ฮัดสัน หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย เผยนักเตะที่มีความมั่นใจที่สุดในการดวลจุดโทษกับอิเหนา – ย้ำยึดทีมชุดนี้ลุยเอเชียนคัพ รอบสุดท้ายที่ซาอุดีอาระเบีย
เมื่อวันที่ 6 ต.ค. ที่ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ ฟุตบอลชายทีมชาติไทยชุดใหญ่ เดินทางกลับถึงประเทศไทย หลังเสร็จภารกิจการแข่งขันฟุตบอล FIFA ASEAN CUP 2026 ที่ประเทศอินโดนีเซีย ที่ทีมชาติไทยจบด้วยการเป็นรองแชมป์ โดยรอบชิงชนะเลิศ 120 นาที เสมอกับ อินโดนีเซีย ในเวลา ก่อนจะพ่ายจุดโทษ สกอร์รวม 2-4
หลังเดินทางถึง แอนโธนี ฮัดสัน หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย กล่าวว่า “ต้องบอกก่อนว่า ตลอดทั้งเกมในเรื่องของการเปลี่ยนตัวผู้เล่นทั้ง 6 คนเนี่ย ไม่มีการเปลี่ยนตัวที่เป็นในเชิงแท็กติกเลย เป็นการเปลี่ยนตัวตามหน้างานเพราะว่ามีผู้เล่นที่มีอาการบาดเจ็บ มีอาการตะคริว มันก็เป็นพื้นฐานมาจาก ในเรื่องของสภาพร่างกายแต่ละคน แต่สุดท้ายทุกคนก็ยื้อมาจนถึงนาทีที่ 120 แล้วก็ เราเหลือแค่ 10 คนด้วยในในช่วงนั้น”
“แล้วพอถึงจุดนั้นน่ะ อย่างที่บอกคือ สภาพร่างกาย เรื่องอารมณ์อะไรต่างๆ สิ่งที่มันสำคัญที่สุดโดยเฉพาะในเรื่องของการที่จะเลือกใครสักคนไปยิงจุดโทษเนี่ย โดยเฉพาะในนัดที่มันชี้ชะตา ก็เน้นเลือกผู้เล่นที่รู้สึกว่าตอนนั้นมีความมั่นใจมากที่สุด ที่พร้อมจะออกไปยิง เพราะว่าเอาจริงๆ ตอนนั้นก็มีบางคนที่รู้สึกว่าไม่พร้อมเหมือนกันที่จะออกไปยิง เราก็เลยเน้นเลือกคนที่รู้สึกว่า ตอนนั้นมั่นใจที่สุด”
“การเลือกนักเตะ ตั้งแต่เข้ามาทำงาน ในครั้งแรกคือในช่วงพฤศจิกายนปีก่อน จนถึงก่อนที่จะเข้าแคมป์นี้เนี่ย ระหว่างก่อนหน้านี้คือเป็นการเลือกผู้เล่นที่ ใช้คำว่าไม่ได้ตัวที่ดีที่สุดเลย เป็นการเลือกนักเตะ เรียกได้ว่าแต่ละคนก็มากหน้าหลายตาและมีความแตกต่างค่อนข้างเยอะนะครับในแต่ละชุดต่างๆ ซึ่ง เอาจริงๆ กลุ่มนักเตะจริงๆ ที่รู้สึกว่าเป็นแกนกลางหลักที่เราจะต่อยอดและพัฒนาไปให้มันแข็งแกร่งมากขึ้นเนี่ย มันแทบจะเริ่มจากแคมป์นี้ด้วยซ้ำ ซึ่งโอเค แน่นอนว่าก่อนหน้านี้ มันก็อาจจะมีหลายแคมป์ แต่ว่าพอมีผู้เล่นที่มีการเปลี่ยนแปลงเยอะ ในเรื่องของ การพัฒนาอะไรต่างๆ ในเรื่องของ การวางแผนหรือแนวทางเนี่ย มันก็จะเปลี่ยนตลอดในทุกๆ แคมป์ อันนี้ก็อยากจะให้หลายๆ คนรับทราบแล้วก็เข้าใจในข้อมูลตรงนี้ด้วย แน่นอนว่าหลังจากนี้ เราก็จะพยายามยึดขุมกำลังชุดนี้ เป็นแกนกลางหลัก แล้วก็จะพยายามพัฒนาแล้วก็ทำให้มันแข็งแกร่งขึ้นในรายการต่อๆ ไป จนถึงในรายการหลักที่เราตั้งเป้าไว้คือ ในเอเชียน คัพ”
