การแข่งขันเซปักตะกร้อ ประเภททีมชุดหญิง รอบชิงชนะเลิศ ที่สนามนาโกยา ซิตี้ มิซูโฮะ ปาร์ก เมืองนาโกย่า จังหวัดไอจิ เมื่อวันที่ 25 กันยายน ตะกร้อหญิงทีมชาติไทย แชมป์ 6 สมัย พบ เกาหลีใต้ รองแชมป์เก่า เล่นกันแบบชนะ 2 ใน 3 ทีม

ทีมเอ ทีมไทย ส่ง “ปุ๊กกี้” นิภาภรณ์ สลุบพล เป็นตัวเสิร์ฟ, “ว่าน” มัสยา ดวงศรี ตัวชง และ “น้ำ” วิไลวรรณ โคตรพรม ตัวทำ ปรากฎว่า ในเซ็ตแรก เกาหลีใต้ มาดี เล่นสู้กับไทยได้อย่างสูสี จนคะแนนมาเสมอกันที่ 13-13 แต่สุดท้ายเป็นไทยที่่เอาชนะไปได้ที่ 15-13 ก่อนจะมาปิดเกมในเซ็ตที่ 2 แบบขาดลอยได้ที่ 15-5 ทำให้ทีมไทยนำก่อน 1-0 ทีม

จากนั้นทีมบี ไทยส่ง “อุ้ม” อติกานต์ คงแก้ว เป็นตัวเสิร์ฟ, “หยาด” แก้วใจ พุ่มสว่างแก้ว เป็นตัวชง และ “ไอ” รัศมี ทองโสด เป็นตัวทำ ปรากฎว่า ในทีมชุดบี ทีมไทยเล่นกันได้อย่างยอดเยี่ยม โดยเฉพาะการฟาดทำคะแนนของ รัศมี ที่หลบบล็อกของเกาหลีใต้ได้หลายครั้ง ก่อนเอาชนะไป 2-0 เซ็ต 15-7 และ 15-6

ส่งผลให้ตะกร้อหญิงไทย ชนะเกาหลีใต้ไป 2-0 ทีม คว้าเหรียญทองเอเชียนเกมส์ ประเภทชุดทีมหญิง เป็นสมัยที่ 7 และเป็นสมัยที่ 5 ติดต่อกัน ทั้งยังเป็นเหรียญทองที่ 6 ของทัพไทยในเอเชียนเกมส์ ครั้งนี้ ส่วนเกาหลีใต้ได้เหรีญเงิน ขณะที่เหรียญทองแดงเป็นอินโดนีเซีย

หลังการแข่งขัน อติกานต์ คงแก้ว กล่าวว่า ดีใจมากๆ ตะกร้อเป็นความหวังคนไทย พวกหนูทำดีสุดแล้ว ภูมิใจ มาก ส่วนคู่แข่ง เกาหลีใต้ ในช่วง 1-2 ปีนี้ พัฒนาขึ้นมาก จากเคยแต้มขาด เริ่มสูสีแล้ว ส่วนตัวนี้คือเอเชียนเกมส์ ครั้งแรกด้วย

พร้อมกันนี้ อติกานต์ ยังพูดเป็นภาษาใต้ว่า ขอเป็นตัวแทนเด็กใต้ ตนเองสามารถมาเป็นทีมชาติได้ อยากให้น้องๆ เด็กใต้ พยายาม อยากผลักดันน้องๆ ก้าวสู่ทีมชาติ

ด้าน นิภาพร สลุบพล กล่าวว่า คู่แข่งพยายามเล่นประคอง เลยเสียน้อย แรกๆ จับทางไม่ได้ เลยสลับแต้มกัน สุดท้ายผ่านมาได้ ปิดได้ 2-0 ก็โอเค แก้เกมด้วยการเสิร์ฟ และบุกกว่า ขอบคุณทุกฝ่ายเป็นกำลังใจให้สู้ ทุกแต้มที่ทำ สู้ทุกแต้ม ทำเต็มที่มากๆ

ส่วน แก้วใจ พุ่มสว่างแก้ว วัย 37 ปี กล่าวว่า เป็นเหรียญทองที่ 5 ของตัวเอง จากเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 5 ที่เล่นอยู่ได้ เพราะมีระเบียบวินัยตัวเอง ขยันมุ่งมั่น ดูแลตัวเองดีๆ

ขณะที่ วิไลวรรณ โคตรพรม กล่าวว่า ตื่นเต้น ดีใจ เอเชียนเกมส์แรก ปีที่แล้วเล่นซีเกมส์ ปีนี้ก็ติดเอเชียนเกมส์เลย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน