สามโปรไทย อย่าง สดมภ์ แก้วกาญจนา, อิทธิพัทธ์ บูรณธัญรัตน์ และนพรัฐ พานิชผล ขยับขึ้นมารั้งที่ 6 ร่วม หลังผ่านครึ่งทางกอล์ฟ เอสเจเอ็ม มาเก๊า โอเพ่น
โดยเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา เป็นการแข่งขันรอบ 2 หลังผ่านครึ่งทางกอล์ฟ เอสเจเอ็ม มาเก๊า โอเพ่น ที่สนามมาเก๊า กอล์ฟ แอนด์ คันทรี คลับ พาร์ 70 เขตบริหารพิเศษมาเก๊าแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน

เอเชียน ทัวร์ ร่วมกับ สำนักงานกีฬาเขตบริหารพิเศษมาเก๊าแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน, เอสเจเอ็ม รีสอร์ท เอส.เอ. ผู้สนับสนุนหลัก, สมาคมกอล์ฟมาเก๊า และไอเอ็มจี จัดการแข่งขันกอล์ฟรายการ เอสเจเอ็ม มาเก๊า โอเพ่น ชิงเงินรางวัลรวม 1 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 33 ล้านบาท ระหว่างวันที่ 15-18 ตุลาคมนี้ ที่สนามมาเก๊า กอล์ฟ แอนด์ คันทรี คลับ ระยะ 6,713 หลา พาร์ 70 ในเขตบริหารพิเศษมาเก๊าแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน มีนักกอล์ฟฝีมือดี 144 คน 27 ประเทศลงชิงชัย ซึ่งเป็นผู้เล่นชาวไทย 26 คน โดยแชมป์จะได้รับเงินรางวัล 180,000 เหรียญสหรัฐ หรือราว 6 ล้านบาท
ผ่านครึ่งทางของการแข่งขันปรากฎว่า โปรเพชร-สดมภ์ แก้วกาญจนา เจ้าของเหรียญทองแดงบุคคล เอเชียน เกมส์ ที่ญี่ปุ่น หวดเพิ่มอีก 3 อันเดอร์พาร์ 67 จากการทำ 4 เบอร์ดี้ติดที่หลุม 6-9 มาเสียโบกี้เดียวที่หลุม 13 สกอร์รวมสองวัน 7 อันเดอร์พาร์ 133 อยู่ในกลุ่มอันดับ 6 ร่วมกับ อิทธิพัทธ์ บูรณธัญรัตน์ และนพรัฐ พานิชผล ที่ตีเข้ามาคนละ 4 อันเดอร์พาร์ 66 ตามหลัง อิม ซองแจ โปรจอมแกร่งชาวเกาหลีใต้ 6 สโตรค

สดมภ์ แก้วกาญจนา เจ้าของแชมป์เอเชียน ทัวร์ 3 รายการ วัย 28 ปี เผยหลังเกมว่า “วันนี้เล่นเหมือนเมื่อวาน เพียงแต่ลมแรง ออกไปช่วงแรกๆ ทำเบอร์ดี้ไม่ได้เลย มาได้สี่เบอร์ดี้ติดตั้งแต่หลุม 6 ทำให้เกมลื่นไหล สองวันที่เหลือก็จะเล่นตามเดิม ลมก็น่าจะเป็นอุปสรรคสำคัญ ซึ่งก็ต้องไปดูหน้างานกันอีกทีว่าจะต้องปรับแผนอย่างไร”
ขณะที่ อิม ซองแจ เจ้าของสองแชมป์พีจีเอทัวร์จากเกาหลีใต้ รักษาฟอร์มแรงหวดได้อีก 7 อันเดอร์พาร์ 63 ยึดตำแหน่งผู้นำต่อเป็นวันที่สองด้วยสกอร์รวม 13 อันเดอร์พาร์ 127 แบบที่ไม่เสียโบกี้เลยตลอดการเล่นทั้งสองรอบ โดยมี ออสติน ทรัสโลว์ จากสหรัฐฯ และหวัง เหว่ยซวน จากไชนีสไทเป ตามหลัง 3 สโตรค ที่สกอร์รวม 10 อันเดอร์พาร์ 130 เจ้าตัวกล่าวว่า “ผมเล่นได้ดีทั้งสองรอบ โดยเมื่อวานทำ 6 อันเดอร์ และวันนี้ได้อีก 7 อันเดอร์ ตลอดสองวันที่ผ่านมาผมไม่เสียโบกี้เลย ซึ่งผมพอใจกับฟอร์มการเล่นของตัวเองมาก สนามนี้เรื่องกระแสลมจะเป็นปัจจัยสำคัญมากสำหรับผม ถ้าลมแรง ผมก็จะเลือกเล่นแบบเซฟมากขึ้น แต่ถ้าลมไม่แรง ผมก็จะพยายามบุกมากขึ้น”
ทางด้าน ปวิธ ตั้งกมลประเสริฐ อดีตแชมป์รายการนี้เมื่อปี 2016 และเฮนริก สเตนสัน โปรจอมเก๋าชาวสวีดิช เก็บเพิ่มอีกคนละ 1 อันเดอร์พาร์ 70 รวมสองวันมี 6 อันเดอร์พาร์ 134 เท่ากับ ศรุต วงค์ชัยสิทธิ์ และ ธนภัทร พิชัยกุล ทั้งสี่อยู่ในกลุ่มอันดับ 14 ร่วม
ส่วนสองดาวดังของโลกอย่าง พอล เคซีย์ อดีตมือ 3 ของโลกจากอังกฤษ เครื่องร้อนหวด 4 อันเดอร์พาร์ 66 รั้งอันดับ 36 ร่วมด้วยสกอร์รวม 3 อันเดอร์พาร์ 137 ขณะที่ ปีเตอร์ ยูไลน์ ผู้เล่นจากลิฟกอล์ฟชาวอเมริกัน ทำเพิ่ม 1 อันเดอร์พาร์ 69 สกอร์รวมอีเวนพาร์ 140 ไม่ผ่านเข้ารอบ โดยหลังจบรอบสองทัวร์นาเมนท์ตัดตัวผู้เล่นที่สกอร์รวม 1 อันเดอร์พาร์ 139 มีนักกอล์ฟไทยผ่านเข้าไปเล่นสองวันสุดท้ายได้ 17 คน