“ส่วนตัวอยากจะยึดทีมชุดนี้ เป็นแกนกลางหลักในการพัฒนาต่อไปเรื่อยๆ แน่นอนว่าก่อนถึงเอเชียนคัพ มันก็เป็นคิงส์คัพอยู่แล้ว ก็เอาจริงๆ ก็ ในกลุ่มนักเตะกลุ่มนี้ มันก็ค่อนข้างที่จะครบถ้วนแล้ว แต่ก็อาจจะขาดแค่ตัวหลักแค่ 4-5 คน อย่างเช่น ธีราทร บุญมาทัน, ธนวัฒน์ ซึ้งจิตถาวร รวมถึง โจนาธาร เข็มดี และยังมี เยาวชนอีกหลายๆ คนที่สามารถดันขึ้นมาได้ อย่างเช่น ยศกร บูรพา ที่ยังไม่ได้เข้ามาอยู่ในทีมชุดนี้นะครับ ซึ่งเอาจริงๆ ก็ คาดว่า จะมีขาดอยู่แค่ 4-5-6 คน แต่ว่าในแกนกลางหลัก มันก็จะไม่ได้เปลี่ยนไปประมาณนี้ครับ จนถึงคิงส์คัพ จนไปถึงเอเชียนคัพ”
ด้าน สารัช อยู่เย็น กองกลางทีมชาติไทย กล่าวว่า “ผมคิดว่าสำหรับรายการนี้ แต่ละชาติก็เอาชุดที่ดีที่สุดมาครับ ก็หนึ่งคือมีความเข้มข้นมากกว่า ตอนที่เราเล่นในอาเซียน คัพ แล้วก็เป็นอีกรายการหนึ่งที่รู้สึกว่าเราได้ประโยชน์กับฟุตบอลด้วย แล้วแต่ละทีมก็เน้นความเข้มข้นเล่นฟุตบอลในระดับที่สูง ของแต่ละทีมครับ ทั้งเรื่องเทคนิค เห็นได้จากนัดชิงชนะเลิศ มันมีสถานการณ์ที่มันเปลี่ยนไปค่อนข้างเยอะใน 90 นาที ใน 120 นาที ซึ่งตรงนี้มันก็เป็นเสน่ห์ของ ฟุตบอล แล้วก็เป็นรายการที่มีความเข้มข้นครับ”
“เราอาจจะเสียเปรียบเรื่องร่างกายนิดนึง แต่ว่าเราก็ใช้ระบบวิธีการ แล้วก็การวางแผน การเตรียมตัวของโค้ชที่วางแผนมาในเกมรอบชิงชนะเลิศ มันก็ตอบโจทย์กับเกม นัดเมื่อวาน แล้วก็แต่ละคน น้องๆ ทุกคน เพื่อนร่วมทีมทุกคนก็ทำผลงานออกมาได้ดีครับ แล้วก็ทำในหน้าที่ของตัวเองได้ดีที่สุด”
“ถ้ามีโอกาส โค้ชเรียกก็พร้อมรับใช้ชาติเสมออยู่แล้ว และก็จะทำเต็มที่ คิดว่าในคิงส์คัพ มันก็เป็นโอกาสที่ดีที่เราจะได้คว้าถ้วยในบ้านของเราด้วยนะครับ แล้วก็เราผิดหวังมา 2 ครั้งแล้วก่อนหน้านี้ ทั้ง AFF ทั้งซีเกมส์ ตรงนี้ก็เป็นโอกาสที่ดีที่เราจะคว้าแชมป์ในบ้าน มันยังมีเวลาอีกระยะหนึ่ง เราไม่ได้มีผู้เล่นแค่นี้ ยังมีทั้งพี่อุ้ม มีทั้งกันต์ มีทั้งโจที่บาดเจ็บไป แล้วก็อีกหลายๆ คนนะครับที่มีฟอร์มการเล่นที่ดี อย่างเตอร์ หรือว่า หรือว่าเจเองก็ดีครับ เออ คือทุกคนอยู่ในฟอร์มการเล่นที่ดี ก็อยู่ที่ว่าโค้ชจะมีแท็กติก แล้วก็มีการใช้ผู้เล่นแบบไหนนะครับ ซึ่งทุกคนจะมีโอกาสเปิดกว้างสำหรับตรงนี้เต็มไปหมดเลย ก็คิดว่าพอถึงทัวร์นาเมนต์จริง เราจะได้ผู้เล่นที่ดีที่สุดครับ แล้วก็มีความพร้อมที่จะเล่นในเอเชียนคัพครับผม”
หลังจากนี้ ทางสตาฟโค้ชฟุตบอลชายทีมชาติไทย จะมีการสรุปผลงานและวางแผนสำหรับทัวร์นาเมนต์ต่อไป ในฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์ คัพ ครั้งที่ 52 ที่จังหวัดศรีสะเกษ ในช่วงฟีฟ่า เดย์ เดือนพฤศจิกายน 2569 ต่อไป