“บิ๊กเสือ” นายสกล วรรณพงษ์ ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เปิดเผยถึงแผนการเตรียมทีมนักกีฬาทีมชาติไทย เพื่อเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ 2018 ครั้งที่ 18 ที่กรุงจาการ์ตา และเมืองปาเล็มบัง ประเทศอินโดนีเซีย ช่วงวันที่ 18 สิงหาคม-2 กันยายน ว่า ขณะนี้การเตรียมทัพนักกีฬาไทยยังคงเดินหน้าไปอย่างต่อเนื่อง โดยตัวเองในฐานะฝ่ายเตรียมนักกีฬาทีมชาติไทยก็ได้มีการเรียกสมาคมกีฬาแห่งประเทศไทย ที่เข้าร่วมชิงชัยในเอเชี่ยนเกมส์ครั้งนี้ มาเข้าร่วมประชุมกันทุกเดือน โดยในเดือนนี้ก็จะมีการเรียกสมาคมกีฬามาประชุมกันในวันที่ 12 มิถุนายนนี้ เวลา 13.30 น. ที่อาคารเฉลิมพระเกียรติฯ กกท. หัวหมาก เพื่อประชุมติดตามความคืบหน้าในการเตรียมนักกีฬา
“ผมจะเรียกประชุมสมาคมกีฬาทุกชนิด ที่มีการชิงชัยในกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ครั้งนี้ เพื่อที่จะติดตามเรื่องการเตรียมนักกีฬา การเก็บตัวฝึกซ้อม โดยจะมีการใช้วิทยาศาสตร์การกีฬาเข้าไปช่วย และการทดสอบสมรรถภาพร่างกายของนักกีฬา รวมทั้งสอบถามถึงว่า ปัญหาอุปสรรคอะไรเกิดขึ้นบ้าง ทั้งปัญหาในเรื่องสถานที่เก็บตัวฝึกซ้อม เรื่องอาการบาดเจ็บ และเรื่องสารต้องห้าม” นายสกลกล่าว
ผู้ว่าการ กกท.กล่าวอีกว่า สำหรับการเตรียมทัพนักกีฬาไทยถึงเวลานี้ยังไม่มีชนิดกีฬาใดที่น่าเป็นกังวล ซึ่งส่วนมากก็จะส่งรายชื่อขออนุมัติเก็บตัวฝึกซ้อมแล้ว บางชนิดกีฬาส่งรายชื่อครบหมดแล้ว ส่วนการเบิกจ่ายเบี้ยเลี้ยงในการเก็บตัวฝึกซ้อมของนักกีฬานั้น ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด เพราะตัวเองไล่จี้ทุกเดือนให้แต่ละสมาคมกีฬายื่นเรื่องเบิกค่าเบี้ยเลี้ยงฝึกซ้อมของนักกีฬาเข้ามา เนื่องจากไม่ต้องการให้มีการเบิกจ่ายตกค้าง และอยากให้มีการจ่ายเงินไปโดยเร็วให้ครบถ้วนถูกต้อง เพื่อไม่ให้เกิดปัญหากับนักกีฬา
“ชนิดกีฬาส่วนมากไม่เกิดปัญหาในเรื่องเบี้ยเลี้ยงการเก็บตัวฝึกซ้อมของนักกีฬา เพราะบางสมาคมกีฬาก็ได้มีการสำรองเงินในส่วนนี้ไปก่อนแล้ว เช่น สมาคมกีฬาขี่ม้าฯ, สมาคมกีฬาแบดมินตันฯ ซึ่งโดยรวมแล้วไม่ได้มีปัญหาติดขัดแต่อย่างไร” บิ๊กเสือกล่าว
นายสกล กล่าวอีกว่า สำหรับทีมฟุตบอลทีมชาติไทย ชุกเอเชี่ยนเกมส์ 2018 ส่วนตัวคิดว่า ต้องมีความเชื่อมั่น และเชื่อใจในการเตรียมทีมของสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ที่ตัดสินใจผสมนักเตะดาวรุ่งติดทีม ทั้งรุ่นไม่เกิน 19 ปี, 21 ปี และ 23 ปี ซึ่งตรงนี้บางทีเราก็ต้องยอมรับในการตัดสิน เพราะสมาคมเขาก็ต้องเป็นผู้รับผิดชอบอยู่แล้ว โดยเราก็คงจะต้องให้เกียรติ และให้โอกาสสต๊าฟโค้ชทีมฟุตบอลชุดนี้ได้ทำงานกันอย่างเต็มที่ และส่วนตัวก็อยากจะให้กำลังเต็มที่เพื่อให้ทำงานให้ดีที่สุด
“แม้ว่านักกีฬาจะแพ้ก็คงจะต้องให้กำลังใจ อย่างไรก็ตาม ถึงตอนนี้ยังไม่ได้มีการประเมินเป้าหมายในภาพรวมของทัพนักกีฬาทีมชาติไทยว่าจะทำผลงานคว้าได้กี่เหรียญทองในกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ครั้งนี้ ซึ่งจริงๆ แล้วคิดว่าไม่อยากจะมีการประเมินเป้าหมายของนักกีฬาไทยเป็นครั้งแรกด้วย เพราะถ้ามีการประเมินจะกลายเป็นการกดดันนักกีฬา เพราะในมหกรรมการแข่งขันกีฬาที่ผ่านมาพอมีการประเมินเป้าหมายแล้วนักกีฬาทำผลงานได้ไม่ดี จึงอยากจะลองที่จะไม่ประเมินเป้าหมายเป็นครั้งแรกดูสิว่า นักกีฬาจะทำผลงานได้อย่างไร” ผู้ว่าการ กกท.กล่าวปิดท้าย
สำหรับการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ 2018 ครั้งที่ 18 ที่ประเทศอินโดนีเซีย มี 45 ชาติเอเชีย ร่วมชิงชัย จัดแข่งขัน 40 ชนิดกีฬา รวมทั้งสิ้น 463 เหรียญทอง โดยผลงานทัพนักกีฬาไทยในเอเชี่ยนเกมส์ 2014 ครั้งที่ 17 ที่ประเทศเกาหลีใต้ คว้ามาได้ 12 เหรียญทอง 7 เหรียญเงิน 28 เหรียญทองแดง จบอันดับ 6 บนตารางเหรียญ ส่วนอันดับ 1-5 ประกอบด้วย 1.จีน, 2.เกาหลีใต้, 3.ญี่ปุ่น, 4.คาซัคสถาน และ 5.อิหร่าน