“สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี คืนฟอร์มหลังแพ้ในลีกมา 2 นัดเปิดบ้านถล่ม ผีแดง แมนยู ในพรีเมียร์ ลีก วันฮัลโลวีน ที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ ขึ้นรั้งอันดับ 4 ไปก่อน ส่วน แมนยู อาการโคม่า ไม่ชนะมาแล้ว 9 นัด

เกมนี้ คาร์ริก กลับมาใช้งาน บรูโน แฟร์นันเดส กัปตันทีมอีกครั้งหลัง มีปัญหาจนถูกดร็อปในเกมก่อน และไม่มี ยูริ ทีเลอมันส์ เป็นตัวจริงเกมแรกในฤดูกาล ช่วงต้น แมนยู ก็ยังไม่ได้ดีขึ้น แถมนาที 15 ยังโดน เชลซี บุกขึ้นมา เปาโล เนโต ตั้งป้อมยิงด้วยซ้าย เซนเนอ ลัมเมนส์ นายด่านแมนยู ล้มตัวไปเข้าทางปืน เอสตาเวา ซ้ำจ่อๆเข้าไป แต่แมนยูยังรอดตัวเนื่องจากยืนล้ำหน้าอยู่

แมนยู

นาที 34 จากลูกเตะมุม แมนยู ใช้แผนเดิมเปิดมาเสาสองให้ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ โขกชงให้ มาเตอุส คุนญา โหม่งปาดหน้า ไมค์ เพนเดส นายด่าน เชลซี เข้าไป แต่แมนยูได้เฮไม่สุดเพราะ ผู้ตัดสินเช็กแล้วเป็น คุนญา ยืนในตำแหน่งล้ำหน้าก่อน

แมนยู

 

เริ่มครึ่งหลังแค่ 5 นาทีแรก เชลซีตัดบอลแดนกลางแมนยูได้ ส่งให้ มอร์แกน โรเจอร์ส จะลากแหวกแนวรับ แมนยู เข้าไปดื้อๆ ก่อนหลุดเข้าไปยิงให้ เชลซี ออกนำ 1-0

แมนยู

จากนั้นนาที 62 ลิซานโดร มาร์ติเนซ ที่เพิ่งโดนใบเหลืองมาหมาดๆยังไปกางศอกใส่ เวสลีย์ โฟฟาน่า ในเขตโทษ โดนเหลืองที่ 2 ไล่ออกไป และโดนตัดสินให้เป็นจุดโทษ ก่อนที่ โคล พาลเมอร์ จะรับหน้าที่สังหารไม่พลาด ออกนำ 2-0 แมนยู อาการหนักตาม 2 ลูก แถมเหลือผู้เล่น 10 คน

แมนยู

ยิ่งเล่นยิ่งเละ แมนยู เหลือ 10 คน บรูโน เล่นยากกลางสนาม ก่อนโดน โรเมโอ ลาเวีย ตัดบอลสวนกลับ ให้ เอสเตเวา หลุดเข้าไปกดเต็มข้อเสาแรก แต่ ยังเคราะห์ดี ผู้ตัดสินเช็ก VAR แล้วเป็นลูกล้ำหน้า

จากนั้น ไม่มีสกอร์เพิ่ม เชลซี เปิดบ้านเอาชนะไป 2-0 เก็บ 3 แต้ม มีเพิ่มเป็น 16 คะแนน ขึ้นไปรั้งอันดับ 4 ของตาราง ส่วน แมนยู ทุกรายการไม่ชนะมาแล้ว 9 เกม ไร้แต้มเกมนี้ มี 7 คะแนน เท่าเดิมจากการชนะแค่ 1 นัด เสมอ 4 และ แพ้ 4 ยังอยู่อันดับ 16 และ มีโอกาสหล่นไปอยู่ในโซนหนีตาย

โดยชัยชนะนัดสุดท้ายเกิดขึ้นในเกม ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ที่เอาชนะ ซาบาห์ 4-1 เมื่อ 11 ก.ย. หรือ 50 วันมาแล้ว

 

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน