ผู้ปกครองนักกอล์ฟเยาวชนที่ลงแข่งขันในรายการเดียวกับ “น้องเอย่า” เอยาวรินทร์ โพสต์ข้อความเล่าเหตุการณ์วันเกิดเหตุฟ้าผ่า ยันมีการถามกรรมการแล้วแต่ไม่ได้รับคำสั่งให้หยุดเล่น ย้ำต้องมีคนรับผิดชอบ

จากเหตุการณ์สุดเศร้า วงการกอล์ฟไทยสูญเสีย “น้องเอย่า” เอยาวรินทร์ ประดับญาติ นักกอล์ฟเยาวชนวัย 15 ปี จากเหตุการณ์ฟ้าผ่าลงมากลางสนามกอล์ฟแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ ต.ดอนเกาะกา อ.บางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา

ล่าสุดผู้ใช้เฟซบุ๊ก “Tonkla Sethawut Weerachumpol” ของ วสุรัตน์ วีระชุมพล คุณพ่อของนักกอล์ฟเยาวชนที่ลงแข่งขันในรายการดังกล่าวด้วย ได้ออกมาเล่าเหตุการณ์วันเกิดเหตุ พร้อมยืนยันมีการถามกรรมการแล้วว่าจะให้หยุดเล่นหรือไม่ แต่สุดท้ายไม่มีการสั่งหยุดเล่น พร้อมย้ำว่าเหตุการณ์นี้เกิดจากการหละหลวมของการปฏิบัติหน้าที่ ที่ต้องได้รับการแก้ไขและต้องมีคนรับผิดชอบ

จากโพสต์ดังกล่าวระบุว่า “ความจริงมีเพียงหนึ่งเดียว เพราะผมและลูกคือผู้ประสบภัยในสนาม

ในฐานะของผู้ประสบภัย ผมคือคนนึงที่อยู่ในสนาม และขอบันทึกเหตุการณ์เอาไว้ซึ่งผมคิดว่ามันจะเป็นประโยชน์

ข้อความดังต่อไปนี้ผมรับผิดชอบในคำพูดของผมทุกคำ ถ้ามองมันเป็นมุมบวกเราจะพัฒนาเกมกีฬาให้อยู่บนพื้นฐานของความปลอดภัยที่ถูกต้อง

และมันจะเป็นประโยชน์สูงสุดที่นักกีฬาอันเป็นที่รักของเรา จะได้เล่นกีฬาอย่างปลอดภัยและมีความสุขกับเกมที่เขารัก

ผมนาย วสุรัตน์ วีระชุมพล ที่มักเรียกแทนตัวเองสั้นๆว่าไอ้ต้อม เป็นพ่อของ เด็กชาย เสฏฐวุฒิ วีรชุมพล ที่เรียกมันว่าไอ้ต้นกล้า

ไอ้ต้นกล้าเล่นอยู่ที่หลุม 14 บนกรีนเวลาประมาณ 15.43 น ผมดึงเวลาได้ค่อนข้างชัดเจนเนื่องจากผมถ่ายวีดีโอลูกผมไว้

ขณะนั้นเมฆครึ้มเริ่มเคลื่อนตัวเข้ามาทางบริเวณหลุม 15 เริ่มมีฝนปรอยลงมาหนักสลับเบา หลังจากจบหลุม 14 ไอ้ต้นกล้าทีออฟหลุม 15 ซึ่งในเวลานั้นเริ่มมีเสียงฟ้าร้องฟ้าผ่าจากระยะไม่ไกลแต่พอคาดคะเนได้ว่ายังอยู่นอกสนาม

หลังจากเจ้าต้นกล้าทีออฟหลุม 15 ผมจะเดินนำหน้ามันประมาณ 30-40 เมตร เพื่อมุ่งหน้าไปยังกรีนและตรงนั้นมีซุ้มอยู่

ขณะนั้นเมฆฝนสีดำมาปกคลุมอยู่บนหัว เสียงคำรามด้านบนจนทำให้ผมต้องคุยกับผู้ปกครองที่อยู่ข้างๆว่า ” ทำไมเขายังไม่เป่าอีกวะ ”

ผมเดินผ่านกรรมการท่านหนึ่งซึ่งผมก็ยกมือไหว้ตามปกติแต่ผมไม่ทราบว่าท่านชื่ออะไรแต่ผมเอ่ยถามท่านด้วยความกังวลว่า “อาจารย์ครับฟ้าลั่นอยู่เต็มหัวเลยไม่เป่าเหรอครับ ”

อาจารย์ท่านนั้นกำลังสาละวนกับการคุย small talk กับเสียงในสายซึ่งน่าจะเป็นการประสานงานกับทีมงานกรรมการแล้วก็ขับรถผ่านไป

จากการบอกเล่าของไอ้ต้นกล้า เมื่อวิ่งหนีฟ้ามาอยู่ในซุ้ม ไอ้ต้นกล้าเล่าให้ผมฟังว่า “ผมเจอกรรมการ ผมถามกรรมการว่าเล่นต่อเหรอครับอาจารย์ ” ซึ่งเป็นกรรมการท่านเดียวกับที่ผมถาม แล้วกรรมการก็ตอบมันว่า “ฝนแค่ปรอยๆ เล่นตามปกติ ”

สิ้นเสียงกรรมการไม่เกิน 10 วินาทีฟ้าผ่าลงมาข้างไอ้ต้นกล้า ห่างไปประมาณ 30 เมตรที่ต้นไม้บริเวณข้างแฟร์เวย์หลุม 15 จนต้นไม้โค่นและมีรอยไหม้ และในบริเวณรอบๆ ฟ้าได้กระหน่ำผ่าลงมาแบบทุกทิศทาง ซึ่งพอสันนิษฐานได้ว่ามันเป็นฟ้าชุดเดียวกัน กับที่ผ่าเจ้าเอย่า

สิ้นเสียงฟ้าที่โหมกระหน่ำผ่าลงมาในสนาม เด็กทุกคนวิ่งกันแบบแตกตื่นเพื่อเข้ามาอยู่ในซุ้มหลุม 15 เสียงคุยกันเล่าประสบการณ์อันตื่นตระหนกแข่งกับเสียงฝนที่โหมกระหน่ำ ปนกับเสียงฟ้าที่ผ่าลงมาอย่างต่อเนื่อง

แล้วสิ่งที่ไม่คาดคิดไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นเมื่อพี่แคดดี้บอกว่ามีคนถูกฟ้าผ่าที่แฟร์เวย์หลุม 11

เหตุการณ์นี้จะไม่เกิดขึ้นเลย ถ้ามีการปฏิบัติตาม safety protocol ที่ได้ตั้งเอาไว้ การสะเพร่า การละเลย การไม่ให้ความสำคัญกับมัน จนนำมาสู่ความล่าช้าในการปฏิบัติ มันทำให้เกิดความสูญเสียครั้งนี้

ผมไม่รู้ว่าใครต้องสั่งใครกรรมการต้องสั่ง TD หรือ TD ต้องแจ้งกรรมการให้หยุดหรือใครต้องเป็นคนปฏิบัติอย่างไร เพราะผมเป็นแค่ผู้ปกครองที่ส่งลูกเข้ามาแข่ง แต่การหละหลวมของการปฏิบัติหน้าที่มันคือสาเหตุหลักของเหตุครั้งนี้ ที่ต้องได้รับการแก้ไขและต้องมีคนรับผิดชอบ

นี่คือความรู้สึกของพ่อคนนึงที่อยู่ในสนาม นี่คือความรู้สึกของลุงคนนึงที่สูญเสียหลานจากเหตุการณ์ครั้งนี้ หวังว่าบันทึกบทความนี้มันจะเป็นประโยชน์สู่การป้องกัน และพัฒนาความปลอดภัยให้กับนักกีฬาอันเป็นที่รักของเรา”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน