ราฮีม สเตอร์ลิง แข้งตัวรุกของทีม”เรือใบสีฟ้า” แมนฯ ซิตี้ แห่งพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ออกมาเรียกร้องให้มีการเปิดโอกาสให้กับคนผิวดำ, เอเชียน และ ชนกลุ่มน้อย หรือ BAME ในการรับงานโค้ช รวมถึงเป็นผู้นำในวงการฟุตบอลอังกฤษมากขึ้น

โดยเจ้าตัวแสดงความเห็นว่าการต่อสู้เกี่ยวกับเหยียดสีผิวในวงการฟุตบอล จะสามารถทำได้ เมื่อมีโค้ชผิวดำมากขึ้น

ก่อนหน้านี้ประชาชนหลายพันคนออกมามีส่วนร่วมในการต่อต้านการเหยียดในสหราชอาณาจักร ซึ่งเป็นผลมาจากกระแสในสหรัฐอเมริกา ซึ่งจอร์จ ฟลอยด์ ชาวผิวดำที่เสียชีวิตเมื่อ 25 พ.ค. ที่ผ่านมา

“การประท้วงนั้นเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการทำให้คนได้ยินเสียงของคุณ แต่แค่การประท้วงอย่างเดียวไม่สามารถเปลี่ยนแปลงประเทศนี้ได้” สเตอร์ลิง กล่าว

แข้งวัย 25 ปี เผยต่อว่า “มันขึ้นอยู่กับว่าเราจะก้าวต่อจากจุดนี้อย่างไร สังคงจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลง เราพูดกันมามากแล้ว และตอนนี้ถึงเวลที่จะต้องลงมือทำ”

ราฮีม ยังได้ยกตัวอย่างว่า เป็นเรื่องที่จำเป็นที่คนผิวดำ, เอเชียน และชนกลุ่มน้อย จะได้เป็นตัวแทนในบทบาทต่างๆรวมถึงการเป็นโค้ชในวงการฟุตบอลสหราชอาณาจักร และควรมีการมอบโอกาสให้กับอดีตนักเตะกลุ่ม BAME อย่างเท่าเทียม

โดยเขายกตัวอย่างด้วยการเปรียบเทียบอดีตนักเตะกับเส้นทางในการเป็นผู้จัดการทีม โดยอดีตนักเตะผิวขาวอย่าง แฟรงก์ แลมพาร์ด อดีตแข้งเชลซี คุมทีมเชลซีในอตนี้ ส่วน สตีเฟน เจอร์ราร์ด คุมเรนเจอร์ส

ซึ่งแตกต่างกับอดีตแข้งผิวดำอย่าง โซล แคมป์เบลล์ และ แอชลีย์ โคล ที่ต้องทำงานจากระดับที่ต่ำกว่า โดยแคมป์เบลล์ ทำงานกับแม็กเคิลส์ฟิลด์ และ เซาธ์เอนด์ ส่วน โคล เริ่มจากกับเชลซีรุ่นอายุไม่เกิน 15 ปี หลังจากเลิกเล่น

“ในช่วงเวลาเดียวกัน พวกเขาต่างผ่านการอบรบโค้ชในระดับที่สูงสุด แต่มี 2 คน ที่ไม่ได้รับโอกาสที่ถูกต้องเท่าไร และสองคนนั้นคืออดีตนักเตะผิวดำ”

“การเปลี่ยนแปลงนี้ สามารถนำไปพูดคุยกับคนในรัฐสภา, ผู้คนที่เป็นผู้นำของสโมสร, สโมสรต่างๆทั่วประเทษ และผู้คนในทีมชาติอังกฤษ เพื่อดำเนินการเปลี่ยนแปลงและให้โอกาสอย่างเท่าเทียม ไม่ใช่แค่เฉพาะคนผิวดำ แต่รวมถึงกลุ่มคนชาติพันธุ์ที่แตกต่างกันด้วย”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน