ทัพไทย ผลงานแจ่ม จบอันดับ 7 พร้อมยึดเบอร์ 1 อาเซียน ได้อีกครั้ง มหกรรมกีฬาเอเชียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 5 “ไอจิ-นาโกยา 2026” ที่ประเทศญี่ปุ่น ภาพรวมสถิติใหม่เพียบ ขณะที่ดาวรุ่งที่ไปร่วมการแข่งขันครั้งนี้เกือบครึ่งต่างแจ้งเกิด กกท. ผลักดันไปสู่รายการสำคัญ ด้านการจัดงานมอบเงินรางวัลให้นักกีฬาจะมีขึ้นภายใน 7 วัน

มหกรรมกีฬาเอเชียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 5 “ไอจิ-นาโกยา 2026” ที่เมืองนาโกยา จังหวัดไอจิ ประเทศญี่ปุ่น ปิดฉากลงแล้วอย่างประทับใจ เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2569 โดยทัพนักกีฬาพาราทีมชาติไทย คว้ามาได้ 19 เหรียญทอง 40 เหรียญเงิน 66 เหรียญทองแดง จบอันดับ 7 ในตารางการแข่งขัน เป็นรองเพียง จีน, ญี่ปุ่น, อุซเบกิสถาน, อินเดีย, เกาหลีใต้ และอิหร่าน ตามลำดับเท่านั้น และยังยึดเบอร์ 1 ของอาเซียนอีกครั้ง โดยทำได้ดีกว่าอินโดนีเซีย
นางโปรดปราน สมานมิตร ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) กล่าวว่า ต้องแสดงความชื่นชมทัพนักกีฬาพาราทีมชาติไทยที่สู้กันสุดใจตลอดการแข่งขัน ในครั้งนี้แม้จะไม่เป็นไปตามเป้าหมาย 27 เหรียญทองด้วยเพราะการชิงชัยเป็นไปอย่างเข้มข้น แต่ขอชื่นชมและให้กำลังใจนักกีฬาทุกคนที่มุ่งมั่นและพยายามอย่างเต็มที่ด้วยหัวใจนักสู้ โดยจากจำนวนนักกีฬาที่ส่งแข่งขันทั้งหมด นักกีฬาที่คว้าเหรียญรางวัลกลับมาได้มีมากกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ และหลายคนสร้างผลงาน ทำสถิติที่น่าทึ่งด้วย
ผู้ว่าการ กกท. กล่าวต่อว่า ตัวอย่างเช่น อธิวัฒน์ แพงเหนือ ทำสถิติโลก วีลแชร์เรซซิ่ง 100 เมตรชาย คลาส T54 เท่า บัลเด มามูโด จากโปรตุเกส และอีกหลายชนิดกีฬา เช่น กรีฑา และว่ายน้ำ ที่ทำลายสถิติเดิม สร้างสถิติใหม่ในมหกรรมกีฬาเอเชียนพาราเกมส์ขึ้นมา รวมถึง วิษณุ ฮวดประดิษฐ์ ที่คว้าเหรียญทองบอคเซียได้ 5 สมัยติดต่อกัน และช่วยให้ทีมบอคเซียไทยจบด้วยการเป็นอันดับ 1 ของการแข่งขัน เป็นต้น ที่สำคัญนักกีฬาพาราทีมชาติไทยที่ร่วมชิงชัยในครั้งนี้เป็นหน้าใหม่เกือบครึ่ง และทำผลงานได้ดี ที่โดดเด่นมาก ๆ คือ ดาวรุ่งอย่าง นิธิกร เจียมพิริยะกุล นักว่ายน้ำที่ลงแข่งขันเป็นครั้งแรกคว้าได้ถึง 2 เหรียญทอง 2 เหรียญเงิน 1 เหรียญทองแดง
“หลายอีเวนต์นักกีฬาพาราทีมชาติไทยผ่านเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศ แต่แพ้คู่แข่งอย่างฉิวเฉียด ซึ่งเป็นเรื่องน่าเสียดายมาก ๆ อย่างไรก็ตามในหลายรายการยังได้เห็นถึงความมุ่งมั่น ตั้งใจ จนเกิดภาพความผิดหวังหลังจบเกมออกมาให้เห็นกัน และแม้หลายอีเวนต์เจ้าภาพจะมีการปรับเปลี่ยนไปจากเมื่อ 4 ปีที่แล้ว แต่หากดูในเชิงสถิติ จะเห็นว่านักกีฬาไทยมีพัฒนาการที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน” นางโปรดปราน กล่าว
นอกจากนี้ ผู้ว่าการ กกท. ยังกล่าวด้วยว่า ประสบการณ์และบทเรียนจากมหกรรมกีฬาเอเชียนพาราเกมส์ครั้งนี้ ตนเชื่อว่านักกีฬาและสมาคมกีฬาพร้อมนำกลับไปปรับปรุงและพัฒนา ซึ่งจะยิ่งทำให้ทุกคนมุ่งมั่นและกลับมาแข็งแกร่งยิ่งขึ้นในการแข่งขันรายการต่อ ๆ ไป โดย กกท. พร้อมสนับสนุนการเก็บตัวฝึกซ้อมอย่างต่อเนื่อง ทั้งในกลุ่มความหวังและดาวรุ่ง เพื่อผลักดันไปสู่มหกรรมกีฬาอาเซียนพาราเกมส์ 2027 ที่ประเทศมาเลเซีย และการควอลิฟายไปมหกรรมกีฬาพาราลิมปิกเกมส์ 2028 ที่นครลอสแอนเจลิส สหรัฐอเมริกา
ทั้งนี้ กกท. โดย กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ พร้อมจัดงานมอบเงินรางวัลให้นักกีฬาและเจ้าหน้าที่ รวมถึงสมาคมกีฬาภายใน 7 วัน ซึ่งหลักเกณฑ์เงินรางวัลสำหรับมหกรรมกีฬาเอเชียนพาราเกมส์ เหรียญทอง นักกีฬาได้รับ 1,000,000 บาท เหรียญเงิน 500,000 บาท และเหรียญทองแดง 250,000 บาท