โค้ชวัง ธวัชชัย ดำรงอ่องตระกูล พร้อมด้วยนักเตะทีมชาติไทยจำนวน 18 คนออกเดินทางไปญี่ปุ่นเข้าร่วมลูกหนังเอเชียน มองไกลถึงมีเหรียญรางวัลติดมือกลับบ้าน
เมื่อ 12 ก.ย. ที่ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ ทีมฟุตบอลชายไทย รุ่นไม่เกิน 23 ปี ออกเดินทางไปเมืองนาโกยา ประเทศญี่ปุ่น เพื่อเข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลชายในมหกรรม เอเชียน เกมส์ ครั้งที่ 20 ที่เมืองนาโกยา ประเทศญี่ปุ่น
การเดินทางครั้งนี้นำโดย โค้ชวัง ธวัชชัย ดำรงอ่องตระกูล หัวหน้าผู้ฝึกสอน พร้อมด้วยนักกีฬาอีก 18 ราย โดยที่เหลือจะตามมาสมทบในภายหลัง
กุนซือทีมช้างศึกวัยหนุ่ม กล่าวว่า “แคมป์ล่าสุดเก็บตัวมาตั้งแต่วันที่ 7 ก.ย. หลังผ่านแมตช์แรกของไทยลีก มีนักกีฬาเข้าแคมป์ทั้งหมด 18 รายด้วยกัน และมีการอุ่นเครื่องกับแบงค็อก U-21 ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีก่อนเดินทาง เราได้อุ่นเครื่อง 1 เกม ได้ดูในเรื่องของความสัมพันธ์ในเกมและแท็กติกต่างๆ ที่คุ้นเคย รวมถึงกฎ กติกาใหม่ ที่จะใช้ในการแข่งขันครั้งนี้ เด็กๆ ทำได้ดี”
“เรามีโครงสร้างหลักอยู่แล้วสำหรับเกมแรก แต่ต้องรอน้องๆ ที่ยังติดภารกิจกับสโมสร เพราะตอนนี้ลีกยังมีการแข่งขันแมตช์ที่ 2 น้องๆ ที่เตะเสร็จในสัปดาห์นี้จะบินตามไปสมทบ ก่อนจะแมตช์แรกวันที่ 16 ก.ย. จะมีการเซ็ตและเช็กสภาพร่างกายของคนที่ตามมาสมทบ ว่ามีความพร้อมมากแค่ไหน”
“คิดว่ากัปตันชุดนี้คงวางไปที่ ชนภัช บัวพันธ์ ที่เคยทำหน้าที่ตรงนี้มาก่อน เป้าหมายในการไปครั้งนี้อยากทำผลงานให้ดีที่สุด ผมเชื่อว่าจะทะลุเข้าไปรอบที่ลึกมากที่สุด ถ้าเราสามารถเข้าไปถึงการนำเหรียญกลับมา ได้บอกน้องๆ แล้วว่าอยากให้น้องทุกคนทำผลงานให้ดีกว่าตอนที่ผมเป็นนักเตะ”
ด้าน ธนกฤต โชติเมืองปัก กล่าวว่า “การเตรียมทีมตอนนี้ทุกคนพร้อมที่จะเล่นรายการนี้ เชื่อว่าทุกคนเตรียมพร้อมมาอย่างดีเพื่อเข้ารอบให้ลึกที่สุดในรายการนี้ สำหรับเกมอุ่นเครื่องล่าสุดเป็นเกมที่เราได้ปรับจูนกัน ได้ลองวิธีการเล่นของทีม เป้าหมายในครั้งนี้พวกเราจะทำผลงานให้ดีที่สุด เป้าหมายหวังว่าจะเข้ารอบลึกให้ได้ และสู้กับทีมที่เราจะเจอให้ได้”
ขณะที่ วิชั่น อินอร่าม กล่าวว่า “ผมสนิทกับรุ่นพี่หลายคน ได้เก็บตัวร่วมกันมาหลายแคมป์แล้ว มีความเข้าใจ ความแตกต่างของชุดนี้กับตอนซีเกมส์ คิดว่าไม่ได้แตกต่าง แต่ละคนผ่านกันมาหลายแคมป์แล้ว เป้าหมายอยากพาทีมไปรอบลึกๆ รอบแบ่งกลุ่มทั้ง 3 นัด อยากชนะทุกนัด เก็บให้ได้ 9 แต้ม ฝากแฟนบอลช่วยเชียร์ทีมชาติไทยด้วย”
สำหรับ ทีมชาติไทย อยู่ในกลุ่ม เอ ร่วมกับ ญี่ปุ่น, คีร์กิซสถาน และ ฮ่องกง ซึ่งจะเป็นการแข่งขันแบบพบกันหมด โดยทีมแชมป์กลุ่ม และรองแชมป์กลุ่ม จะผ่านเข้าสู่รอบน็อกเอาต์โดยเกมนัดแรกไทยจะพบกับคีร์กิซสถาน วันที่ 14 ก.ย. ที่โตโยต้า สเตเดียม เวลา 14.00 น.