เลขาหนึ่ง นายเอกพล พลนาวี เลขาธิการสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ขอบคุณชลบุรี เอฟซี ที่ยอมปล่อยให้ยศกร บูรพา ช่วยทีมชาติในเอเชียนเกมส์
หลังจากที่สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ประกาศรายชื่อนักเตะทีมชาติไทยที่จะเข้าร่วมแข่งขันฟุตบอลชายในเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ระหว่าง 19 ก.ย. – 4 ต.ค. ที่ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งในนั้นมีชื่อของ “มิก”ยศกร บูรพา กองหน้าวัย 21 ปีจาก “ฉลามชล”ชลบุรี เอฟซี อยู่ด้วย โดยก่อนหน้านี้ยศกรเพิ่งรับใช้ทีมชาติไทย ชุดใหญ่ ในฟุตบอลอาเซียน คัพ 2026 มาหมาดๆ
อย่างไรก็ตามฟุตบอลไทยลีก 1 จะเริ่มฤดูกาล 2026-27 วันที่ 4 ก.ย. โดยชลบุรีมีโปรแกรมออกไปเยือน “กว่างโซ้งมหาภัย”สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด วันที่ 5 ก.ย. จากนั้นวันที่ 13 ก.ย. จะเปิดบ้านพบ “ม้านิลมังกร”ระยอง เอฟซี ขณะที่ฟุตบอลชายเอเชียนเกมส์ นัดแรกไทยจะพบกับคีร์กีซสถาน วันที่ 16 ก.ย. จากนั้นวันที่ 20 ก.ย. ชลบุรีจะพบกับบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และวันที่ 23 ก.ย. ทีมชาติไทยจะเล่นเอเชียนเกมส์พบกับญี่ปุ่น
จากโปรแกรมดังกล่าวทำให้ยศกรจะต้องเดินทางไป-กลับไทยและญี่ปุ่นอย่างน้อย 3 ครั้งในระยะเวลา 10 โดยวันที่ 13 ก.ย. ช่วยทีมชลบุรีพบระยอง และบินไปญี่ปุ่น วันที่ 14 ก.ย. หลังจบเกมกับคีร์กีซสถาน วันที่ 16 ก.ย. จะบินกลับไทยวันที่ 17 ก.ย. เพื่อช่วยชลบุรีพบบุรีรัมย์ วันที่ 20 ก.ย. โดยวันที่ 21 ก.ย. จะบินไปญี่ปุ่นเพื่อเล่นเอเชียนเกมส์พบกับเจ้าภาพวันที่ 23 ก.ย. จากนั้นจะเข้าสู่ช่วงฟีฟ่าเดย์ที่ไทยลีกจะหยุดพักเบรกให้ทีมชาติไทย ชุดใหญ่ ลงเล่นในศึกฟีฟ่า อาเซียน คัพ 2026
เกี่ยวกับเรื่องนี้ “เลขาหนึ่ง”นายเอกพล พลนาวี เลขาธิการสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เผยว่า ต้องขอบคุณชลบุรี เอฟซี ที่ยอมปล่อย ยศกรให้มาช่วยทีมชาติไทยในเอเชียนเกมส์ โดยเรื่องนี้ “โค้ชวัง”ธวัชชัย ดำรงอ่องตระกูล หัวหน้าผู้ฝึกฟุตบอลชายไทย รุ่นไม่เกิน 23 ปี ยืนยันว่ายศกรคือตัวหลักของทีมมีความจำเป็นต้องใช้งาน แม้ว่าจะรู้ดีว่าเรื่องการเดินทางข้ามประเทศแบบถี่ยิบอาจจะส่งผลกระทบกับเรื่องความฟิตและสภาพร่างกายของนักเตะ
“โค้ชวังยืนยันกับสมาคมฟุตบอลว่ายศกรคือตัวหลักและเป็นผู้เล่นคนสำคัญของทีมชาติไทยในเอเชียนเกมส์ ซึ่งเรื่องนี้เราได้หารือกับชลบุรีแล้ว และชลบุรียินดีที่จะให้ยศกรไปเล่นเอเชียนเกมส์ แต่ทั้งนี้ชลบุรีบอกว่าจำเป็นต้องใช้งานยศกรด้วยเช่นกัน ดังนั้นการต้องบินไป-กลับระหว่างไทยกับญี่ปุ่นในช่วงเอเชียนเกมส์ของยศกรจึงเป็นทางเลือกที่เหมาะสมที่สุด ต้องขอบคุณชลบุรีที่ให้การสนับสนุนทีมชาติไทยอย่างดีเสมอมา”