“มาดามพิม จิ้มแจ่มบ็อกซิ่ง” ส่ง “วันชนะ” ลุยศึกแสนชัย อินเตอร์เนชันแนล คัพ คว้าชัยชนะ ถึงถิ่น กระทิงดุ สเปน สร้างชื่อเสียงวงการมวยไทย นำถ้วยแชมป์กลับมาสู่ประเทศไทยได้สำเร็จ
“มาดามพิม” วิชาดา เดอ สมิท ประธานกรรมการบริหารค่ายมวย จิ้มแจ่มบ็อกซิ่ง และเจ้าของแบรนด์เครื่องดื่มชูกำลัง Knockout นำทัพนักมวยฝีมือดีอย่าง “วันชนะ จิ้มแจ่มบ็อกซิ่ง”
บินลัดฟ้าข้ามทวีป ไปประชันฝีมือ บนเวที ศึกแสนชัย อินเตอร์เนชันแนล คัพ (Saenchai International Cup) ที่เมืองมูร์เซีย ประเทศสเปน และสามารถคว้าชัยชนะกลับมาสู่ประเทศไทยได้สำเร็จ สร้างชื่อเสียงให้วงการมวยไทยและค่ายจิ้มแจ่มบ็อกซิ่งอย่างภาคภูมิใจ

ศึกนี้จัดขึ้นเมื่อวันที่ 12 กันยายน 2569 ที่สนามกีฬา Pabellón Municipal Paco Marín เมืองมูร์เซีย ประเทศสเปน โดยเป็นการนำนักมวยไทยปะทะนักมวยสเปนและยุโรป เพื่อเผยแพร่ศิลปะมวยไทยสู่สายตาชาวโลก และสานต่อเจตนารมณ์ของ แสนชัย ศุภชัย แสนพงษ์ ตำนานนักมวยที่สร้างชื่อเสียงไปทั่วโลก
คู่เอกฝั่งไทยคือ วันชนะ จิ้มแจ่มบ็อกซิ่ง ซึ่งต้องเจอกับคู่ชก เจ้าถิ่นอย่าง เดวิด นักมวยชาวสเปน ที่มีชื่อเสียง และประสบการณ์การแข่งขันในต่างประเทศมากมาย ท่ามกลางเสียงเชียร์ของแฟนมวยท้องถิ่นที่แน่นขนัด
ตลอดการชก วันชนะ แสดงให้เห็นถึงศิลปะการต่อสู้ที่ครบเครื่อง ทั้งหมัด เข่า ศอก และการคลุมตัวที่เหนือกว่า ใช้ความรวดเร็วและความแม่นยำในการอ่านเกม สวนกลับจังหวะที่คู่ต่อสู้เปิดโอกาส แม้จะเจอคู่ชกที่มีประสบการณ์สูง แต่ก็ใช้เทคนิคและประสบการณ์บดบังข้อเสียเปรียบได้อย่างยอดเยี่ยม ยกที่ 3 ใช้จังหวะศอกเข้ากลางหน้าผากคู่ต่อสู้แตก จนกรรมการต้องยุติการชก
“ภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้ส่งนักมวยจากค่ายจิ้มแจ่มบ็อกซิ่ง ออกไปสร้างชื่อเสียงในต่างประเทศ นี่คือโอกาสที่สำคัญ ที่จะแสดงให้โลกเห็นว่า มวยไทยไม่ได้แพ้ใคร และเรายังส่งต่อความมุ่งมั่นตามแนวทางของศึกแสนชัย คัพ ที่ต้องการสร้างนักมวยรุ่นใหม่ให้ยืนได้บนเวทีระดับโลก
จุดมุ่งหมายของจิ้มแจ่มบ็อกซิ่ง ไม่ใช่เพียงแค่การชนะหรือแพ้ แต่คือการสร้างโอกาสให้เยาวชน โดยเฉพาะคนรากหญ้า ได้ใช้กีฬามวยเป็นบันไดสู่ความสำเร็จ ทั้งด้านการศึกษา อาชีพ และการพัฒนตนเอง”มาดามพิมกล่าว
การคว้าชัยชนะครั้งนี้ นับเป็นอีกก้าวสำคัญของ จิ้มแจ่มบ็อกซิ่ง ที่ยืนยันถึงมาตรฐานการฝึกฝนและพัฒนานักมวยของค่าย ที่ไม่เพียงแต่สร้างผลงานในประเทศ แต่ยังส่งออกศิลปะมวยไทยไปทั่วโลก ควบคู่ไปกับธุรกิจอาหาร ภายใต้แบรนด์ “จิ้มแจ่ม” ซอสพริกและเครื่องปรุงรส ที่มีมาตรฐานระดับโลก — สร้างชื่อเสียงทั้งในวงการมวยและอาหารไทย
มาดามพิม ยังย้ำว่า จะยังคงเดินหน้าสานต่อโครงการต่างๆ ทั้งด้านมวยและสังคม ตามแนวทางที่ตั้งใจไว้ คือ “ทุกหมัดคือโอกาส ทุกความพยายามคือก้าวแรกสู่ความสำเร็จ” พร้อมผลักดันนักมวยรุ่นใหม่ให้ได้ไปแสดงฝีมือในเวทีระดับนานาชาติเพิ่มมากขึ้น เพื่อให้มวยไทยยังคงเป็นมรดกและความภาคภูมิใจของคนไทยตลอดไป
