ฮัดสัน หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย พอใจกับการคุมทัพช้างศึกโดยไม่แพ้ใครติดต่อกัน 10 นัด พ้อแฟนบอลควรให้ยกย่องแข้งช้างศึกมากกว่านี้
เมื่อ 17 ส.ค. ที่ห้องแถลงข่าวสนามราชมังคลากีฬาสถาน สหพันธ์ฟุตบอลอาเซียน (เอเอฟเอฟ) จัดงานแถลงข่าวก่อนเกมรอบรองชนะเลิศฟุตบอลอาเซียน คัพ 2026 นัดที่สอง ซึ่ง “ช้างศึก”ทีมชาติไทย จะลงสนามพบกับสิงคโปร์ วันที่ 18 ส.ค. ที่ราชมังคลากีฬาสถาน เวลา 20.00 น.
แอนโธนี ฮัดสัน กุนซือทีมชาติไทย กล่าวว่า “การเจอกับสิงคโปร์เป็นเกมที่ยาก พวกเขาเป็นทีมระดับท็อป มีแทคติกที่ซับซ้อน พวกเขาทำผลงานได้ดี มีเฮดโค้ชที่ดี และเล่นได้ดี กับฟอร์มการเล่นในเลกแรก ผมภูมิใจกับนักเตะของผมมาก ที่ทุ่มเท แต่เราจะพยายามทำให้ดีกว่านี้ ในแต่ละช่วงเวลาของเกม การซ้อมวันนี้ต้องพัฒนาปรับปรุง ตอนนี้ต้องมีสมาธิ และคิดว่าเกมนี้ยังเสมอ 0-0 อยู่ และเกมนี้ยังเป็นเกมที่เหมือนนัดชิงชนะเลิศ เป็นอีกหนึ่งเกมในการเจอกับคู่ต่อสู้ที่รับมือได้ยาก”
“เกี่ยวกับเหตุการณ์หลังเกมในเลกแรกที่สิงคโปร์ มันเป็นเกมที่มีหลากหลายอารมณ์ เป็นปกติของฟุตบอล ผมเองก็เป็นคนที่มีพาสชั่นที่ค้างคาง แต่ยืนยันว่าผมให้ความเคารพสิงคโปร์ และกาวิน ลี เฮดโค้ชรวมถึงนักเตะของพวกเขา ที่ทำงานได้ยอดเยี่ยม โดยช่วงหลังจบเกม ผมได้เดินไปคุยว่า ระหว่างเกมมีบางสถานการณ์ที่ทำให้ตัวผม และสต๊าฟไม่พอใจ ยกตัวอย่าง เหตุการณ์ก่อนที่ทีมจะเสียจุดโทษ เพราะมีนักกีฬาถือบอลต้องทุ่ม เขาถือบอลนานถึง 14-15 วินาที ทั้งที่กฎ กติกา เคลียร์ จบเกม ผมได้คุยกับ กาวิน ลี ว่าสิงคโปร์เป็นทีมที่ดีและแข็งแกร่ง ทำไมถึงทำแบบนั้น ทั้งที่มีคุณภาพรับมือไทยอยู่แล้ว ด้วยอารมณ์ที่ค้างคามีบุคคลอื่นเกี่ยวข้อง แต่เหตุการณ์จบไปแล้ว ผมยังคงนับถือกาวิน ลี และนักฟุตบอลสิงคโปร์ทุกคน พอผมตื่นเช้ามาอีกวันเห็นเต็มฟีด ผมอายเหมือนกัน และได้เฟซไทม์หาคุณแม่ เพื่อรอฟังคำยินดีกลับมา แต่สิ่งที่แม่พูดอย่างแรกเลยคือถามว่าทำไมทำอย่างนั้น รู้สึกอายเหมือนกัน”
“ผมอยากให้ผมและนักกีฬาทุกคนคิดว่ายังเป็น 0-0 ซึ่งจะพูดกับนักกีฬาทุกคน เพราะผมไม่อยากให้นักกีฬามองข้าม และคิดว่าเกมนี้ง่าย อยากให้ทุกคนเล่นเหมือนสกอร์ยัง 0-0 ด้วยความเข้มข้นเท่าเดิมเหมือนเกมแรก ทำให้ทุกคนอยากเก็บชัยชนะในเกมนี้ ส่วนการเปลี่ยนแปลงทีม ผมคิดว่าผมโชคดี มีนักเตะทุกคนที่ทำงานหนักตั้งแต่วันแรก และทำให้ผมมั่นใจอย่างมาก ถ้าจะเปลี่ยนแปลงหรือไม่ ผมคิดว่าเราได้เปรียบที่นักเตะในทีมมีคุณภาพทุกคน เราจะมองเรื่องความสด แม้จะมีการเปลี่ยนแปลง แต่ผมคิดว่าฟอร์มการเล่นของเราจะไม่ได้ตกลงไปแม้แต่เปอร์เซ็นต์เดียว”
