อย่าเพิ่งแตกตื่น พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน โฆษกลูกหนังไทยยันศบค.สั่งแค่ให้ตรวจโควิดกับนักเตะและผู้เกี่ยวข้องที่ต้องสัมผัสกันเท่านั้น ไม่รวมกลุ่มอื่นที่เข้าสนาม
อย่าเพิ่งแตกตื่น – เมื่อวันที่ 10 ก.ค. ที่สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย มีการประชุมคณะกรรมการ ยกร่าง ปรับปรุง แก้ไข ระเบียบข้อบังคับว่าด้วยการจัดการแข่งขันกีฬาฟุตบอลทุกรายการ ระเบียบการแข่งขันกีฬาฟุตซอล และกีฬาฟุตบอลชายหาด โดยมี พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน โฆษกสมาคมลูกหนัง ในฐานะรองประธานคณะกรรมการ เป็นประธานการประชุม
เกาะติดข่าว กดติดตามไลน์ ข่าวสด
![]()
หลังการประชุม พล.ต.ท.อำนวย กล่าวว่า จากคู่มือจัดการแข่งขัน ที่ประกาศโดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ในส่วนของการแข่งฟุตบอล ก็ต้องปฏิบัติตามเคร่งครัดอยู่แล้ว วันนี้เชิญแพทย์มาให้ข้อสังเกตถึงมาตรการทั่วไป ซึ่ง จากคู่มือที่ประกาศโดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา สิ่งที่เพิ่มเข้ามาคือการตรวจโควิด-19 ในกลุ่มของนักกีฬาอาชีพทางห้องปฏิบัติการแบบบุคคล หรือแบบรวมตัวอย่าง ซึ่งจากการแนะนำของแพทย์นั้น ทางสมาคมฯพิจารณาเพิ่มตรวจดูภูมิคุ้มกัน ส่วนการตรวจหาเชื้อโควิด-19 จะทำเป็นระยะๆ และจะติดตามหากมีอาการบ่งชี้ สำหรับสถานที่ที่จะตรวจนั้น จากการประสานงานกัน ทางกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ รวมทั้งกรมควบคุมโรค มีศูนย์ตรวจกระจายทั่วประเทศ นักกีฬาไม่จำเป็นต้องเดินทางมาตรวจในกรุงเทพ
พล.ต.ท.อำนวย กล่าวต่อไปว่า ในเรื่องการตรวจ สามารถตรวจแบบกลุ่มได้ เพื่อลดค่าใช้จ่าย จากที่สอบถาม จะอยู่ที่ กลุ่มละ 5-8 คน จะเสียค่าใช้จ่ายกลุ่มละประมาณ 2,000 บาท ซึ่งต้องรอข้อสรุปว่า ตรวจได้สูงสุดกลุ่มละกี่คน ขณะเดียวกัน จากที่คิดกัน นอกจากในข้อที่ต้องตรวจในนักกีฬาอาชีพแล้ว อาจจะเพิ่มการตรวจในกลุ่มสต๊าฟโค้ช, เจ้าหน้าที่, หมอนวด ที่มีโอกาสสัมผัสนักกีฬาด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า จากคู่มือการจัดแข่งขัน ที่ประกาศโดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬานั้น ในข้อเรื่องการตรวจโควิด-19 ระบุไว้ว่าผู้ที่ต้องตรวจคือ นักกีฬาอาชีพ เท่านั้น และไม่ได้ระบุความถี่ในการตรวจแต่อย่างใด ทั้งนี้คาดว่า การตรวจโควิด-19 จะตรวจเฉพาะในกลุ่มนักกีฬา สต๊าฟโค้ช หรือผู้ใกล้ชิด ส่วนบุคคลอื่นที่เข้าในสนาม ไม่จำเป็นต้องตรวจ ส่วนเรื่องระยะเวลา ความถี่ เป็นไปตามความเหมาะสม หากคิดตามระยะเพาะเชื้อ อยู่ที่ 14 วันต่อครั้ง
ก่อนหน้านี้ มีข่าวว่า การตรวจโควิด-19 ต้องตรวจทุกคนที่เข้าไปในสนาม, ตรวจทุกนัด และทุก 72 ชั่วโมง ซึ่ง เสียงสะท้อนจากทีม ไทยลีก 3 มีความกังวลกันไม่น้อย
โดย “เสี่ยไกร” ปิยะ ไกรทอง จาก วัดโบสถ์ ซิตี้ กล่าวว่า เป็นเรื่องที่หนักหนาสาหัสสำหรับทีมในลีกภูมิภาค เนื่องจากทีมไม่มีรายได้เลย เพราะแข่งแบบปิด แถมยังต้องเสียค่าตรวจโควิดอีกทุกนัด ทั้ง นักกีฬา, โค้ช, เจ้าหน้าที่ นอกจากนี้เงินสนับสนุนอาจจะลดลงอีก ซึ่งจากการคุยกันกับทีมอื่นๆ มีความเห็นว่า ถ้าเสียค่าใช้จ่ายในการตรวจโควิด-19 มาก สโมสรคงรับภาระไม่ไหว อาจจับมือกันพักก่อน รอหมดโควิด ค่อยว่ากัน
ขณะที่ “เสี่ยต้น” ศิริพงษ์ ฐาราชวงศ์ศึก ประธานสโมสร พิษณุโลก เอฟซี โพสต์ในเฟสบุ๊ค ส่วนตัวคำนวณถึงรายจ่าย หากต้องตรวจในแลปของ ไทยเบฟเวอเรจ ที่สโมสรราชพฤกษ์ คนละ 1,000 บาท ค่าใช้จ่ายเพิ่มเป็น 45,000 บาท ต่อนัด ถ้าตลอดฤดูกาล 22 นัด ตก 990,000 บาท และจะเพิ่มขึ้นอีก หากเข้ารอบแชมเปี้ยนส์ลีก ขณะเดียวกันเงินสปอนเซอร์ลดลง ค่าเข้าชมเก็บไม่ได้ เงินสนับสนุนก็ลดลง จะขอใช้สิทธิพักทีมก่อนได้หรือไม่ ปีหน้าค่อยส่งแข่งกันใหม่