เสี่ยเป้ รณฤทธิ์ ซื่อวาจา ผอ.เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ยอมรับออกสตาร์ตซีซั่น 2020 ไม่น่าประทับใจกับการได้เพียง 6 แต้ม แต่ชื่นชมแข้งหน้าใหม่ทำโชว์ฟอร์เข้าตา

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

เสี่ยเป้ รณฤทธิ์ ซื่อวาจา ผู้อำนวยการสโมสรเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ให้สัมภาษณ์ถึงประเด็นผลงานใน 4 เกมแรกที่ลงสนามในศึกไทยลีก 2020 พร้อมกับความคาดหวังต่างๆ ที่จะได้เห็นในซีซั่นนี้

กดติดตามไลน์ ข่าวสด official account ได้ที่นี่เพิ่มเพื่อน

“ตอนนี้เราติดภาวะการระบาดของโควิด-19 ซึ่งทุกคนในทีมต้องดูแลตัวเองและป้องกันตัวเอง ดูแลตัวเองอยู่ที่บ้าน ป้องกันการรวมตัวที่จะเกิดขึ้น เพื่อให้เราผ่านสถานการณ์นี้ไป ขอส่งความปรารถนาดีไปถึงทุกคนด้วย”

“การออกสตาร์ตในฤดูกาลนี้ถามว่ากับการมี 6 แต้มถามว่าพอใจไหม ส่วนตัวไม่พอใจนัก เพราะว่า 2 นัดแรกเราเสียไป 6 แต้มในจังหวะที่ไม่ควรเสีย เพราะเกิดทั้งการประท้วง ทั้งวีเออาร์ โดนไล่ออก 2 ใบเหลืองในนัดบีจี ปทุม ยูไนเต็ด และในนัดที่เล่นกับคู่แข่งหัวตารางอย่าง ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด เรามาเสียแต้มในบ้าน ซึ่งเป็นแต้มที่น่าเสียดายมาก แต่จริงๆ สภาพจิตใจยังแข็งแกร่งอยู่ ทำให้กลับมาได้ใน 2 นัดถัดมา ในเกมที่บุกชนะระยอง เอฟซี 3-0 และเกมล่าสุดที่เปิดบ้านชนะ ชลบุรี เอฟซี 1-0”

“ตอนนี้ทีมอยู่ในทิศทางที่ดีขึ้น ต้องยอมครับว่าการออกสตาร์ตปีนี้ไม่แข็งแกร่งเท่าที่ควรเพราะเนื่องจากผู้เล่นมาเจอปัญหาอาการบาดเจ็บของผู้เล่นหลัก ตั้งแต่ ไดสุเกะ ซาโตะ อดิศร พรหมรักษ์ วิลเลียน ป็อปป์ และอีกหลายต่อหลายคน รวมถึงการขาดหายไปของแกนหลักเดิมอย่าง เฮเบอร์ตี เฟอร์นันเดส ศุภนันท์ บุรีรัตน์ ไม่นับกับการเสีย ธีรศิลป์ แดงดา อดิศักดิ์ ไกรษร รวมถึงการไม่มี ธีราทร บุญมาทัน ต้องยอมรับว่าขุมกำลังลดลงพอสมควร”

“อย่างที่บอกไว้ทีมเตรียมความพร้อมเอาไว้กับผู้เล่นรุ่นใหม่ที่จะมาทดแทนการหายไปต่างๆ เราได้ผู้เล่นหน้าใหม่มา การไม่มี เฮเบอร์ตี ทำให้เรามี สหรัฐ กันยะโรจน์ รวมถึงเรายังมี วิลเลียน ป็อปป์ ซาร์เดอ มีร์ซาเยฟ และเรายังมี ลูคัส โฮชา ซึ่งเป็นกลุ่มผู้เล่นใหม่ที่ยังต้องใช้เวลาปรับจูน”

“ช่วง 4 แมตช์แรกกับผลงานของนักเตะรุ่นใหม่ ผมค่อนข้างพอใจ เพราะว่าปีนี้เป็นการปฏิบัติการของกิเลนยุคใหม่ สายพันธุ์ใหม่ ซึ่งเราคาดหวังกับผู้เล่นเหล่านี้ แต่ก่อนเราเคยมีผู้เล่นที่ติดทีมชาติเต็มทีม เคยมีครั้งหนึ่งที่นักเตะเอสซีจี เมืองทอง ติดทีมชาติ 10 จาก 11 ตัวแรก หรือบางช่วงมีติดทีมชาติเกิน 11 คน ยุคนั้นทำให้เราไม่สามารถพลักดันผู้เล่นดาวรุ่งหน้าใหม่ขึ้นมาได้ เราเสียผู้เล่นในชุดนั้นที่ย้ายไปอยู่ที่สิงห์ เชียงราย หรือที่ พัทยา ยูไนเต็ด ซึ่ง 2 กลุ่มนั้นทำให้นักเตะเราหายไปจำนวนมาก ทำให้เราขาดช่วง บวกกับการเสียผู้เล่นไปยุโรป ไปเจลีก ทำให้การคาดหวังผู้เล่นดาวรุ่งในชุดปัจจุบันเป็นการคาดหวังมากของเราที่จะสานต่อโครงสร้างอคาเดมีที่เราให้ความสำคัญมานาน ซึ่งปีนี้จะเป็นปีที่ตอบโจทย์กับสิ่งที่เราพยายามสร้างมา”

“จริงๆ แล้วหากบอกว่าเราจะไปไล่ล่าแชมป์คงจะไม่เชิงทั้งหมด เพราะด้วยประสบการณ์ของนักเตะที่ยังใหม่ และเราให้ อเล็กซานเดอร์ กามา ทำงานต่อเนื่องเป็นปีที่สองเพื่อให้แผนการทำงานของเขามีประสิทธิภาพที่สุด ปีที่แล้ว กามา เข้ามาช่วงเลกสอง แล้วปรับทีม และปีนี้เขาเป็นคนเลือกผู้เล่นและดูโครงสร้างของนักเตะเยาวชนขึ้นมา รวมถึงตัวที่กลับมาจากสัญญายืมตัว ผมว่ามันเป็นความท้าทายมากๆ สำหรับเราในปีนี้ คาดหวังว่าเรามีโอกาสจะเซอร์ไพรส์”

“เรามองว่าจริงๆ เราจะต้องจบหัวตารางใน 5 อันดับแรก รวมถึงโอกาสลุ้นในฟุตบอลถ้วยต่างๆ เรายังคาดหวัง แต่สิ่งที่เราต้องการเห็นคือวิธีการเล่น กับโอกาสของนักเตะดาวรุ่ง และการปรับจูนของนักเตะต่างชาติ อย่างที่ทราบกันดีค่าเฉลี่ยของนักเตะในทีมเรามีค่าเฉลี่ยที่น้อยที่สุด คือราว 24 ปีเศษ ส่วนตัวต่างชาติจะไม่ใช่นักเตะที่มีประสบการณ์สูงอะไร จะเป็นนักเตะที่มีโอกาสพัฒนาขึ้นได้อีก”

“ส่วนกรณีของ ดัง วัน ลัม ผู้รักษาประตูชาวเวียดนาม ปีนี้เขาออกสตาร์ตไม่ดี เขาบาดเจ็บจากช่วงปรีซีซั่น ทำให้มีความกังวลกับอาการบาดเจ็บ แล้วถูกแทนด้วย สมพร ยศ ซึ่งโชว์ฟอร์มได้ดี ช่วยป้องกันวังหวะสำคัญได้สองนัดติด ทำให้สถานการณ์ของการแข่งขันเข้มข้นขึ้นเลย เราต้องการให้เกิดการแข่งขันแบบนี้ เราต้องการให้มีการแย่งมือหนึ่งแบบเข้มข้นขึ้น ผมเชื่อว่า ดัง วัน ลัม เป็นผู้รักษาประตูที่มีคุณภาพมาก เขาคือระดับหัวแถวในอาเซียน”

“เรื่องที่ว่าจะขายเขาหรือไม่คงเป็นเรื่องของอนาคต ถ้ามีโอกาสที่เขาจะไปสู่ลีกที่สูงกว่า หรือมีข้อเสนอดีๆ ทางเราพร้อมพิจารณาแต่ต้องเป็นในช่วงเวลาที่เหมาะสม ซึ่งเราต้องมีตัวตายตัวแทนก่อน ซึ่งสัญญาของเขา เราเซ็นไว้ที่ 3 ปีบวกกับออปชั่น ซึ่งค่อนข้างยาวอยู่”

“ส่วน 4 นัดที่ผ่านมาใครทำผลงานได้ดีเป็นพิเศษ ถ้ามองไปที่ภาพรวม ผมว่า สารัช อยู่เย็น ยกระดับตัวเองขึ้นมา เขาเป็นหัวใจของทีม เป็นที่ยอมรับของทุกคน โชว์ผลงานได้ดีสมกับที่เป็นตัวหลักของทีมชาติไทยในตอนนี้ นอกจากนั้นนักเตะที่เป็นซีเนียร์ของทีมคนอื่นๆ ช่วยทีมได้เป็นอย่างดี วัฒนา พลายนุ่ม เล่นได้หลายตำแหน่งทั้งมิดฟิลด์และกองหลัง รวมถึง แดร์เลย์ ที่โชว์ฟอร์มได้อย่างมาตรฐาน กลุ่มเหล่านี้สามารถที่จะประคองนักเตะเราใหม่ของเรา ซึ่งเราจะมี สหรัฐ กันยะโรจน์ ที่โชว์ผลงานได้ดี เรามี วีระเทพ ป้อมพันธ์ ซึ่งแทรกเข้ามาเป็นตัวหลักได้ดี เรามี วัฒนากรณ์ สวัสดิ์ละคร ที่เล่นในตำแหน่งแบ๊กซ้ายแทน ธีราทร บุญมาทัน ในช่วงที่เราไม่มี ไดสุเกะ ซาโตะ ที่บาดเจ็บ รวมถึง เพชรรัตน์ โชติปาละ ที่ก้าวขึ้นมาในตำแหน่งแบ๊กขวาได้ เช่นเดียวกับ สมพร ยศ ผู้รักษาประตูด้วย สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้เป็นองค์ประกอบใหม่ของทีมในยุคนี้”

“การที่ไดสุเกะ ซาโตะ แบ๊กซ้ายทีมชาติฟิลิปปินส์ ที่บาดเจ็บบ่อย ต้องยอมรับว่าเขาโชคร้าย หลังจากที่เขาเล่นอย่างต่อเนื่องเมื่อช่วงปลายปีที่แล้ว ถ้ากลับไปดูสถิติเขาสมัยที่เล่นที่ยุโรป เขาเล่นต่อเนื่องจริงๆ แม้กระทั่งทีมชาติฟิลิปปินส์ ไม่เจอปัญหาอาการบาดเจ็บ แต่พอมาเล่นที่เมืองไทยมาเจ็บช่วงปรีซีซั่น แต่วิกฤติเปลี่ยนเป็นโอกาส ทำให้เราได้เห็น วัฒนากรณ์ สวัสดิ์ละคร แบ๊กซ้ายดาวรุ่งที่โชว์ฟอร์มได้ดี”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน