การท่าเรือ เขี่ยเชียงรายแชมป์เก่าร่วงเอฟเอ คัพ – บุรีรัมย์เฮจุดโทษเข้าตัดเชือก

การท่าเรือ

การท่าเรือ เอฟซี โชว์ฟอร์มยอดเยี่ยมในการเปิดบ้านรับการมาเยือนของสิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ด้วยการเชือดแชมป์เก่าสุดมัน ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศ ฟุตบอลช้าง เอฟเอ คัพ 2019 ขณะที่ “ปราสาทสายฟ้า”บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ต้องลุ้นถึงดวลจุดโทษ หลังไล่ตีเสมอ “ช้างขาวจ้าวเกาะ”ตราด เอฟซี สุดมัน 2-2

การท่าเรือ เอฟซี เปิดบ้านที่แพท สเตเดียม รับการมาเยือนของ “กว่างโซ้งมหาภัย”สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด เมื่อ 7 ส.ค. ในศึกช้าง เอฟเอ คัพ 2019 รอบ 8 ทีมสุดท้าย โดยสิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด เป็นแชมป์เก่ารายการนี้มาสองปีติดต่อกัน

เกาะติดข่าวกีฬา แค่กดติดตาม ไลน์@ข่าวสดกีฬา ที่นี่
เพิ่มเพื่อน

เริ่มเกมเจ้าบ้านได้ลุ้นตั้งแต่นาทีแรก เซอร์จิโอ ซัวเรซ หลุดเข้าไปยิงในเขตโทษฝั่งขวา อภิรักษ์ วรวงศ์ ผู้รักษาประตูกว่างโซ้งมหาภัยล้มตัวปัดไว้ได้ จากนั้นเจ้าบ้านยังเป็นฝ่ายทำได้ดีกว่าในการสร้างเกมบุก นาทีที่ 6 เซอร์จิโอ ซัวเรซ ตวัดบอลจากขวาไปให้ บดินทร์ ผาลา ซัดเน้นๆ แต่โดน ศราวุธ อินทร์แป้น ผู้เล่นทีมเยือนยังบล็อกเอาไว้

เข้าสู่นาทีที่ 15 กลายเป็นการท่าเรือ เอฟซี ขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะที่ สุมัญญา ปุริสาย เปิดเรียดลูกเตะมุมทางขวาเข้าไปบริเวณจุดโทษโรซิมาร์ อมานซิโอ โหม่งผิดเหลี่ยมไปโดน ธนะศักดิ์ ศรีใส ส่งบอลเปลี่ยนทางเข้าทางเข้าประตูตัวเอง

เท่านั้นไม่พอ เข้าสู่นาทีที่ 19 เสียงเชียร์ในแพท สเตเดียม ดังลั่นอีกครั้ง สุมัญญา ปุริสาย หลุดเข้าไปยิงในเขตโทษ ด้วยการแหวก 3 แนวรับของทีมเยือน ก่อนแปเล่นทางส่งบอลเข้าไป ทำให้การท่าเรือ เอฟซี หนีสิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ไปเป็น 2-0 จากนั้นไม่มีประตูเพิ่มจบครึ่งแรกเจ้าถิ่นนำอยู่ 2-0

ครึ่งหลังเจ้าบ้านยังเป็นฝ่ายที่เล่นเกมรุกได้ไหลลื่นมากกว่า นาที 51 สิงห์เจ้าท่า มีโอกาสอีกครั้ง เมื่อ มาร์ติน สตูเบิล แบ๊กซ้ายเติมเกมขึ้นมาครอสบอลจากซ้ายไปให้ เซอร์จิโอ ซัวเรซ โหม่งที่เสาไกลส่งบอลเข้าไป พาเจ้าบ้านหนีห่าง 3-0 แต่อย่างไรก็ดี นาที 52 สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ไล่ตาม การท่าเรือ เอฟซี 1-3 จากการเข้าชาร์จแบบจ่อๆของโรซิมาร์ อมานซิโอ

จากนั้นเชียงราย พยายามเร่งเกมบุกอย่างหนัก เข้าสู่นาที 75 สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด มาได้จุดโทษ หลังจาก โรซิมาร์ อมานซิโอ ได้บอลในกรอบเขตโทษพยายามยกบอลหนีกองหลังเจ้าบ้าน บอลไปโดนมือ เอเลียส ดอเลาะ ผู้ตัดสินเป่าฟาวล์พร้อให้จุดโทษทีมเยือนและโรซิมา อมานซิโอ รับหน้าที่สังหารไม่พลาดให้ทีมเยือนไล่มาเป็น 2-3

นาที 81 “กว่างโซ้งมหาภัย” ที่ยังตามหลังต้องเสียเปรียบเหลือ 10 คน หลังจาก วิลเลี่ยม เอ็นริเก้ ไปกระแทก โก ซุล กิ ทางด้านหลัง ทำให้เป็นใบเหลืองที่สองกลายเป็นใบแดงทันทีไล่ออกไป จากนั้นไม่มีสกอร์เพิ่มจบเกมการท่าเรือเปิดบ้านเฉือนชนะสิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด สุดมัน 3-2 ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศ

อีกคู่ที่สนามกีฬากลางจ.ตรา “ช้างขาวจ้าวเกาะ”ตราด เอฟซี เปิดบ้านพบ “ปราสาทสายฟ้า”บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เกมนี้เจ้าบ้านขึ้นนำห่างถึง 2-0 จากการโหม่งของดิยุฟ บิรัม ในนาที 44 และ วงศกร ชัยกุลเทวินทร์ ในนาที 50 แต่ทีมเยือนไม่ยอมแพ้ ไล่ตีเสมอเป็น 2-2 จากการยิงของ นาเซอร์ บาราซิต นาที 50 และอันเดรส ตูเนซ ในนาที 85 ทำให้ต้องต่อเวลาพิเศษ

โดยตลอดการต่อเวลาพิเศษอีก 30 นาทีทั้งสองทีมทำอะไรกันไม่ได้จบ 120 นาที เสมอกันอยู่ 2-2 ต้องตัดสินด้วยการดวลลูกโทษที่จุดโทษผลปรากฏว่าขุนพลปราสาทสายฟ้า เป็นฝ่ายที่ยิงแม่นกว่าเอาชนะไปด้วยสกอร์รวม 7-6

ส่วนผลคู่อื่น นครราชสีมา เอฟซี แพ้ แบงค็อก ยูไนเต็ด 0-1 และราชบุรี เอฟซี ชนะ ไทยฮอนด้า เอฟซี 3-1

บทความก่อนหน้านี้หนุ่มพิการเดินไหว้ลา ก่อน ผูกคอดับ กลางบ้าน ญาติแปลกใจลักษณะเชือกที่ผูก
บทความถัดไปช่วยระทึก สาวท้องชักเกร็ง รถรพ.ซิ่งฝ่าฝน เจอไม้ใหญ่-สายไฟ ล้มขวางถนน