ศึกฟุตบอลคิงส์ คัพ เตรียมฟาดแข้งกันในวันที่ 14 และ 17 พ.ย.นี้ ที่สนามกีฬากลาง จ.ศรีสะเกษ (สนามเกาะกลางน้ำ) วันแรกวันที่ 14 พ.ย. เวลา 16.00 น. โอมาน (อันดับ 81 ของโลก) พบ ทาจิกิสถาน (อันดับ 100 ของโลก) และ เวลา 19.30 น. ทีมชาติไทย (อันดับ 93 ของโลก) พบ บรูไน (อันดับ 196 ของโลก) จากนั้นวันที่ 17 พ.ย. เป็นรอบชิงอันดับ 3 และชิงชนะเลิศ โดยตั๋วเข้าชมการแข่งขัน จำหน่ายราคา 200-500 บาท ซื้อบัตรออนไลน์ที่ www.theconcert.com หรือซื้อด้วยตัวเองที่ สมาคมกีฬาแห่งจังหวัดศรีสะเกษ

ล่าสุด “เสี่ยโต้ง” สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะนายกสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวว่า ตั๋ววันที่ 17 พ.ย.ที่เป็นเกมชิงชนะเลิศ ขายไปไกลมากแล้ว แฟนบอลตั้งใจมาเชียร์ทีมชาติไทย คาดการณ์ไว้ว่า นัดชิงชนะเลิศ ทีมชาติไทย น่าจะเป็นคู่ชิง มีแจ้งความประสงค์ทั้งจะซื้อหน้างาน และออนไลน์ก็จำหน่ายได้เรื่อยๆ ส่วนวันที่ 14 พ.ย. นั้นยังเหลือที่นั่งพอสมควร

“วันที่ 14 พ.ย. แม้เป็นวันเสาร์ แต่ได้ยินเสียงมาพอสมควรว่าเจอทีมชาติ ค่อนข้างห่างกับทีมชาติไทย ก็ยังมีความรู้สึกว่าไม่ตื่นเต้น แต่ขอเรียนว่า ทีมชาติไทย โดยเฉพาะคิงส์คัพ เป็นทัวร์นาเมนท์สำคัญ เก็บแต้มฟีฟ่าด้วย ไม่ว่านัดไหน กำลังใจให้ทีมชาติไทยสำคัญสุด เชิญชวนมาให้กำลังใจทีมชาติไทย ทั้งวันที่ 14 พ.ย. และ 17 พ.ย. ซึ่งวันที่ 14 พ.ย. ขายไปครึ่งนึง เหลือที่นั่งพอสมควร”

เมื่อสอบถามถึงแนวทางการป้องกันปัญหาการจุดพลุแฟลร์ จากแฟนบอล นายสิริพงศ์ กล่าวว่า ได้สื่อสาร กับกลุ่มกองเชียร์กลุ่มต่างๆ อาทิ กลุ่มกูปรีพลัดถิ่น กลุ่มฮาดคอร์ คุยกันตลอดเวลา คราวที่แล้วขอร้องตอนจัดฟีฟ่าเดย์หนก่อน (ไทย-เติร์กเมนิสถาน ปี 2565) ได้รับความร่วมมืออย่างดี ไม่มีปัญหาอะไร หนนี้แฟนบอลก็ตอบรับว่าจะช่วยกัน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน