ฝ่ายจัด ”อะเมซิ่ง ไทยแลนด์” ยืดอกรับผิด - เผยทีมจุดพลุเยอะเกินความเหมาะสม

2 ก.พ. 2563 - 17:39 น.

ฝ่ายจัด งานวิ่งรายการอะเมซิ่ง ไทยแลนด์ยืดอกรับผิดแต่เพียงผู้เดียว หลังมีกระแสดราม่า เรื่องการจุดพลุปล่อยตัววิ่ง เผยทีมจุดพลุจุดพลุเยอะเกินความเหมาะสม

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2563 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานปล่อยตัวการแข่งขันวิ่งมาราธอนส่งเสริมการท่องเที่ยวระดับโลก รายการอะเมซิ่ง ไทยแลนด์ มาราธอน แบงค็อก 2020 พรีเซนเต็ด บาย โตโยต้าโดยมีนักวิ่งรวมทุกระยะ สมัครเข้าร่วมการแข่งขันเต็มจำนวน 28,000 คน

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ก่อนการแข่งขันจะเริ่มขึ้น ยอมรับว่ากังวลเรื่องค่าฝุ่นละออง pm 2.5 แต่เมื่อการแข่งขันเริ่มขึ้นบรรยากาศเป็นใจ ทำให้ทุกอย่างลงตัว ซึ่งทำให้การจัดการแข่งขันครั้งนี้ประสบความสำเร็จมาก มีนักวิ่งทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเข้าร่วมวิ่งกันเป็นจำนวนมาก และเต็มความจุที่ฝ่ายจัดการแข่งขันจะรับได้ ที่สำคัญครั้งนี้มีผู้แทนจากสหพันธ์กรีฑานานาชาติ เข้าร่วมสังเกตุการณ์ด้วย ซึ่งจากการพูดคุยกับเขาได้รับการยืนยันว่าการจัดของเราครั้งนี้ประสบความสำเร็จ ทำให้มีการพูดถึงความเป็นที่จะยกระดับงานวิ่งรายการนี้ขึ้นไปเป็นลำดับที่ 7 ของงานวิ่งระดับโลก ที่ก่อนหน้านี้มีเพียง 6 ประเทศเท่านั้น ซึ่งเมื่อทุกคนพูดถึงงานวิ่งของประเทศไทย ก็จะต้องนึกถึง อะเมซิ่ง ไทยแลนด์ มาราธอน

ด้านผลการแข่งขันระยะมาราธอน 42.195 กม. ที่มีจุดปล่อยตัวที่ราชมังคลากีฬาสถาน หัวหมาก และเข้าเส้นชัยที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ประเภททั่วไปชาย แชมป์ตกเป็นของ เยเน่ บีเลย์ โอลเคบ้า ปอดเหล็กจากเอธิโอเปีย เวลา 02.19.31 ชั่วโมง รับเงินรางวัล 200,000 บาท ส่วนคนไทยที่ทำเวลาดีที่สุดเป็น บุญถึง ศรีสังข์ จอมอึดทีมชาติไทย สถิติ 02.35.27 ชั่วโมง รับเงินรางวัล 50,000 บาท โดยทั้งสองคนได้รับถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร

ขณะที่ ทั่วไปหญิง แชมป์เป็นของ ทเซดาล โซเคเล่ จากเอธิโอเปีย เวลา 02.42.28 ชั่วโมง รับเงินรางวัล 200,000 บาท ส่วนคนไทยเวลาดีที่สุดเป็น ลินดา จันทะชิด ปอดเหล็กทีมชาติไทย เวลา 02.57.21 ชั่วโมง รับเงินรางวัล 50,000 บาท โดยทั้งสองคนได้รับถ้วยพระราชทานสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี


ด้าน ฮาล์ฟมาราธอน ระยะ 21.1 กม. ทั่วไปชาย แชมป์ได้แก่ แมทธิว แซมเปรู จาก เอธิโอเปีย เวลา 01.04.03 ชั่วโมง รับเงินรางวัล 50,000 บาท ขณะที่ ทั่วไปหญิง แชมป์ คาริมี่ เอสเธอร์ จาก เคนยา เวลา 01.17.16 ชั่วโมง รับเงินรางวัล 50,000 บาท ส่วนแชมป์คนไทย ชาย สัญชัย นามเขต เวลา 01.06.30 ชั่วโมง รับเงินรางวัล 30,000 บาท และแชมป์คนไทยฝ่ายหญิง อรนุช เอี่ยมทศ เวลา 01.26.13 ชั่วโมง โดยทั้งสี่คนได้รับถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา

ส่วนที่มีการวิพาษณ์วิจารณ์กันเกี่ยวกับการจุดพลุในช่วงพิธีเปิดในการแข่งขันนั้น นายกอบเกียรติ แสงวนิชย์ รองประธานคณะกรรมการจัดดงานว่าตนขอน้อมรับข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นในเรื่องดังกล่าวการจุดพลุมีวัตถุประสงค์เพื่อนับถอยหลังในการปล่อยตัว และส่งสัญญาณให้เจ้าหน้าที่ที่ทำงานในรัศมีใกล้เคียงได้รู้ว่ามีการปล่อยตัวในระยะต่างๆ แล้ว ซึ่งใช้เพียงการสื่อสารในระบบวิทยุหรือโทรศัพท์อย่างเดียวเกรงว่าจะสื่อสารไม่ถึง แต่สิ่งที่บกพร่องคือ ทีมจุดพลุจัดพลุมาเยอะเกินความเหมาะสม

อย่างไรในฐานะของฝ่ายอำนวยการจัดงาน ต้องขอโทษประชาชนทุกท่านที่เกิดเรื่องนี้ขึ้นมา ตนจะทำรายงานข้อบกพร่องทั้งหมดที่เกิดขึ้น อาทิ ช่วงเวลาของการจัดงาน, ปัญหาสภาพอากาศ และผลกระทบต่างๆ ให้กับท่านรัฐมนตรี(พิพัฒน์) และท่านผู้ว่า ททท.(ยุทธศักดิ์) อย่างเร่งด่วน เพื่อนำไปปรับปรุงแก้ไขในโอกาสต่อไป ในส่วนตัวรู้สึกเสียใจในข้อผิดพลาดที่ไม่ควรเกิดขึ้นในครั้งนี้นายกอบเกียรติกล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน












ภาพที่



อัลบั้มภาพ ฝ่ายจัด ”อะเมซิ่ง ไทยแลนด์” ยืดอกรับผิด - เผยทีมจุดพลุเยอะเกินความเหมาะสม
ข่าวที่เกี่ยวข้อง