หมอช้างศึกสู่เวทีการเมือง ส.ส. อนาคตใหม่ – หรือนี่คือมิติใหม่วงการกีฬาไทย
หมอช้างศึก ใครจะคิดว่าวันหนึ่งจะก้าวสู่วงการเมือง หวังเป็นตัวแทนเสียงของประชาชนพัฒนาวงการกีฬาไทย ขอชงรัฐบาลสร้างสนามกีฬาให้สโมสรใช้งาน พร้อมช่วยงานหากเกี่ยวกับกีฬา
ชีวิตมีเส้นทางที่ไม่อาจรู้ได้ว่าวันพรุ่งนี้จะเกิดอะไรขึ้น แต่อย่างน้อยที่สุดมนุษย์คือสิ่งมีชีวิตที่สามารถวางแผนเพื่ออนาคตของตัวเอง ใครเลือกจะเป็นแบบไหน อยากจะเป็นอะไร คงต้องคิดเอาไว้แล้วจะปูเส้นทางของตัวเองอย่างไร
เกาะติดข่าวกีฬา แค่กดติดตาม ไลน์@ข่าวสดกีฬา ที่นี่
![]()
กระนั้นก็ดีบางครั้งชีวิตเป็นสิ่งเข้าใจยาก เรื่องไม่คาดคิดว่าจะเกิดกลับต้องเผชิญ
“หมอเอก” นายแพทย์เอกภพ เพียรพิเศษ หากเป็นเมื่อก่อนใครเอ่ยชื่อนี้เชื่อว่านับนิ้วได้ว่ามีกี่คนที่รู้จัก
หมอเอก เป็นศัลยแพทย์กระดูกประจำอยู่โรงพยาบาลอ.เทิง จ.เชียงราย แต่มีใจรักในด้านกีฬาโดยเฉพาะอย่างยิ่ง “เกมลูกหนัง” เป็นสิ่งที่ไม่อาจวางตา ถึงขนาด ออกปากขอหน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่น เจียดงบประมาณมาสร้างสนามบอลหลังโรงพยาบาลให้เด็กๆ ในพื้นที่ได้มีโอกาสฝึกซ้อมและลงเล่น รวมถึงพาไป แข่ง
ด้วยความรักในกีฬาลูกหนังจึงอยู่กับกีฬาลูกกลมๆ อย่างต่อเนื่อง กระทั่งปี 2009 ได้รับการทาบทามขึ้นรั้งตำแหน่งประธานสโมสรเชียงราย เอฟซี (ปัจจุบัน เปลี่ยนชื่อเป็นเชียงราย ซิตี้) แต่เนื่องจากการทำทีมฟุตบอลจำเป็นต้องใช้งบประมาณค่อนข้างสูง จึงจำใจต้องอำลาตำแหน่งทั้งที่เพิ่งทำทีมได้เพียงสองปี แต่ทั้งนี้ ได้ชื่อว่าเป็นประธานสโมสรคนแรกของสโมสรแห่งนี้
กระทั่งสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ประกาศกฎซึ่งสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) รวมถึง สมาพันธ์ฟุตบอลเอเชีย (เอเอฟซี) กำหนดว่าสโมสร อาชีพต้องจดทะเบียนเป็นบริษัทเอกชน รวมถึงต้องมีแพทย์ประจำทีม ซึ่งตอนนั้นเชียงราย ยูไนเต็ด ที่บริหารงานโดย “เสี่ยฮั่น”มิตติ ติยะไพรัช นั่งตำแหน่ง
ประธานสโมสรจึงชวน “หมอเอก” เข้ามาร่วมงาน
นั่นคือจุดเริ่มต้นของการก้าวสู่หมอประจำทีมชาติไทย เพราะเมื่อปี 2012 “เสี่ยฮั่น” ก้าวขึ้นเป็นผู้จัดการทีมชาติไทย จึงหนีบ “หมอเอก” ไปเป็นแพทย์ประจำทีม ชาติไทย ผ่านการแข่งขันหลายเวที นับเป็นเกียรติของหมอคนหนึ่งที่ได้รับใช้ชาตินอกเหนือจากการรักษาคนไข้
จนกระทั่งวันหนึ่งที่ไม่มีใครคาดคิด นายแพทย์ที่ทำหน้าที่หมอในสนามฟุตบอลตัดสินใจกระโดดเข้าสู่วงการการเมือง!!!
“ปกติผมติดตามข่าวสารบ้านเมืองอยู่ตลอด มีความรู้สึกส่วนตัวว่าไม่ว่านักการเมืองคนไหน พรรคใด สุดท้ายแล้วผมคงเหมือนกับอีกหลายคนที่มองแล้วว่าาแต่ ละคนไม่สามารถตอบโจทย์ได้เลย กระทั่งวันหนึ่งผมได้เห็นคุณธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ไปออกรายการโทรทัศน์แสดงทัศนคติทางการเมือง ซึ่งแตกต่างจากคนอื่น จึงยื่นโปรไฟล์ส่วนลงในเว็บไซต์ของพรรค ซึ่งตอนนั้นยังไม่ตั้งพรรคด้วยเป็นเพียง กลุ่ม อนาคตใหม่ เท่านั้น”
“เรื่องการเมืองผมอาจจะใหม่แต่ผมต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลง ผมไม่ต้องการเห็นการเมืองที่ต้องใช้หัวคะแนนหาเสียง ผมต้องการสบตากับชาวบ้านที่ผม ออกหาเสียง แม้แต่ตัวพรรคเองยังหนักใจเพราะนักการเมืองทั้งจากเพื่อไทยซึ่งเป็นตัวเต็ง รวมถึงพลังประชารัฐที่เป็นนักการเมืองทองถิ่น แต่สุดท้ายด้วยความ จริงใจและความตั้งใจผมชนะการเลือกตั้ง”
“ผมไม่รู้หรอกว่าสุดท้ายแล้วจะมีโอกาสเข้าไปบริหารงานในฐานะรัฐบาลหรือไม่ แต่หากมีโอกาสผมยืนยันว่าสิ่งที่แรกที่จะเข้าไปทำคือเรื่องกีฬา รองลงมาคง เป็นเรื่องสาธารณสุข เพราะเป็นงานที่ผมถนัดที่สุดเนื่องจากเราอยู่กับเรื่องเหล่านี้มาตลอด แต่ถ้าไม่ได้ดูเรื่องนี้ผมคงหาเรื่องไปยุ่งเกี่ยวอยู่ดี”
“เอาง่ายๆ แค่เรื่องฟุตบอลแม้ลีกไทยจะดูดีเป็นอันดับต้นๆ ของทวีปเอเชีย แต่ความจริงแล้วภายในกลวง เพราะแต่ละทีมแทบไม่มีเงิน ผมอยากเห็นรัฐบาลให้ ความช่วยเหลือโดยเฉพาะอย่างยิ่งสิ่งอำนวยความสะดวก รวมถึงสนามแข่ง ยกตัวอย่างญี่ปุ่น ภาครัฐมองกาลไกลว่าจะเป็นเจ้าภาพกีฬารายการใหญ่จึงลงทุน สร้างสนามและให้สโมสรเข้าไปใช้งาน เมื่อถึงเวลาสามารถใช้สนามเหล่านี้ได้ทันที ไม่ต้องให้สโมสรต้องควักเงินตัวเอง เอาเงินไปใช้ด้านอื่นแทน”
“อีกเรื่องคือการเก็บข้อมูลนักเตะ หากดูให้ดีนักเตะแต่ละรุ่นเมื่ออายุมากขึ้น เราจะส่งต่อไปกลับไม่มีการเก็บข้อมูลว่านักเตะคนนั้นเป็นอย่างไร มีอาการบาดเจ็บ ตรงไหน สไตล์การเล่นเป็นอย่างไร สุดท้ายโค้ชแต่ละรุ่นอายุเป็นคนเลือกนักเตะเอง ทำให้เด็กไทยไม่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง หากผมมีโอกาสผมอยากทำ ตรงนี้เชื่อว่าจะสร้างประโยชน์ให้วงการฟุตบอลไทยไม่มากก็น้อย”
“สุดท้ายแม้ว่าผมจะเลือกเดินบนเส้นทางการเมืองแต่ผมยังเป็นคนกีฬาที่อยากให้วงการกีฬาไทยพัฒนาสู้กับนานาชาติได้ มีพื้นที่ให้เด็กรุ่นใหม่สร้างอาชีพที่มั่น คงทางด้านกีฬารวมถึงสาธารณสุข และผมขอขอบคุณทุกคะแนนเสียงที่มอบให้กับผม ผมจะพยายามอย่างเต็มที่ไม่ให้ทุกคนที่เลือกต้องผิดหวัง”
จากนี้คงต้องติดตามว่าสุดท้ายแล้วว่าฝ่ายไหนจะได้เป็นผู้จัดตั้งรัฐบาล และ “หมอเอก” จะมีบทบาทกับการพัฒนาวงการกีฬามากน้อยเพียงใด แต่ที่แน่ๆ มีหนึ่งคนที่ต้องขอบคุณ “หมอเอก” นั่นคือ มีโชค มหาศรานุกูล แบ๊กของสุพรรณบุรี เอฟซี เพราะหมอคือคนชุบชีวิตจากที่ขาลีบแทบจะเล่นฟุตบอลไม่ได้กลับมาเป็นนักเตะอาชีพอีกครั้ง
นี่จึงนับเป็นการเปลี่ยนแบบไม่น่าเชื่อว่าจาก “หมอทีมชาติ” จะก้าวสู่ “ส.ส.” จากคนกีฬาสู่สภาอันทรงเกียรติ
หวังเป็นอย่างยิ่งว่า “หมอ” จะสามารถถ่ายทอดเรื่องกีฬาที่ว่า “รู้จักแพ้ รู้จักชนะ” ให้นักการเมืองไทยได้รู้จักบ้าง
อ่านข่าวอื่นที่นี่
เอล ซัลวาดอร์ ส่อชวด ‘คิงส์คัพ’ หลังตีตั๋ว “คอนคาเคฟ โกลด์ คัพ”