ฟุตบอลโตโยต้า ไทยลีก 2018 เดินมาใกล้ถึงบทสรุปสุดท้ายแล้วว่าแต่ละส่วนนั้นทีมไหนจะได้อะไรไปครอบครอง ทั้งทีมแชมป์ ทีมตกชั้น รวมถึงโควตาฟุตบอลเอเชีย เหลืออีกแค่ 2 นัดฤดูกาลนี้จะสิ้นสุดลงอย่างเป็นทางการพร้อมกับรอเริ่มต้นนับ 1 ในซีซั่นใหม่ที่จะมาถึง
ในส่วนของทีมตกชั้นและโควตาฟุตบอลเอเชียอาจต้องรออีกสักพักกว่าจะได้อะไรชัดเจน แต่เรื่องตำแหน่งแชมป์เป็นที่ทราบกันไปแล้วว่าผู้ชนะเลิศถ้วยไทยลีกปีนี้คือ “ปราสาทสายฟ้า”บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ซึ่งเถลิงถ้วยใบนี้เป็นใบที่ 6 ในห้วงระยะเวลา 7 ปีที่ผ่านมา
![]()
แน่นอนด้วยฟอร์มและผลงานดังกล่าวแสดงให้เห็นชัดว่ายอดทีมจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างนั้นยอดเยี่ยมสมควรได้รับการยกย่องและปรบมือให้ แต่มีอยู่อีกอย่างที่สมควรได้รับการยอมรับและให้เกียรติอย่างยิ่งนั่นคือตำแหน่งนักเตะที่ได้แชมป์ลีกสูงสุดของประเทศมากที่สุด
คนผู้นั้นคือ “โน้ต”จักรพันธ์ แก้วพรม กองกลางจอมเทคนิควัย 30 ปี ผู้ซึ่งเป็นพื้นเพคนบุรีรัมย์โดยแท้และอยู่ในวงการลูกหนังอาชีพไทยอย่างยาวนานแต่กว่าจะประสบความสำเร็จในการคว้าแชมป์ลีกสูงสุดเมืองไทยต้องรอถึงปีพ.ศ.2553 หรือเข้าสู่วัย 23 ปี เมื่อมีส่วนสำคัญในการพา “กิเลนผยอง”เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด คว้าแชมป์สปอนเซอร์ไทยพรีเมียร์ลีก มาครองได้สำเร็จ
![]()
ปีถัดมา บุรีรัมย์ ตัดสินใจยื่นข้อเสนอขอซื้อตัวดาวเตะรายนี้ไปร่วมทีมเนื่องจากเห็นความสามารถและเป็นคนบุรีรัมย์โดยแท้ ซึ่งทันทีที่ไปร่วมงานเจ้าตัวมีส่วนสำคัญในพาต้นสังกัดใหม่ที่ยังใช้ชื่อบุรีรัมย์ พีอีเอ คว้าแชมป์ไทยลีกมาครองได้สำเร็จ นั่นเป็นที่มาของความสำเร็จอย่างต่อเนื่องจนปัจจุบันนี้ จักรพันธ์ มีส่วนช่วยให้บุรีรัมย์ ครองแชมป์ลีกสูงสุดมากที่สุดในประเทศไทยถึง 6 สมัย ขณะที่ส่วนตัวกวาดไปทั้งสิ้น 7 ครั้ง
![]()
“ผมมองว่าการที่ผมได้แชมป์ลีกสูงสุดถึง 7 สมัยเป็นเรื่องของความโชคดีมากกว่า บางคนอาจใช้คำว่ามิสเตอร์ไทยลีกกับผม แต่ผมต้องบอกตามตรงว่าการเป็นแชมป์นั้นอาศัยคนคนเดียวไม่ได้ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับเพื่อนร่วมทีมทุกคน ผมต้องยกเครดิตทุกคน”
“ส่วนในอนาคตผมยังยืนยันว่าพร้อมที่จะทำงานในหน้าที่ของตัวเองอย่างเต็มที่เพื่อให้ทีมพัฒนาตัวเองขึ้นไป อย่างที่รู้ดีว่าเรา (บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด) วางเป้าหมายใหญ่ในเวทีระดับเอเชีย เรามีน้องๆ รุ่นใหม่ที่รอวันก้าวขึ้นสู่ชุดใหญ่ เราหวังว่าน้องๆ เหล่านี้จะเป็นกำลังสำคัญในอนาคตของเราต่อไป ขณะที่เป้าหมายการสร้างสถิติคว้าแชมป์ไทยลีกต่อเนื่องนั้นผมไม่ได้คาดหวังเป็นการส่วนตัว แต่จะทำให้ดีที่สุดเพื่อให้ทีมเดินสู่เป้าหมาย และเพื่อความสุขของแฟนบอลของเรา” จักรพันธ์ กล่าว
![]()
ตอนนี้ จักรพันธ์ อายุครบ 30 ปี แต่ยังเหลือสัญญากับบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อีก 3 ปี นั่นหมายความว่ายังมีโอกาสที่ “เจ้าโน้ต” จะก้าวสู่การคว้าแชมป์ไทยลีกอีกหลายครั้ง และมีโอกาสสูงที่อาจจะก้าวไปถึงเจ้าของตำแหน่งผู้คว้าถ้วยลีกสูงสุดฟุตบอลไทยถึง 10 ครั้งด้วยซ้ำตราบใดที่บุรีรัมย์ ยังร้อนแรงและคู่แข่งยังไม่มีดุดันเหมือนปัจจุบัน
![]()
อนาคตคือสิ่งที่คาดฝันและคาดหวัง แต่สิ่งที่เกิดขึ้นแล้วชี้ชัดว่า จักรพันธ์ แก้วพรม รองกัปตันบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด คือมิสเตอร์ไทยลีกตัวจริง!!!