บิ๊กเน แจงเหตุผลขอรับถ้วยแชมป์ในบ้าน – ชี้เพื่อความสะดวกฝ่ายเตรียมงาน

บิ๊กเน

บิ๊กเน เนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ออกมาแจงประเด็นดราม่า ไม่ขอรับถ้วยแชมป์ไทยลีก ในเกมนัดสุดท้ายที่สนามสมโภช 700 ปี เชียงใหม่ ชี้ไม่ได้ตั้งข้อแม้หรือเจตนาละเมิดกฎระเบียบการแข่งขัน แต่เพื่ออำนวยความสะดวกแต่ผู้จัดงาน เนื่องจากยังไม่ทราบว่าบุรีรัมย์ หรือเชียงราย ที่จะเป็นแชมป์

บิ๊กเน เนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ออกแถลงการณ์ผ่านเพจเฟซบุ๊ก “ลุงเนวิน” เกี่ยวกับประเด็นดราม่า ไม่ขอรับถ้วยแชมป์ไทยลีก หลังจบเกมนัดสุดท้ายที่สนามเชียงใหม่ โดยมีเนื้อหาดังนี้

เกาะติดข่าวกีฬา แค่กดติดตาม ไลน์@ข่าวสดกีฬา ที่นี่
เพิ่มเพื่อน

เรียน แฟนบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ทุกท่าน

ก่อนที่จะมีการขยายผลจนกลายเป็นความเข้าใจผิด และส่งผลเสียหายทั้งต่อสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ มากกว่าที่เป็นอยู่ในขณะนี้

ผมขอเรียนชี้แจงข่าวเรื่องสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จะไม่รับถ้วยแชมป์ ที่เชียงใหม่ แต่จะมารับที่บุรีรัมย์ ดังนี้

1. สถานการณ์การแข่งขันในขณะนี้ ยังไม่สามารถบอกได้ว่าทีมใดจะเป็นแชมป์ ระหว่าง เชียงราย ยูไนเต็ด ที่ต้องเยือนสุพรรณบุรี เอฟซี กับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่ต้องเยือนเชียงใหม่ เอฟซี

2. ขณะนี้ ทั้ง 2 สโมสรคือ เชียงราย ยูไนเต็ด และ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด มีโอกาสจะเป็นแชมป์เท่ากัน ในขณะที่มีถ้วยรางวัล 1 ใบ มีผู้บริหารสมาคม 1 คณะ ผู้บริหารไทยลีก 1 คณะ จะเตรียมการจัดพิธี และเตรียมกาาเดินทางไปทำพิธีมอบถ้วยรางวัลอย่างไรได้อย่างสมเกียรติ สมศักดิ์ศรี ถ้วยรางวัลแชมป์ลีกสูงสุดของประเทศไทย

3.การอำนวยความสะดวกแก่ผู้สนับสนุนการแข่งขันจำนวนมาก ที่จะเข้าร่วมพิธีมอบถ้วยรางวัล ซึ่งจะมีข้อจำกัดด้านการเดินทางเข้าร่วมพิธีมอบถ้วยรางวัล หากต้องจัดเตรียมไว้ทั้ง 2 สนาม คือจังหวัดสุพรรณบุรี กับจังหวัดเชียงใหม่ ในเวลาเดียวกัน

4.เป็นไปไม่ได้เลย ที่ถ้วยรางวัล ซึ่งมีอยู่ 1 ใบ จะไปรอเพื่อทำพิธีมอบรางวัลที่สนามทั้ง 2 สนามในเวลาเดียวกัน แม้จะเดินทางจากสนามหนึ่งไปสนามหนึ่ง ด้วยเครื่องบินต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่า 1 ชั่วโมง ซึ่งจะมีความยุ่งยาก และมีโอกาสที่พิธีมอบรางวัลจะล่าช้า ไม่ได้รับความสนใจจากแฟนฟุตบอลในสนามแข่งขัน และเมื่อพิจารณาถึงการเดินทางของผู้บริหารสมาคมกีฬาฟุตบอล และผู้สนับสนุนการแข่งขันที่ต้องเข้าร่วมพิธีมอบรางวัล ยิ่งมีความยุ่งยากมากขึ้น

5.กรณีเช่นนี้ เคยเกิดขึ้นมาแล้ว สมาคมต้องมีการจัดเตรียมพิธีมอบถ้วยรางวัล ทั้ง 2 สนามในเวลาเดียวกัน เมื่อปี 2557 ที่จังหวัดชลบุรี และจังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งผมทราบว่ามีค่าใช้จ่ายจำนวนมาก และสร้างความลำบากให้กับผู้สนับสนุนที่เข้าร่วมพิธีมอบรางวัลมากพอสมควร

6.ในฐานะประธานสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จึงได้แจ้งไปยังสมาคมกีฬาฟุตบอลว่า เพื่อไม่เป็นการสร้างความลำบากสำหรับฝ่ายจัดการแข่งขัน และผู้สนับสนุนการจัดการแข่งขันไม่ต้องจัดเตรียมพิธีมอบถ้วยรางวัลที่จังหวัดเชียงใหม่ ก็ได้

7.กรณีบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ได้เป็นแชมป์ไทยลีก สโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด พร้อมที่จะรับถ้วยรางวัลในวันอื่น และสโมสรยินดีที่จะจัดพิธีเอง ที่จังหวัดบุรีรัมย์ โดยสโมสรพร้อมรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเอง

8.สโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ขอเรียนว่า สโมสรให้ความเคารพคู่แข่งขัน และเพื่อนสโมสรร่วมลีกทุกสโมสร เมื่อการแข่งขันยังไม่เสร็จสิ้น จึงเห็นว่าไม่ควรมีการเตรียมการ ซึ่งจะก่อให้เกิดค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น และส่งผลกระทบต่อคนทำงาน และผู้ร่วมพิธีจำนวนมาก ไม่ได้มีเจตนาที่จะละเมิดกฎ ระเบียบของผู้จัดการแข่งขัน ด้วยการยื่นเงื่อนไข หรือต่อรองเพื่อประโยชน์ หรือความสะดวกสบายของสโมสรแต่อย่างใด

9.การเสนอความเห็นของสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ต่อสมาคมกีฬาฟุตบอลเป็นไปด้วยเจตนาดี คำนึงถึงความเหมาะสม ความสะดวกในการเดินทางของถ้วยรางวัล และผู้ร่วมพิธี รวมถึงความเป็นไปได้จริงของการทำงาน แต่กลับถูกแปรเจตนาเป็นอื่น และมีการขยายผลชี้นำด้วยเจตนาร้าย จนก่อให้เกิดความเข้าใจผิดแก่สโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อย่างมาก

ดังนั้น หากสมาคมกีฬาฟุตบอลมีความพร้อมที่จะจัดพิธีมอบถ้วยรางวัล ที่สมเกียรติ และสมศักดิ์ศรี โดยมีผู้บริหารสมาคมและผู้สนับสนุนการจัดการแข่งขัน เข้าร่วมพิธี ได้ทั้ง 2 สนาม สโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ไม่ขัดข้อง ที่จะปฏิบัติตามที่สมาคมกีฬาฟุตบอลกำหนดทุกประการ

บทความก่อนหน้านี้ปลัดกลาโหมรวมกำลังพลกลาโหม “เราทำความดี ด้วยหัวใจ”
บทความถัดไปตำรวจคู่กรณี หนิง ปณิตา เปิดใจแจงใช้เวลาแค่ 5 นาที ไม่รู้ยี่ห้อจริงๆ ไม่โกรธใคร