เมื่อวันที่ 20 ก.ย. ที่พรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา ประธานมูลนิธิพัฒนาคนพิการไทย พร้อมด้วย นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล อดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎร นายนิกร จำนง ผู้อำนวยการพรรคชาติไทยพัฒนา และนายวราวุธ ศิลปอาชา นายภราดร ปริศนานันทกุล แกนนำพรรคชาติไทยพัฒนา ให้การต้อนรับ พล.ต.โอสถ ภาวิไล เลขาธิการคณะกรรมการพาราลิมปิกแห่งประเทศไทย นำคณะนักกีฬาคนพิการทีมชาติไทย จำนวน 170 คน เข้าพบ เพื่อรับโอวาทก่อนที่จะเดินทางไปแข่งขันเอเชียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 3 ที่กรุงจาการ์ตา สาธารณรัฐอินโดนีเซีย ระหว่างวันที่ 2-14 ต.ค.นี้
โดยน.ส.กัญจนา กล่าวว่า มูลนิธิพัฒนาคนพิการไทยนั้น เป็นความคิดริ่เริ่มมาจากนายบรรหาร ศิลปอาชา นายกรัฐมนตรีคนที่ 21 ที่ขณะนั้นประเทศไทยได้รับเป็นเจ้าภาพในการจัดการแข่งขันกีฬาคนพิการ โดยที่นายบรรหารมองเห็นว่าคนพิการนั้นจริงแล้วไม่ได้ต้องการแค่การช่วยเหลือ แต่เขาต้องการโอกาสในการอยู่ในสังคมให้เสมอเหมือนคนปกติ ทำให้เป็นจุดเริ่มต้นของการตั้งมูลนิธิดังกล่าวขึ้นมา เพื่อดูแลคนพิการทุกๆด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านกีฬา นันทนาการ อาชีพ และด้านอื่นๆ

อย่างไรก็ตามตนขอให้นักกีฬาที่ไปร่วมการแข่งขันในครั้งนี้พยายามทำให้สุดความสามารถ ไม่ต้องไปกดดันดันตัวเอง เพราะการแข่งขันกีฬานั้นมีทั้งเเพ้ทั้งชนะ ครั้งนี้ก็ขอให้เป็นกำลังใจให้ทุกคนพยายามทำให้ดีที่สุด เหมือนกับที่พรรคชาติไทยพัฒนามองเห็นคุณค่าของคนพิการ และอยู่เคียงคู่กับสังคมคนพิการมาตลอด คำพูดที่สวยหรูใครๆก็พูดได้ แต่ที่ทำจริงคือพรรคชาติไทยพัฒนา ทั้งนี้ในช่วงท้ายทางมูลนิธิพัฒนาคนพิการไทย ยังได้มอบเงินสนับสนุนให้แก่คณะนักกีฬาคนพิการ จำนวน 766,000 บาทด้วย
ด้านนายวราวุธ กล่าวว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาทางครอบครัวศิลปอาชา และพรรคชาติไทยพัฒนา ยังเดินหน้าพร้อมสนับสนุนความความเท่าเทียมกันและโอกาสของทุกคน จะเห็นได้จากนโยบายของพรรคและสิ่งที่เรากำลังทำในวันนี้ ซึ่งเป็นเครื่องหมายและสัญลักษณ์ที่ยืนยันได้เป็นอย่างดีว่า เมื่อคุณพูดเราจะฟัง เมื่อคุณทำเราจะเชื่อ ถึงเเม้นายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตนายกรัฐมนตรี จะไม่อยู่แล้ว แต่อยากให้พี่น้องคนพิการทุกคนภูมิใจว่าเราจะเดินหน้า สืบสานปณิธานของนายบรรหาร ที่อยากจะเห็นพี่น้องคนพิการมีสิทธิที่เสมอภาค ตลอดถึงมีการสนับสนุนจากทุกภาคส่วน ทั้งนี้ตนขอให้กำลังใจนักกีฬาทุกคนที่จะเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาในครั้งนี้ โดยที่อยากจะฝากว่าคู่แข่งการแข่งขันนั้นไม่ใช่สิ่งสำคัญ แต่สิ่งที่น่ากลัวมากกว่าคู่แข่งนั้นคือตัวเราเอง เพราะการที่เราจะเอาชนะตัวเราเองนั้นเป็นสิ่งที่ยากที่สุด เหรียญเป็นเพียงผลพลอยได้เท่านั้น