วันนี้(5 ต.ค.69) เมื่อช่วงเช้ามืดเวลาประมาณ 05.00 น.ที่ผ่านมา ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิเต็มไปด้วยบรรยากาศอันอบอุ่น และคึกคัก เมื่อ “เพชรโกศล กรีนซึดะ” แชมป์โลก IBF รุ่นจูเนียร์ฟลายเวต (108 ปอนด์) พร้อมด้วย “ภูมิ หมาป่าคันไซ” เทรนเนอร์คู่ใจ เดินทางกลับถึงประเทศไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังจากสร้างผลงานกระหึ่มแดนปลาดิบ ด้วยการไล่ถลุงเอาชนะน็อก มาร์ค วินเซเลซ ผู้ท้าชิงชาวฟิลิปปินส์ในยกที่ 2 ป้องกันตำแหน่งแชมป์โลกครั้งที่ 2 ไว้ได้อย่างงดงาม เมื่อวันที่ 26 กันยายนที่ผ่านมา โดยมี ศิริมงคล สิงห์มนัสศักดิ์ อดีตแชมป์โลกคนที่ 23 ของไทย พร้อมด้วยพี่น้องชาววงการมวยเดินทางมารอต้อนรับ และมอบดอกไม้แสดงความยินดีอย่างอบอุ่น
เพชรโกศล กรีนซึดะ เปิดเผยถึงการป้องกันแชมป์ไฟต์นี้ว่า ได้เตรียมตัวฝึกซ้อมมาอย่างหนักหน่วง และยอมรับว่าเกินความคาดหมายที่จะสามารถปิดเกมคู่ต่อสู้ได้รวดเร็วตั้งแต่ยกที่ 2 แต่เมื่อมีโอกาสจึงต้องรีบคว้าไว้ทันที ส่วนเป้าหมายในไฟต์ต่อไปขอมอบหมายให้ทาง “ภูมิ หมาป่าคันไซ” เป็นผู้ดูแลและประสานงาน ซึ่งตนเองมีความพร้อมเสมอและขอฝากแฟนมวยชาวไทยช่วยติดตามเชียร์ต่อไป
ด้าน “ภูมิ หมาป่าคันไซ” ออกมาเคลียร์กระแสข่าวลือเรื่องการเปิดศึกสายเลือดกับนักมวยไทยด้วยกันอย่างเด็ดขาด โดยยืนยันว่าข่าวที่จะให้ชกกับ “ธนันท์ชัย จรูญภักดิ์” หรือแม้แต่กรณีข่าวกับ “น็อคเอาท์ ซีพีเฟรชมาร์ท” ไม่มีทางเกิดขึ้นอย่างแน่นอน (1 ล้านเปอร์เซ็นต์) เนื่องจากนักมวยทุกคนเปรียบเสมือนน้องชายและร่วมซ้อมกันมา การนำคนไทยมาต่อยกันเองเป็นเรื่องไร้สาระ ควรมุ่งเน้นสร้างให้นักมวยไทยเก่งกาจเพื่อไปสู้กับนักชกต่างชาติจะดีกว่า
สำหรับแนวทางในไฟต์ป้องกันแชมป์ครั้งต่อไป เปิดกว้างได้หลายทาง ทั้งการขึ้นชกไฟต์ล้มแชมป์, การเผชิญหน้ากับผู้ท้าชิงอันดับ 1 ชาวฟิลิปปินส์อย่าง “เรจี้ ซูกาน็อบ” (Regie Suganob), การชกกับนักชกญี่ปุ่น หรือการผลักดันให้มีการจัดไฟต์บังคับขึ้นในประเทศไทย หากมีโปรโมเตอร์หรือผู้สนใจสนับสนุน
ทั้งนี้ ในช่วงถัดไป “เพชรโกศล” มีกำหนดการเดินสายเข้าพบเพื่อขอบคุณผู้สนับสนุน รวมถึงขอบคุณทาง Monomax ที่ทำหน้าที่ถ่ายทอดสดการแข่งขันให้แฟนชาวไทยและครอบครัวได้รับชมการป้องกันแชมป์แบบติดขอบจอเป็นครั้งแรก



