการคัดเลือกตามระบบ”

“ถ้าพูดถึงนักกีฬาอาชีพอย่างน้อง นาบิล ซึ่งเป็นน้องในค่าย และปัจจุบันอยู่ในระดับนักกีฬาอาชีพของ ONE Championship การที่น้องมีโอกาสได้ไปชกในโอลิมปิกถือเป็นโอกาสที่ดีมาก เพราะทุกคนคงทราบกันดีว่า การจะเป็นตัวแทนไปแข่งขันโอลิมปิกในแต่ละรุ่นนั้น ต้องผ่านทั้งการฝึกซ้อม การแข่งขัน และกระบวนการคัดเลือก ไม่ใช่ว่าใครจะสามารถข้ามขั้นตอนไปชกโอลิมปิกได้เลย”

“สำหรับน้องนาบิลเอง ด้วยรูปร่างที่ได้เปรียบ ความเร็ว รวมถึงสไตล์การชกและประสบการณ์ที่มีอยู่แล้ว ถือว่าเป็นนักกีฬาที่มีศักยภาพมาก และกว่าจะมาถึงจุดที่เป็นนักกีฬาอาชีพได้ น้องก็ต้องผ่านการฝึกซ้อมมาตั้งแต่เด็ก ทั้งในรูปแบบมวยไทย รวมถึงการฝึกหมัดและเทคนิคในสไตล์มวยสากลมาเป็นเวลาหลายปี”

“ดังนั้น ถ้านี่เป็นโอกาสที่ดีสำหรับน้อง หนูมองว่าน้องก็ควรได้รับโอกาสนั้น และควรใช้โอกาสนี้ในการเรียนรู้และพัฒนาตัวเองเพิ่มเติม โดยเฉพาะเรื่องเทคนิคและรูปแบบของมวยสากล”

“หนูไม่ได้มองว่าน้องมีเส้นหรือมีสาย หรือสามารถลัดขั้นตอนไปชกโอลิมปิกได้เลย เพราะสุดท้ายแล้วน้องก็ยังต้องผ่านระบบ การฝึกซ้อม การแข่งขัน และการคัดเลือกเหมือนนักกีฬาคนอื่น เพียงแต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือ มีผู้ใหญ่หลายท่านที่มองเห็นถึงศักยภาพของน้อง และมองเห็นความเป็นไปได้ว่า น้องอาจสามารถพัฒนาไปสู่การเป็นตัวแทนประเทศไทยในโอลิมปิกได้ จึงอยากให้โอกาสและสนับสนุนให้น้องได้เข้ามาฝึกซ้อมในรูปแบบมวยสากลมากขึ้น”

“สำหรับหนูแล้ว สิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่ว่าใครจะได้สิทธิ์เพราะอะไร แต่คือเมื่อมีโอกาสเข้ามาแล้ว นักกีฬาคนนั้นจะสามารถพิสูจน์ตัวเองและทำให้เห็นได้หรือไม่ว่า ตัวเองเหมาะสมกับโอกาสนั้น เพราะสุดท้ายแล้ว ผลงานในสนามและความสามารถของนักกีฬาจะเป็นสิ่งที่ตอบทุกอย่างเอง”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน