ธนัชชา สุขสด นักวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย โพสต์ร่ายยาวหลังโดนเกรียนลูกยางตามแซะพาสโมสรคว้าแชมป์เกาหลีใต้ แต่ไม่รับใช้ทีมชาติ

ธนัชชา สุขสด ลูกยางสาวทีมชาติไทย เพิ่งพาทีม GS Caltex Seoul คว้าแชมป์ KOVO Cup สมัยที่ 7 ได้ออกมาชี้แจงผ่านไอจีส่วนตัว thanacha.momay แบบหมดเปลือกถึงเหตุผลที่ไม่เล่นและติดทีมชาติ หลังจากมีหลายๆ แหล่งนำไปพูดบิดเบือน

เพื่อนร่วมทีมของหนูทุกคน ยินดีด้วยนะคะ ทุกคนเก่งมากๆ สาวๆ ของหนูเก่งมาก เก่งที่สุดเลย พวกเธอทำได้แล้ว เส้นทางที่ผ่านมาเป็นกระบวนการที่ยาวนานมาก แต่ในที่สุดวันนี้ก็มาถึงจนได้ โคตรจะเจ๋งเลยค่ะ หนูเสียใจที่ไม่ได้อยู่ตรงนั้น เห็นรอยยิ้มของทุกคนในวันนั้น แต่หนูขอแสดงความยินดีกับสาวๆ จากใจจริงนะคะ”

“การออกมาชี้แจ้งครั้งนี้ไม่ได้มีจุดประสงค์เพื่ออธิบายให้ทกคนเข้าใจในตัวหนู ไม่ได้ต้องการให้ใครสงสารหรือเห็นใจ และไม่ได้ออกมาเพื่อต่อสู้หรือสร้างปัญหาหรือดราม่ากับใครค่ะ”

“ทำไมไม่ได้เข้าร่วมทีมชาติไทยในปีที่ผ่านมา? หลายๆ คนคงทราบจากข่าวและการให้สัมภาษณ์ของหัวหน้าผู้ฝึกสอนว่าหนูขอพักเพราะมีอาการเหนื่อยล้าจากการเล่นลีก”

“หนูขอให้พื้นี่ตรงนี้ยืนยันว่าเหตุผลที่หนูแจ้งกับทีมไม่ได้เป็นไปตามข้อความที่ปรากฏในข่าวค่ะ หนูได้คุยกับผู้จัดการทีมชาติ (พี่กิ๊ฟ วิลาวัลย์ อภิญญาพงษ์) และอธิบายเหตุผลในการไม่เข้าร่วมทีมชาติไปว่า หนูไม่สามารถเข้าร่วมในเกมที่หนูรู้สึกว่าไม่แฟร์ได้ค่ะ ถ้าวันนี้ทีมชาติไม่ใช่พื้นที่ที่หนูรู้สึกว่าความสามารถและความทุ่มเทได้รับการพิจารณาอย่างเป็นธรรม หนูก็ไม่สามารถฝืนทำร้ายจิตใจตัวเองเพื่อความฝันของหนูต่อไปได้อีกแล้ว มันเกินขีดจำกัดที่หนูจะรับมือไหวทางด้านจิตใจ”

“หนูไม่ได้ไม่อยากทำค่ะ ตั้งแต่เติบโตมา หนูแทบจะมีความฝันอยู่เพียงอย่างเดียวคือการได้เป็นนักกีฬาทีมชาติไทย การได้เล่นให้ประเทศของตัวเองเป็นหนึ่งในสิ่งที่ดีที่สุดในชีวิต และไม่มีเหตุการณ์ใดที่จะเปลี่ยนแปลงความรักที่หนูมีต่อการเล่นให้ประเทศได้”

“หนูได้พบกับผู้คนมากมายได้รับโอกาสมากมายและสร้างความทรงจำมากมายจากวอลเลย์บอลทีมชาติไทย หนูรักการเล่นให้ประเทศของหนู และหนูรักวอลเลย์บอลมากจริงๆ”

“วัวนนี้หนูต้องหยุด ไม่ใช่เพราะหนูไม่อยากทำอีกต่อไป แต่เพราะหนูรู้สึกว่าตัวเองไปต่อไม่ไหวแล้วจริงๆ ใจของหนูไม่ไหวอีกแล้วคะ หนูเผชิญกับสภาวะทางจิตใจที่ยากลำบากมาก ในช่วงปลายปีที่ผ่านมา และนี่คือเหตุผลสำคัญที่หนูตัดสินใจแบบนั้นค่ะ”

“ทำไมถึงเกิดปัญหาด้านสุขภาพจิตใจ? ความรู้สึกนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงชั่วข้ามคืน แต่มันสะสมมาตลอดช่วงเวลาที่อยู่กับทีมชาติในปีที่ผ่านมา ทุกคนทราบถึงความกดดันที่นักกีฬาต้องเผชิย แต่สิ่งที่หลายคนอาจไม่ทราบคือความเครียดและความกดดันจากการต้องรับผิดชอบหน้าที่เพื่อประเทศชาติ รวมถึงการต้องรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น ส่งผลกระทบต่อจิตใจของหนูมากเพียงใด”

“ช่วงเวลาเดียวกัน หนูยังต้องเผชิญการสูญเสียครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิตนั่นคือการจากไปของคุณยายผู้เป็นที่รักของหนู ตั้งแต่จำความได้คุณยายคือมนุษย์คนแรกๆ ที่หนูมีความทรงจำด้วย ยายเลี้ยงหนูมาตั้งแต่เด็ก เราผูกพันกันมาก และหนูก็เป็นหลานสาวคนโปรดของนาย ความรักที่ยายมอบให้หนูนั้นมหาศาล มันทำให้หนูรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนสำคัญ เป็นคนที่มีคุณค่า และเป็นที่รักของใครสักคนบนโลกใบนี้”

“คุณยายจากไปในช่วงที่หนูกำลังปฏิบัติภารกิจเพื่อประเทศชาติในการแข่งขันกระชับมิตรระหว่างไทยกับเกาลีหลีใต้ ตั้งแต่วันที่เดินทางไปถึง หนูต้องแบกรับความเสียใจอย่างหนัก เมื่อทางบ้านโทรมาแจ้งข่าว หนูทำได้เพียงรับรู้ถึงการสูญเสียครั้งนั้น ทั้งที่ในใจแททบจะรับไม่ไหวแล้ว แต่หนูตัดสินใจด้วยตัวเองว่าจะอยู่ทำหน้าที่ให้เสร็จสิ้นด้วยเหตุผลนี้”

“1.หนูเชื่อว่ายาคงอยากเห็นหลานคนเก่งของยายอดทนทำหน้าที่ให้ดีที่สุดจสถึงวินาทีสุดท้าย หนูอยากให้ยายภูมิจว่ายายเลี้ยงหลานคนนี้มาได้ดีแค่ไหน”

“2. ในตอนนั้นหนูได้รับโอกาสให้เป็นกัปตันทีม แม้ว่าจะเป็ฯการแข่งขันกระชับมิตร แต่การได้รับเกียรติให้ทำหน้าที่นี้ก็มีความหมายต่อชีวิตหนูมาก หนูจังอยากทำหน้าที่ตรงนั้นให้ดีที่สุด”

“3.ในเวลานั้น หนูเป็นนักกีฬาคนเดียวที่เล่นอยู่ในลีกเกาหลีใต้ หนูทราบดีว่าหากหนูเดินทางกลับก่อนกำหนด อาจส่งผลกระทบต่อการจัดการและงานที่ทุกคนพยายามเตรียมกันมาอย่างดี หนูจึงเลือกเก็บเรื่องนี้ไว้เพื่อจะได้ทำหน้าที่ต่อไปได้โดยไม่ให้ใครต้องมากังวลหรือสงสารหนู โดยมีเพียงหนูกับรูมเมตรอย่างพี่เตย (หัตถยา บำรุงสุข)ที่ทราบเรื่อง ต้องขอบคุณพี่เตยมากๆ นะคะที่คอยอยู่ข้างๆ และรองรับความรู้สึกของหนูในช่วงเวลานั้น”

“สิ่งที่หนูทำได้คือออกไปปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ แล้วกลับเข้าห้องมร้องไห้อยู่แบบนั้นจนถึงวันสุดท้าย หนูจึงแจ้งกับหัวหน้าผู้ฝึกสอนว่ามีเหตุการณ์การสูบเสียเกิดขึ้นและหนูจำเป็นต้องเดินทางกลับก่อนกำหนด หลังจากนั้นหนู็ทำหน้าที่กับทีมชาติต่อจนจบช่วงเวลาแข่งันแล้วแยกย้ายกลับไปเล่นลีกของตัวเอง”

“หนูเริ่มต้นฤดูกาลใหม่ได้ค่อนข้างดี ทีมของหนูทำผลงานได้ดีและอยู่ในอันดับต้นๆ ของตารางมาโดยตลอดในช่วงก่อนการแข่งขันซีเกมส์ จนกระทั่งฝันร้ายของหนูเริ่มต้นขึ้น”

“ช่วงหลายเดือนตุลาคมหนูได้รับโทรศัพท์จากผู้จัดการทีมชาติไทย (พี่กิ๊ฟ) เพื่อแจ้งว่า ซีเกมส์ไม่ต้องกลับมานะ หัวหน้าผู้ฝึกสอนจะใช้เด็กเล่น หนู่ตอบกลับไปได้เพียงคำว่า ค่ะ ถ้าจะให้ทุกคนเข้าใจความรู้สึกของหนูในตอนนั้น หนูเสียใจมากจริงๆ ค่ะ”

“ตลอดเวลาที่ผ่านมา หนูทุ่มเทให้กับการเล่นเพื่อประเทศชาติ สละเวลาในชีวิตส่วนตัว และพยายามทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุดมาโดยตลอด หนูจึงรู้สึกว่าตัวเองสมควรได้รับการสื่อสารที่ชัดเจนและตรงไปตรงมาจากหัวหน้าผู้ฝึกสอนโดยตรงทั้งในเรื่องการตัดสินใจและเหตุผลเบื้องหลัง หนูมีคำถามมากมายที่อยากถาม แต่คนที่โทรมาแจ้งไม่ใช่คนที่มีอำนาจตัดสินใจเรื่องนี้ หนูจึงไม่ได้ถามอะไรออกไปในวันนั้น”

“คำถามเหล่านั้นยังคงอยู่ในใจหนูจนถึงวันนี้ค่ะ 1.ทำไมคุณถึงตัดสินใจแบบนั้นคะ? 2.หนูไม่เด็กตรงไหนคะ? ตอนที่คุณตัดสินใจว่าจะใช้ผู้เล่นอายุน้อย หนูอายุเพียง 25 ปีเองค่ะ 3.หากเหตุผลคือการต้องการใช้ผู้เล่นอายุน้อยเหตุใดรายชื่อผู้เล่น 14 คนที่ได้รับเลือกจึงมีผู้เล่นที่อายุน้อยกว่าหนูเพียง 4 ปี”

“4.หนูไม่สมควรได้รับโอกาสลงเล่นต่อหน้าครอบครัวของตัวเอง ในการแข่งขันซ๊เกมส์ที่จัดขึ้นในประเทศไทยบ้างเหรือคะ? 5.หนูไม่สมควรได้รับโอกาสเป็นส่วนหนึ่งของการแข่งขันที่อาจเป็นรางวัลแห่งความทุ่มเทและสร้างความอดทนี่ผ่านมาบ้างเลยหรือคะ? 6.แล้วที่ตอนต้นปีหนูอดทนทำหน้าที่ในวันที่คนที่หนูรักมากที่สุดจากไป คุณไม่คุณค่าความอดทนของหนูเลยหรอคะ”

“ใช่ค่ะ ซีเกมส์อาจไม่ใช่การแข่งขันระดับโลกที่ยิ่งใหญ่ที่สุด และอาจไม่ใช่การแข่งชันที่สำคัญที่สุดในเสร้างทางอาชีพของนักกีฬาทุกคน แต่สำหรับหนูซีเกมส์มีความหมายมากกว่าการแข่งขันรายการหนึ่ง มันคือการแข่งขันแห่งเกียรติยศ เป็นโอกาสที่นักกีฬาหลายคนรอคอย เป็นช่วงเวลาที่เราหวังว่าจะได้เห็นผลตอบแทนจากความทุ่มเทและความอดทนตลอดช่วงเวลาที่รับใช้ทีมชาติ เพราะทุกคนต่างทราบดีว่า ผลตอบแทนทางการเงินจากการทำหน้าที่ในทีมชาตินั้นไม่ได้มากมายอะไรนัก หนูเองก็รอคอยโอกาสแบบนี้เช่นกันไ

“แต่สุดท้ายแล้วสิ่งที่กระทบจิตใจหนูมากที่สุดไม่ใช่เรื่องเงินหรือรางวัลค่ะ หากเป็นความรู้สึกว่าตัวเองถูกตัดออกจากทีมโดยที่หนูมองว่าการตัดสินใจนั้นไม่เป็นธรรม และหนูไม่ได้รับคำอธิบายที่ชัดเจน หนูตั้งใจ ทุ่มเท และอุทิศตัวเองให้กับประเทศชาติ แม้กระทั่งในวันที่หนูต้องสูญเสียคนที่รักที่สุดคนหนึ่งในชีวิต หนูก็ยังเลือกที่จะทำหน้าที่ของตัวเองต่อไป”

“การต้องมาเผชิญกับเหตุการณ์นี้ในเวลาต่อมาจึงส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตของหนูโดยตรงและรุนแรงกว่าที่หลายคนอาจเข้าใจ หนูเผชิญกับความผิดวหังอย่างหนัก มีอาการวิตกกังวล นอนไม่หลับ เศร้าเสียใจ และเมื่อสภาพจิตใจไม่พร้อม ร่างกายก็ได้รับผลกระทบตามไปด้วย หนูได้รับบาดเจ็บที่ข้อเท้าถึง 2 ครั้งในช่วงที่การพักผ่อนของหนูไม่เพียงพอ”

“ในฐานะนักกีฬาอาชีพหนูรู้ดีว่าการดูแลร่างกายสำคัญแค่ไหน แต่เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้หนูได้เรียนรู้ว่า การดูแลจิตใจของตัวเองก็สำคัญไม่แพ้กัน เพราะบาดแผลทางใจอาจไม่มีร่องรยอให้มองเห็น แต่ไม่ได้หมายความว่ามันจะไเจ็บปวด และบางครั้งมันก็ยากที่จะอธบายออกมาเป็นคำพูจริงๆ ค่ะ”

“หนูต่อสู้กับความรู้สึกเหล่านี้มาอย่างเงียบๆ มาโดยตลอด และนี่ก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่หนูไม่ได้ออกมาพูดเรื่องนี้ตั้งแต่แรก วันนี้หนูดีขึ้นมากแล้วค่ะ”

“หนูอยากขอบคุณทุกคนที่อยู่ข้างๆ หนู แม้ว่าหลายคนจะไม่ทราบรายละเอียดของเรื่องราวทั้งหมด แต่ก็ยังคอยส่งกำลังใจและมอบควาใมรักให้หนูอยู่เสมอ ขอบคุณจากใจจริงนะคะ”

“ขอบคุณครอบครัว เพื่อนๆ และคนรักของหนู หากไม่มีพวกเขาหนูคงผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากเหล่านั้นมาได้ยากมาก ขอบคุณที่ทำให้หนูเห็นว่าตัวเองมีคุณค่าในแบบที่เป็น ขอบคุณที่ทำให้หนูรู้ว่าหนูไม่ได้เป็นเพียงนักกีฬาคนหนึ่ง แต่ยังเป็นลูกที่ครอบครัวรัก เป็นหลานที่ป้าๆ น้าๆ รักและเอ็นดี เป็นเพื่นอที่ดีและเป็นคนรักที่ดีได้เช่นกัน”

“ขอบคุณที่ทำให้หนูมองเห็นคุณค่าของตัวเอง นอกเหนือจากการเป็นนักกีฬาทีมชาติไทย และสุดท้ายหนูอยากขอบคุณตัวเอง ขอบคุณที่ยังไม่ยอมแพ้ให้กับชีวิต ขอบคุณที่ยังต่อสู้และเลือกที่มีชีวิตต่อไป ขอบคุณที่เลือกตัวเองในวันที่มันยากที่สุด และขอบคุณที่วันนี้หนูกล้ายืนขึ้นเพื่อปกป้องความรู้สึกของตัวเองบ้าง หลังจากนี้ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นหนูก็ยังภูมิใจในตัวเอง และจะใยังคงเล่นวอลเลย์บอลด้วยหัวใจของสาวไทย เพื่อให้ในต่างประเทศได้เห็นว่าสาวไทยก็มีของไม่แพ้ชาติใดในโลก”

“แล้วเรื่องที่บอกว่าหนูไม่เข้าร่วมทีมชาติเพราะน้อยใจที่ได้ลงเล่น หรือคิดว่าตัวเองเก่งกว่าคนอื่นในตำแหน่งเดียวล่ะ? เรื่องนี้หนูขอขี้แจงให้ชัดเจนค่ะ เพราะหนูคิดว่ามีการตีความและส่งต่อข้อมูลกันไปจนคลาดเคลื่อนจากสิ่งที่หนูรู้สึกจริงๆ”

“ทุกคนคิดว่าหนูไม่รู้หรือคะว่าหนูกำลังยืนอยู่ข้างหลังบีหลังที่ดีที่่สุดคนหนึ่งของเอเชียในเวลานี้? พี่บีม (พิมพิชยา ก๊กรัมย์) เป็นรุ่นพี่ในตำแหน่งเดียวกันที่หนูรัก เคารพ และรู้สึกว่าเป็นคนที่น่ารักกับหนูมากๆ คนหนึ่งในทีมชาติ หนูไม่เคยคิดเล็กคิดน้อยหรือรู้สึกไม่พอใจที่ต้องอยู่ในบทบาทของตัวเองเลยค่ะ”

“หนูเคารพการตัดสินใจของโค้ชในการเลือกใช้ผู้เล่นในแต่ละจังหวะเสมอ สิ่งที่หนูมั่นใจคือ หนูยังสามารถช่วยแบ่งเบาภาระของทีมได้มากกว่านี้ และหนูก็ภูมิใจและเคารพเพื่อนร่วมทีมทุกคนในทุกตำแหน่ง เพพราะพวกเราคือผู้เล่นที่ดีที่สุดที่ประเทศของเรามีในช่วงเวลานั้น และเราสามารถช่วยเหลือ สนับสนุน รวมถึงสลับเปลี่ยนกันทำหน้าที่เพื่อทีมได้”

“อีกอย่างหนึ่ง สำหรับหนู การเป็นนักกีฬาที่ดีไม่ได้หมายถึงการต้องถ่อมตัวจนไม่กล้าเชื่อมั่นใจความสามารถของตัวเอง นักกีฬาจำเป็นต้องมีทั้งความทะเยอทะยาน ความมั่นใจ และอีโก้ที่เหมาะสม”

“เพราะการอยากพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้น อยากทำได้มากขึ้น และอยากไปให้ไกลกว่าเดิม คือส่วนหนึ่งของการแข่งขันกีฬา หนูเชื่อแบบนั้นมาโดยตลอดค่ะ”

“ทั้งหมดทั้งมวลนี้ หนูขอย้ำอีกครั้งว่า อยูออกมาพูดเพราะต้องการให้ตัวเองก้าวต่อไปอย่างสบายใจและปล่อยวางกับสิ่งที่เกิดขึ้น การเก็บทุกอย่างไว้ในใจมาตลอดมันหนักเกินไป และหนูคิดว่าตัวเองสมควรมีพื้นที่ได้พูดถึงความรู้สึกของตัวเองบ้างเช่นกัน”

“หนูไม่ได้ต้องการสร้างดราม่า ไม่ได้ต้องการกล่าวหาหรือทำให้ใครเสียหาย หนูเพียงต้องการเล่าความจริงจากมุมมองและประสบการณ์ของตัวเองค่ะ รายละเอียดบางอย่างหนูอาจไม่ได้พูดถึงทั้งหมด เพราะเป็นเรื่องที่ละเอียด่อนและเกี่ยวข้องกับบุคคลอื่นด้วย”

“ไม่ต้องเป็นห่วงว่าจากนี้ชีวิตและอนาคตของหนูจะเป็นอย่างไรนะคะ หนูยังเชื่อมั่นในเส้นทางขสองตัวเอง และทุกคนก็ไม่จำเเป็นต้องกังวลแทนหนูค่ะ ขอบคุณทุกคนที่เป็นห่วง เป็นกำลังใจ และมอบความรักให้หนูเสมอมา อะไรที่จะเกิดขึ้นก็ให้มันเกิดขึ้นค่ะ หนูจะเป็นคนเลือกเส้นทางชีวิตของตัวเอง และเดินต่อไปในแบบที่หนูเชื่อมั่นเสมอ”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน