เมื่อวันที่ 7 ส.ค. ที่สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ทัพ “ช้างศึก” ทีมชาติไทย ชุดเอเชี่ยนเกมส์ ตบเท้าเข้ารายงานตัวกับ “โค้ชโย่ง” วรวุธ ศรีมะฆะ หัวหน้าผู้ฝึกสอน พร้อมรับโอวาทจาก “บิ๊กอ๊อด” พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ
โดยนักเตะที่มารายงานตัววันนี้มี 16 คน นำโดย เจนรบ สำเภาดี กัปตันทีม ขณะที่นักเตะจากสโมสร บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด, สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด, ชลบุรี เอฟซี และอุบล ยูเอ็มที ยูไนเต็ด ยังติดภารกิจกับสโมสรที่มีโปรแกรม “โตโยต้า ลีกคัพ 2018” รอบ 8 ทีมสุดท้าย นอกจากนี้ยังมี เควิน ดีรมรัมย์ แบ๊กซ้ายจากการท่าเรือ เอฟซี ที่ติดภารกิจด่วนเดินทางกลับสวีเดนเนื่องจากบิดาป่วย รวมไปถึงได้เรียกตัว อนุศิษฏ์ เติมมี ผู้รักษาประตูจากสโมสรชัยนาท ฮอร์นบิล เข้ามาแทนรัตนัย ส่องแสงจันทร์ ผู้รักษาประตูที่บาดเจ็บต้องถอนตัวออกไป
พล.ต.อ.สมยศ กล่าวว่า การรายงานตัววันนี้ได้ให้แนวคิด แนวทางปฏิบัติกับนักกีฬา ทุกคนถือว่าเป็นความหวังของคนไทยทุกคน แม้ว่าทีมชุดนี้จะมีปัญหา อุปสรรค อยู่มาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอาการบาดเจ็บหรือว่าผู้เล่นบางคนติดภารกิจ แต่ขอให้ทุกคนที่มีชื่อติดมาคิดว่าเป็นโอกาสของตัวเองในการสร้างผลงานและทำให้ได้รับการยอมรับ
“อีกสิ่งหนึ่งที่ได้บอกกับนักกีฬาคืออยากให้ทุกคนพักผ่อนเยอะๆ ในช่วงแข่งขัน มีสมาธิให้มาก และอยากให้ลดการเล่นโซเชียลลง แต่คงเป็นการขอความร่วมมือ ไม่ใช่ออกกฎเหล็กมาบังคับกัน เพื่อเป็นการดูแลสุขภาพร่างกายตัวเองด้วย อยากให้ใช้เวลาและสมาธิกับการฝึกซ้อมและการแข่งขัน เชื่อว่าจะสามารถทำผลงานที่ดีและลบคำสบประมาทที่คนมีให้ได้อย่างแน่นอน” บิ๊กอ๊อด กล่าวปิดท้าย
ด้าน “โค้ชโย่ง” กล่าวว่า สำหรับเอเชี่ยนเกมส์ไทยอยู่ในกลุ่มที่หนัก แต่ก็ถือว่ามีโอกาสอยู่เช่นกัน เพราะมีแผนที่เตรียมไว้รับมือกับทีมต่างๆ ขอเพียงแค่ไม่มีใครบาดเจ็บเพิ่มเติม ส่วนเรื่องของเควิน ตอนนี้รอการตอบกลับว่าจะเดินทางกลับมาช่วยทีมทันหรือไม่ ขณะที่เจนรบ สำเภาดี ที่ยังมีอาการบาดเจ็บเล็กน้อย เชื่อว่าจะพร้อมสำหรับเกมแรกกับกาตาร์ได้
“ตอนนี้คงไม่คิดเรื่องมีเวลาเตรียมตัวน้อยหรือไม่พอ มองว่าเวลาที่มีจะใช้ทำอะไรได้บ้างมากกว่า อย่างเกม 4 เส้าที่พม่า มีแต่ตัวผู้เล่นที่สโมสรไม่ใช้งาน ขาดเรื่องสภาพาร่างกาย เพียงแค่ยัดแท็กติกลงไป แต่ก็ยังถือว่าทำผลงานได้น่าพอใจ ดังนั้นถ้าชุดเต็มที่แต่ละคนเป็นตัวจริงให้สโมสรมีความฟิตเต็มที่ เชื่อว่าจะทำผลงานได้ดี” นายวรวุธ กล่าวปิดท้าย
สำหรับทีมชาติไทยมีเกมอุ่นเครื่อง 2 เกมกับ เซาท์เทิร์น ดิสทริกต์ อาร์เอสเอ จากฮ่องกง ในวันที่ 8 ส.ค. และทีมชาติเนปาล ในวันที่ 10 สิงหาคม ก่อนจะตัดตัวให้เหลือ 20 คนสุดท้าย และเดินทางไปยังกรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย ในวันที่ 12 สิงหาคม โดยไทยอยู่ในกลุ่มบี ร่วมกับ กาตาร์, อุซเบกิสถาน และบังกลาเทศ ซึ่งจะประเดิมสนามนัดแรกกับ กาตาร์ ในวันที่ 14 ส.ค. เวลา 19.00 น. ที่ปากันสารี สเตเดียม