งูใหญ่เซ็งสุดขีดหลังสามารถส่งบอลตุงตาข่ายได้ถึง 4 หน แต่กลายเป็นลูกล้ำหน้าถึง 3 ครั้ง ก่อนพ่ายบาร์เซโลนาหวิว ตกรอบยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก อย่างน่าเจ็บใจ

เกาะติดข่าวกีฬา แค่กดติดตาม ไลน์@ข่าวสดกีฬา ที่นี่
เพิ่มเพื่อน

การแข่งขันฟุตบอลยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม กลุ่มเอฟ “งูใหญ่”อินเตอร์ มิลาน จากอิตาลี เปิดสนามสตาดิโอ จูเซปเป เมอัซซา รับการมาเยือนของ “เจ้าบุญทุ่ม”บาร์เซโลนา จากสเปน

เกมนี้เจ้าถิ่นส่ง โรเมลู ลูกากู, เลาตาโร มาร์ติเนซ, มาร์เซโล โบรโซวิช ลงนำทัพ ส่วนทีมเยือนหมุนเวียนผู้เล่นหลายตำแหน่ง แต่ยังมี อองตวน กรีซมันน์, อิวาน ราคิติช, อาร์ตูโร วิดัล เป็นดาวเด่น

เริ่มเกมมา 7 นาที อินเตอร์ส่งบอลเข้าสู่ก้นตาข่าย จากจังหวะเก็บตกแล้วหวดสวนเข้าเขตโทษ โรเมลู ลูกากู พักบอลได้แล้วพลิกตัวยิงเข้าไป แต่ผู้กำกับเส้นยกธงล้ำหน้าแล้ว

นาที 8 บาร์เซโลนาก็มีเสียวบ้าง การ์เลส เปเรซ วิ่งแซงแนวรับตามบอลไปทางริมกรอบเขตโทษด้านซ้ายแล้วตวัดยิง ซามีร์ ฮันดาโนวิช ต้องออกแรงล้มตัวปัดทิ้ง

นาที 19 อินเตอร์มีลุ้นอีก โรเมลู ลูกากู ป้ายบอลต่อให้ คริสเตียโน บิรากี เติมสูงมาถึงกรอบเขตโทษด้านซ้ายแล้วกดเต็มข้อ เนโต ยังทุบออกไปได้

นาที 23 กลายเป็นฝั่งบาร์เซโลนาได้เฮ อองตวน กรีซมันน์ จ่ายยัดเข้าเขตโทษหวังให้ อาร์ตูโร วิดัล แล้วโดนกองหลังแหย่ไว้ แต่กลายเป็นมาเข้าทาง การ์เลส เปเรซ ได้กดไม่เหลือซาก ทีมเยือนนำ 1-0

นาที 36 อินเตอร์วางบอลเข้าเขตโทษ เลาตาโร มาร์ติเนซ พักลงแล้ววอลเลย์อย่างถนัดถนี่ นายทวารยังทุบทิ้งได้เยี่ยม

นาที 44 เลาตาโร มาร์ติเนซ พยายามบังบอลไม่ให้กองหลังเข้าแย่งบริเวณหัวกะโหลกหน้าเขตโทษ แล้วกลายเป็นเปิดโอกาสให้ โรเมลู ลูกากู วิ่งมาซัดเสียบตาข่ายอย่างเฉียบขาด อินเตอร์จึงตีเสมอ 1-1 และจบครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้

ครึ่งหลังนาที 73 เจ้าถิ่นส่งบอลสู่ก้นตาข่ายอีกครั้ง ดิเอโก โกดิน วางบอลข้ามแนวรับให้ เลาตาโร มาร์ติเนซ สปีดเข้าไปพักอกลงในเขตโทษ ก่อนซัดไม่เหลือ แต่เป็นลูกล้ำหน้าไปก่อนแล้ว

นาที 80 อินเตอร์ส่งบอลเข้าประตูเสียเปล่าอีกหน มัตเตโอ โปลิตาโน ยิงจากด้านขวาของกรอบเขตโทษติดเซฟนายทวาร โรเมลู ลูกากู จึงเข้าเบียดแย่งกับกองหลังจนเปิดทางให้ เลาตาโร มาร์ติเนซ วิ่งเข้าซัดตุงตาข่าย แต่เป็นการล้ำหน้าตั้งแต่จังหวะลูกากูก่อน

นาที 86 กลับเป็นบาร์เซโลนาได้ประตูเสียอย่างนั้น อันซู ฟาติ ทำชิ่งกับ หลุยส์ ซัวเรซ ก่อนที่ฟาติจะสับไกยิงจากนอกเขตโทษ บอลพุ่งเรียดชนเสาเข้าไป กลายเป็นประตูชัยให้ทีมเยือนบุกมาชนะ 2-1

ส่วนอีกคู่ โบรุสเซีย ดอร์ตมุนด์(เยอรมนี) ชนะ สลาเวีย ปราก(สาธารณรัฐเช็ก) 2-1

ทำให้จบ 6 นัด บาร์เซโลนาได้แชมป์กลุ่ม(14 คะแนน) ตามด้วยอันดับ 2 ดอร์ตมุนด์(10 คะแนน) ส่วนอันดับ 3 อินเตอร์(7 คะแนน) ไปยูฟ่า ยูโรปา ลีก และอันดับ 4 สลาเวีย ปราก(2 แต้ม) ตกรอบ

กลุ่มจี โอลิมปิก ลียง จากฝรั่งเศส เปิดบ้านเสมอไลป์ซิก จากเยอรมนี 2-2 ทีมเยือนนำก่อน 2 เม็ดจาก เอมิล ฟอร์สเบิร์ก นาที 9(จุดโทษ), ติโม แวร์เนอร์ นาที 33(จุดโทษ) แต่เจ้าถิ่นไล่เจ๊าจาก ฮุสเซม อาอูอาร์ นาที 50, เมมฟิส เดอปาย นาที 82

ผลอีกคู่ เบนฟิกา(โปรตุเกส) ชนะ เซนิต เซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก(รัสเซีย) 3-0

หลังจบ 6 นัด ไลป์ซิกได้แชมป์กลุ่ม(11 คะแนน) ตามด้วยอันดับ 2 ลียง(8 แต้ม) เข้ารอบน็อกเอาต์ทั้งคู่ ส่วนอันดับ 3 เบนฟิกา(7 แต้ม) ปาดหน้าคว้าตั๋วยูฟ่า ยูโรปา ลีก พร้อมกับส่งอันดับ 4 เซนิตฯ(7 แต้ม) ที่เฮดทูเฮดด้อยกว่า ตกรอบไปแบบชอกช้ำ

กลุ่มเอช “สิงโตน้ำเงินคราม”เชลซี จากอังกฤษ เปิดบ้านเฉือนชนะลีลล์ จากฝรั่งเศส 2-1 เซซาร์ อัซปิลิกูเอตา เหมาคนเดียว 2 ลูกให้เจ้าถิ่นนาที 19 และ 35 ส่วนทีมเยือนได้จาก โลอิก เรมี นาที 78

ส่วนอีกคู่ อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม(เนเธอร์แลนด์) แพ้ บาเลนเซีย(สเปน) 0-1

ทำให้จบ 6 นัด บาเลนเซียได้แชมป์กลุ่ม ส่วนเชลซีเป็นรองแชมป์กลุ่ม โดยเก็บได้ 11 คะแนนเท่ากัน ต่างกันที่เฮดทูเฮด แต่ก็เข้ารอบทั้งคู่ ด้านอันดับ 3 อาแจ็กซ์(10 แต้ม) ไปเล่นยูฟ่า ยูโรปา ลีก และอันดับ 4 ลีลล์(1 แต้ม) ตกรอบ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน