เมื่อวันที่ 7 เม.ย. สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติหรือฟีฟ่า ประกาศงบดุลบัญชีในรอบปี 2016 พบว่า ก่อนหักภาษี ฟีฟ่าขาดทุนสูงถึง 369 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 12,759 ล้านบาท หลังจากเกิดปัญหาคอร์รัปชั่นสะเทือนวงการลูกหนังโลกในรอบ 1-2 ปีที่ผ่านมา
ทั้งนี้การขาดทุนในปีนี้เพิ่มขึ้นจากปี 2015 จำนวน 117 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เนื่องจากต้องเสียค่าใช้จ่ายในด้านเกี่ยวกับทางคดีที่มีการฟ้องร้องเพิ่มขึ้น รวมทั้งต้องเสียค่าใช้จ่ายสำหรับการประชุมใหญ่วาระพิเศษเพื่อเลือกตั้งประธานฟีฟ่าคนใหม่ แทนนายเซ็ปป์ แบล็ตเตอร์ ที่ลาออกจากตำแหน่ง
โดยค่าใช้จ่ายสำหรับเรื่องคดีฟ้องร้องต่างๆนั้นเพิ่มขึ้นเท่าตัว จำนวน 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
นอกจากนี้ยังต้องเสียค่าใช้ง่ายในด้านการพัฒนา และให้การศึกษาสูงถึง 428 ล้านดอลลาร์ระหว่างปี 2016 เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่มีตัวเลขเพียง 187 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
จากการขาดทุนในปีนี้ ทำให้เงินทุนสำรองของฟีฟ่า ลดลง จาก 1,410 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อปี 2015 เหลือเพียง 1,048 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
และในปี 2017 ฟีฟ่าคาดว่าจะยังขาดทุนต่อเนื่อง จำนวน 489 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่จะพลิกสร้างกำไรได้ในปี 2018 ซึ่งจะมีการจัดฟุตบอลโลก 2018 ที่รัสเซีย คาดว่าจะมีกำไรสูงถึง 1,070 ล้านดอลลาร์
อย่างไรก็ตาม ฟีฟ่ามั่นใจว่าในอนาคตรายได้ของฟีฟ่าจะสูงขึ้น