“ในส่วนของคำวิจารณ์ที่มีต่อตัวผมตลอดการทำงานที่ผ่านมากับทีมชาติไทยที่ยังไม่แพ้ใครมา 10 เกม ด้วยความสัตย์จริง ไม่ได้มีผลอะไรกับตัวผมมาก แต่ว่ามีบางอย่างที่ผมผิดหวังและเศร้าแทนนักกีฬา ในแต่ละแคมป์ ผมคิดว่าพวกเขาควรได้รับเครดิตและพูดถึงในเชิงบวกหรือยกย่องมากกว่านี้ เพราะทุกคนทำงานหนักมาก และสมควรได้รับเครดิต ส่วนสไตล์การเล่นของผม ใน 2-3 แคมป์ที่ผ่านมา กลุ่มนักเตะก็แตกต่าง เช่นเดียวกับกับนี้นี่คือกลุ่มใหม่อีกกลุ่ม ถ้าอิงจากสถิติ ผมรู้สึกว่าเราทำได้น่าทึ่ง และน่าประทับใจ เข้ามาถึงรอบรองชนะเลิศ เกมแรกกับสิงคโปร์ เรายังทำได้ไม่ดีพอ เรื่องความนิ่งในการครองบอล และความดุดันในการเล่น นี่เป็นหน้าที่ของผมที่ต้องเพิ่มเติม แคมป์นี้มีนักเตะหน้าใหม่ 6-7 คน บางคนมีความกดดัน แต่ถ้าผ่านไปแล้ว ทุกคนน่าจะคลายความกดดันไปได้”
“สุดท้ายการเจอกับสิงคโปร์ เกมที่ผ่านมาต้องยอมรับว่าสิงคโปร์ ตอนนี้แข็งแกร่งและพัฒนาขึ้นมามาก และมีแฟนบอลหนุนหลังล้นหลาม ย้อนกลับไป พวกเขาก็รับมือกับ อินโดนีเซีย และ เวียดนามได้ดีมาก สำหรับผมยังผิดหวัง ที่เราน่าจะยิงประตูได้มากกว่านี้ 1-2 ประตู ในเกมที่แล้ว”
“การกระตุ้นนักกีฬา ผมก็เป็นตัวของตัวเอง ผมพยายามพูดคุยปลุกเร้าให้นักกีฬา เตรียมร่างกายและจิตใจให้พร้อม รวมถึงการเล่นที่เข้มข้น กล้าเล่นเกมรุก เช่นเดียวกับ เกมรับ สิ่งสำคัญที่สุดคือให้นักกีฬากล้า ในส่วนนี้ ผมก็ทำหน้าที่ที่อยากทำ ก็พยายามปลุกเร้าทุกช่วงเวลาของการแข่งขัน”
ด้าน พาตริก กุสตาฟส์สัน กองหน้าทีมชาติไทย กล่าวว่า “เกมแรกเป็นเกมที่ยาก แต่เราจบสกอร์ที่เฉียบคม ได้มา 3 ประตู แม้จากรูปเกมเราควรจะได้มากกว่านี้ ผลการแข่งขันจากนัดแรกเรามีความมั่นใจในการเล่นเกมในวันพรุ่งนี้ เรายังเหลืออีก 90 นาที เรายังต้องทุ่มเทเต็มร้อยๆ ต่อไป เพราะสิงคโปร์ก็คงมาเต็มร้อย เราจะเตรียมความมั่นใจไปรับมือกับเขา”
“การกลับมาติดทีมชาติไทย ในรอบ 17 เดือน อย่างที่บอกไปก่อนหน้านี้ว่าปี 2025 เป็นปีที่ยากลำบากที่สุดนับตั้งแต่ผมเป็นนักฟุตบอลมา เพราะต้องเจ็บตลอดทั้งปี แต่เป้าหมายในการกลับมคืออยากกลับมาเล่นด้วยสภาพร่างกายที่ฟิตเหมือนเดิม มีความมั่นใจเหมือนเดิม เป้าหมายของการเป็นนักฟุตบอลอยากอยู่ในทัวร์นาเมนต์แบบนี้ และเข้ารอบชิงชนะเลิศ ชูถ้วยแชมป์ การได้สวมเสื้อทีมชาติไทย ผมทำเต็มที่ 100% และมีแฟนบอลที่เข้ามาสนับสนุน และครอบครัวก็ภาคภูมิใจ ถ้ามีโอกาสผมจะใส่เต็มร้อยไม่ผ่อน ยอมรับว่าเป็นปีที่ยากลำบาก และดีใจมากที่ได้กลับมาติดทีมชาติอีกครั้ง อยากเชิญชวนแฟนบอล มาเชียร์พวกเราในวันพรุ่งนี้และให้กำลังใจพวกเราด้วย”